บท
ตั้งค่า

ตอนที่ 7 เมื่อสามีกลับบ้าน

รินลดาเดินออกจากห้องน้ำด้วยความรู้สึกที่ยังคงสับสนและร้อนผ่าวไปทั่วสรรพางค์กาย ภาพเหตุการณ์บนรถเมล์ยังคงวนเวียนอยู่ในห้วงความคิด เธอพยายามสลัดมันทิ้งไปเมื่อเห็นร่างสูงของหัวหน้าหนุ่มยืนรออยู่ข้างโต๊ะทำงาน ในมือของเขาถือแฟ้มเอกสารบางอย่าง แต่สายตาที่เขามองมานั้นกลับเต็มไปด้วยความหมายที่ลึกซึ้งกว่าเรื่องงาน

“สวัสดีค่ะบอส” รินลดาเอ่ยทักทายด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย พยายามควบคุมจังหวะการเต้นของหัวใจที่เริ่มรัวเร็วขึ้นอีกครั้ง

“สวัสดีครับคุณหลิน เมื่อคืนหลับสบายไหมครับ” ปกรณ์เอ่ยตอบด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำที่แฝงไปด้วยความเจ้าเล่ห์ ดวงตาคมกริบไล้มองเรือนร่างอรชรที่ยังคงมีร่องรอยของความเร่าร้อนเมื่อคืน

“อย่าลืมสัญญาของเรานะครับคุณหลิน” เขาพยายามจะย้ำเตือนถึงคำสัญญา

“หลินว่าเราไม่ควรพูดถึงเรื่องนี้กันตอนนี้นะคะ เดี๋ยวพนักงานคนอื่น ๆ ได้ยินจะเอาไปนินทาเอาได้” รินลดาพยายามตัดบท เธอรู้ดีว่าความสัมพันธ์นี้มันอันตรายเกินกว่าจะเปิดเผย

ปกรณ์ยิ้มมุมปากอย่างไม่ยี่หระกับคำเตือนของเธอ

“งั้นผมฝากคุณชงกาแฟไปให้ผมที่ห้องแก้วหนึ่งนะ” คำสั่งที่แฝงไปด้วยความต้องการบางอย่างที่มากกว่ากาแฟ

“ได้ค่ะ” เลขาฯ สาวรับคำไปตามหน้าที่ เธอเดินไปที่แพนทรี ชงกาแฟด้วยมือที่ยังคงสั่นเทาเล็กน้อย พยายามรวบรวมสติจากเหตุการณ์ที่ตื่นตระหนกบนรถเมล์ให้กลับมาอยู่กับเนื้อกับตัว

ก๊อก ก๊อก ก๊อก

เสียงเคาะประตูห้องทำงานของปกรณ์ดังขึ้น รินลดาเดินเข้าไปถ้วยกาแฟในมือ

“เชิญครับ” เสียงทุ้มตอบรับ

“กาแฟได้แล้วค่ะบอส” รินลดาวางแก้วกาแฟอุ่นๆ ลงตรงหน้าเขา กลิ่นหอมกรุ่นของกาแฟลอยอบอวลไปทั่วห้อง แต่สิ่งที่อบอวลยิ่งกว่าคือกกลิ่นกายของปกรณ์ที่ทำให้เธอหวั่นไหว

ชายหนุ่มยิ้มอย่างพึงพอใจ ลุกขึ้นจากเก้าอี้ เดินอ้อมเข้ามาโอบเอวหญิงสาวจากด้านหลังอย่างรวดเร็วและแนบแน่น ความร้อนผ่าวจากฝ่ามือของเขาสัมผัสได้ชัดเจนผ่านเนื้อผ้าบางเบาของชุดทำงาน ปกรณ์ซุกไซร้ซอกคอระหง ติ่งหูเล็กๆ ที่ยังคงแดงระเรื่อจากสัมผัสเมื่อคืน อารมณ์เสียวซ่านที่เคยได้รับจากเหตุการณ์บนรถเมล์เมื่อคืนมันกลับมาอีกครั้งอย่างรุนแรง ทั้งเขาและเธอต่างมีความต้องการซึ่งกันและกันอย่างไม่อาจปฏิเสธได้ รินลดาปล่อยให้เขาทำอย่างนั้นอยู่พักใหญ่ เพราะความเหน็ดเหนื่อยจากค่ำคืนที่ผ่านมาทำให้เธอไม่มีเรี่ยวแรงจะขัดขืน ปล่อยให้เขาเป็นฝ่ายกระทำอยู่เพียงข้างเดียว เมื่อชายหนุ่มพอใจแล้วจึงยอมปล่อยเลขาสาวให้เป็นอิสระ แต่สายตาที่เขามองมายังคงเต็มไปด้วยความปรารถนาที่ไม่มีวันสิ้นสุด

“ผมคิดถึงคุณครับหลิน เมื่อคืนผมนอนไม่หลับเลย” ปกรณ์บอกความในใจด้วยน้ำเสียงแหบพร่า ดวงตาคมกริบจ้องมองรินลดาอย่างไม่ปิดบังความรู้สึก เขาพาเธอมานั่งที่โซฟาตรงข้ามกับโต๊ะทำงาน

“วันนี้หลินไม่ใส่ถุงน่องมาเหรอครับ” ชายหนุ่มมองเรียวขาเนียนสวยของเธอที่โผล่พ้นกระโปรงสั้นขึ้นมาเล็กน้อย แล้วเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงยั่วยวน

“วันนี้หลินลืมค่ะ ก็บอสแหละค่ะที่ทำให้หลินตื่นสาย รีบมากเลยลืมใส่” รินลดาต่อว่าด้วยใบหน้าที่แดงก่ำ เธอรู้ดีว่าคำพูดของเธอเป็นการยอมรับกลายๆ ถึงสิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อคืน

“คุณยอมรับแล้วสิ ว่าเมื่อคืนคุณก็นอนไม่หลับเหมือนผม” ปกรณ์ยิ้มกริ่มอย่างผู้ชนะ

“บอสจะไม่ทานกาแฟก่อนหรือคะ” รินลดาพยายามเปลี่ยนเรื่อง เธอรู้สึกได้ถึงความร้อนผ่าวที่แผ่ซ่านไปทั่วใบหน้า หากปล่อยให้เขาพูดต่อไป เธอคงต้องละลายไปกับสายตาของเขาเป็นแน่

“ผมไม่กิน ผมอยากกินคุณมากกว่า” คำพูดตรงไปตรงมาของปกรณ์ทำให้รินลดาถึงกับสะท้านไปทั้งตัว

“แล้วจะให้ชงมาทำไมคะ เออ...บอสคะ วันนี้ไม่ได้นะคะ สามีหลินกลับบ้าน แล้ววันนี้หลินต้องรีบกลับบ้านไปเพื่อเอาผ้าปูที่นอน และผ้าห่มไปซักด้วยค่ะ เพราะเมื่อคืนบอสทำเปื้อนเอาไว้” รินลดาตอบกลับด้วยน้ำเสียงที่พยายามจะหนักแน่น แต่ก็แฝงไปด้วยความหวั่นไหว

“ไม่จำเป็นต้องที่บ้านก็ได้นี่ครับ โรงแรมหรือที่อื่นก็ได้นิ” ปกรณ์ไม่สนใจคำปฏิเสธของเธอ เขากลับก้มลงไปสูดดมกลิ่นกายหอมกรุ่นของเธออย่างใกล้ชิด

“ไม่ได้ค่ะบอส หลินยังไม่หน้าด้านพอจะเดินเข้าโรงแรมหรือว่าม่านรูดกับบอสหรอกนะคะ” รินลดาตอบกลับอย่างไม่เต็มเสียงนัก

“ไม่ต้องกลัวนะคะ หลินไม่ผิดคำสัญญาหรอก” สิ้นเสียงปกรณ์ก็ไม่รอช้า เขาก้มหน้าลงไปตามกลิ่นน้ำหอมที่มาจากตัวเธอ ทั้งเนินอกอวบอิ่ม ซอกคอขาวเนียน ติ่งหูเล็กๆ เขาสูดดมและไล้เลียไปทั่วทุกจุดอย่างหิวกระหาย ราวกับจะกลืนกินเธอเข้าไปทั้งตัว

“หลิน ต่อไปนี้ คุณขอไปรับมาทำงานได้มั้ยครับ ผมไม่อยากให้คุณขึ้นรถเมล์เลย” ปกรณ์พูดขึ้นด้วยความเป็นห่วงไม่อยากเห็นรินลดาต้องลำบากขึ้นรถเมล์มาทำงานแบบนี้ เขาอยากทะนุถนอมเก็บเธอไว้ให้เป็นของเขาเพียงคนเดียว

“อย่าเลยค่ะ ลำบากบอสเปล่าๆ บอสไม่กลัวพนักงานจะสงสัยเอาเหรอคะ” รินลดาพยายามปฏิเสธ เธอรู้ดีว่าหากทำเช่นนั้น ความลับของเธอจะต้องถูกเปิดเผยเป็นแน่ ๆ และแผนการทั้งหมดของเสี่ยก็จะพังไม่เป็นท่า

“ก็ไม่เห็นเป็นไรเลยนี่ครับ” เขายักไหล่ท่าทางกวนโทสะที่สุด ราวกับไม่สนใจสายตาของใคร

“หลินไม่ใช่คนโสดนะคะ บอสนั่นแหละจะดูไม่ดีเอา พนักงานคนอื่นๆ จะเอาบอสไปนินทาได้” รินลดาพยายามย้ำเตือนถึงสถานะของเธอ เจ้านายหนุ่มถอนหายใจแล้วก็เดินไปที่โต๊ะทำงาน เขานั่งลงที่เก้าอี้ ยกกาแฟที่เย็นชืดขึ้นมาจิบ

“งั้นวันนี้ผมชวนคุณทานมื้อกลางวันได้ไหม”

“บอสคะ หลินมีนัดทานข้าวกับจอยแล้ว แต่ถ้าบอสจะมานั่งด้วยก็ไม่เป็นไรค่ะ” รินลดาตอบกลับอย่างสุภาพ

“ผมหมายถึง ร้านอาหารข้างนอกไง” ปกรณ์ตอบกลับด้วยน้ำเสียงที่บ่งบอกว่าเขาต้องการความเป็นส่วนตัวกับเธอ

“แต่วันนี้บอสมีนัดกับกลุ่มผู้ลงทุนที่จะมาเจรจาตอนบ่ายโมงนะคะ” เลขาสาวพูดขึ้นเพื่อเตือนหัวหน้าของเธอถึงหน้าที่สำคัญ

“ถ้าออกไปกินข้างนอก หลินว่าบอสกลับมาประชุมไม่ทันแน่ ๆ” ปกรณ์ยิ้มขึ้นแล้วเดินมาที่หญิงสาว เขายื่นมือไปสัมผัสแก้มเนียนของเธออย่างแผ่วเบา

“งั้นหลินขอตัวไปทำงานก่อนนะคะ” รินลดาพูดขึ้นเพื่อตัดบท เธอไม่อยากอยู่ในห้องเจ้านายนานๆ เพราะรู้ดีว่าอะไรจะเกิดขึ้น พูดจบหัวหน้าหนุ่มก็ขโมยจูบหล่อนทันที ริมฝีปากร้อนผ่าวบดเบียดลงมาอย่างรวดเร็วและรุนแรง รินลดาพยายามขัดขืน แต่ก็ไม่อาจต้านทานแรงปรารถนาของเขาได้

พอพักเที่ยงรินลดาก็ลงมาทานข้าวกับจอย เพื่อนสนิทของเธอโดยไร้เงาของเจ้านาย หลังทานอาหารเสร็จแล้ว จอยก็เอ่ยขึ้นด้วยความเป็นห่วง

“วันนี้ดูหลินเพลียๆ ไม่ค่อยสดชื่นเลย นอนไม่หลับเหรอ”

“เปล่าหรอก” รินลดาตอบเพื่อนสาวอย่างเลี่ยงๆ เธอไม่อยากเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นให้ใครฟัง

“เออ...แล้วเมื่อคืนละ หลินกลับบ้านดึกมั้ย” จอยยังคงซักไซ้

“ก็รอฝนหยุดแหละแต่รถเมล์ไม่มาสักที บอสเขาเลยอาสาไปส่งหลินที่บ้าน” รินลดาเล่าเรื่องบางส่วนให้เพื่อนฟัง

“นี่หลิน จอยมีเรื่องจะเตือน เมื่อก่อนนะ เลขาคนเก่าคุณปกรณ์ที่โดนไล่ออกไป ก็เพราะตามจีบคุณปกรณ์เนี่ยแหละ ท่านประธานไม่ชอบ เพราะเขาจองไว้ให้ลูกสาวของตัวเอง” จอยเตือนเพื่อนด้วยความเป็นห่วง

“หลินยังไม่เคยเห็นท่านประธานสินะ”

“คุณศรีสุภางค์น่ะ” รินลดาพยายามนึกชื่อขึ้นได้

“ใช่เลยนั่นแหละ หลิน” จอยยืนยัน

จอยเล่าต่อว่า แต่ก่อนคุณพ่อคุณปกรณ์ท่านเป็นประธานบริษัท พอท่านเสีย ผู้ถือหุ้นรายใหญ่ๆ เทขายหุ้นให้คุณศรีสุภางค์กันหมด จะเหลือแต่หุ้นของคุณปกรณ์กับคุณแม่คุณปกรณ์เท่านั้น คุณศรีสุภางค์เลยได้เป็นประธานบริษัทเพราะท่านมีหุ้นเยอะที่สุด ส่วนคุณปกรณ์ก็เป็นซีอีโอ

“คุณศรีสุภางค์เองแหละที่ให้จอยคัดเลือก เลขาฯ ที่มีครอบครัวแล้วเท่านั้นให้คุณปกรณ์ จอยเป็นคนส่งใบสมัครของหลินให้คุณปกรณ์เองกับมือเลย” หัวหน้าฝ่ายบุคคลที่เป็นเพื่อนสนิทกล่าวด้วยน้ำเสียงจริงจัง

เพราะในใบประวัติของรินลดาระบุไว้ว่าเธอมีครอบครัว มีลูกแล้ว คุณศรีสุภางค์เลยเลือกให้เธอเป็นเลขาฯ ของคุณปกรณ์ เพื่อป้องกันปัญหาเรื่องชู้สาว

“ตอนนี้คุณศรีสุภางค์ท่านไปดูงานที่ญี่ปุ่น สักพักหลินคงได้เห็นเขาบ่อยๆ แหละ” จอยบอกเพื่อน

หลังจากคุยกันเสร็จ ทั้งสองสาวก็แยกย้ายกันไปทำงานด้วยความรู้สึกที่แตกต่างกัน รินลดาเริ่มรู้สึกถึงความซับซ้อนของสถานการณ์ที่เธอต้องเผชิญ

การประชุมในช่วงบ่ายทุกอย่างราบรื่นดี ทั้งที่ประชุมแผนรับรองลูกค้า กลุ่มผู้ลงทุน เลขาฯ ของเขาทำงานได้อย่างดีไม่ขาดตกบกพร่อง ทุกคนต่างชื่นชมในความสามารถของรินลดา

“เลขาคุณปกรณ์นี่ ทั้งสวยและเก่งนะครับ” ผู้ร่วมลงทุนท่านหนึ่งเอ่ยขึ้นด้วยความชื่นชม

“ขอบคุณครับ เธอเพิ่งจะเข้ามาเป็นเลขาฯ ผมได้ไม่นานครับ ถึงจะเก่งแต่ก็ต้องปรับตัวอีกเยอะ” ปกรณ์ตอบกลับด้วยรอยยิ้มคำว่าปรับตัวนั้นไม่ได้หมายถึงเรื่องงาน แต่เป็นเรื่องของการปรนเปรอเซ็กซ์ให้เขามากกว่า พูดจบสายตาของเขากลับเหลือบมองเธออย่างมีความหมาย ว่ากลับจะบอกให้รู้ว่าเธอต้องทำตัวยังไง

ช่วงเย็นใกล้เวลาเลิกงาน เสียงโทรศัพท์ที่วางบนโต๊ะเลขาฯสาวก็ ดังขึ้น รินลดาหยิบขึ้นมาดู เบอร์ปลายสายที่โทรเข้ามาคือสามีของเธอ

“พี่แบงค์” หญิงสาวอุทานเบา ๆ ไม่คิดว่าเขาจะกลับมาจริง ๆ

“สวัสดีค่ะพี่แบงค์” เสียงเรียบๆ ของหญิงสาวพูดขึ้นเมื่อกดรับโทรศัพท์

“หลินจ๊ะ วันนี้พี่มีเพื่อนร่วมงานจะไปสังสรรค์ที่บ้านเรา หลินสะดวกมั้ย พอดีพี่ไม่อยากพาเพื่อนไปรบกวนเวลานอนของแม่น่ะ เราอาจจะเสียงดังกัน” น้ำเสียงอ้อนวอนเขาของดังมาตามสาย

“อืม.......ก็ได้ค่ะ” รินลดาตอบช้าๆ เพราะเธอเองก็ไม่อยากให้ใครมาอยู่ที่บ้านนานๆ เหมือนกัน

“แล้วพี่แบงค์จะให้หลินทำกับข้าวไว้รอมั้ยคะ”

“ไม่ต้องก็ได้จ้ะหลิน เดี๋ยวพี่จะซื้อเข้าไปเอง”

“แต่ถ้าเพื่อนพี่อยู่ดึกเกินหลินต้องขอตัวนะคะ”

“ได้สิ พวกพี่จะนั่งกินกันเงียบ ไม่รบกวนหรอก” สามีเธอตอบอย่างเกรงใจ

“ถ้างั้นเดี๋ยวเย็นเจอกันนะหลิน” สิ้นเสียง รินลดาวางโทรศัพท์ลงแล้วถอนหายใจเฮือกใหญ่ เธอครุ่นคิดว่าวันนี้สามีแปลกๆ หล่อนไม่ค่อยเห็นเขาพาใครมาที่บ้าน หลังเลิกงานรินลดาก็รอรถเมล์กลับบ้าน วันนี้เธอต้องเปลี่ยนผ้าปูที่นอนทั้งผ้าห่ม แล้วก็เอาไปซักก่อนที่สามีจะกลับบ้าน เพราะเขาคงต้องค้างกับเธอแน่ๆ ปกติแล้วสามีจะกลับไปนอนบ้านแม่เขาตลอด จะแวะมาหาเธอบ้าง กินข้าวสักพักแล้วก็กลับ เพราะแม่สามีจะโทรตามตลอด แม่สามีไม่ค่อยชอบตัวเธอ เนื่องจากหล่อนเคยมีสามีมาแล้วแถมยังมีลูกติดอีก กลัวว่าจะมาเกาะลูกชายเธอ ทุกวันนี้หล่อนก็ยังไม่ได้จดทะเบียนสมรสกับสามีเลย

ปริ๊น..ปริ๊น..ปริ๊น

เสียงแตรรถดังที่หน้าบ้าน รินลดาเหลือบไปดูนาฬิกา เกือบจะสามทุ่มได้ เธออาบน้ำแต่งตัวรอสามี เธอสวมชุดลำลองที่เผยให้เห็นเรือนร่างบางเบา ไม่ใช่ชุดนอนเพราะจะมีแขกมาที่บ้าน

“มาแล้วค่ะๆ” รินลดารีบตะโกนบอก เธอรีบเลื่อนประตูออก เมื่อรถเข้ามาจอดสนิทแล้ว ทั้งหมดจึงลงจากรถ

“สวัสดีครับ คุณรินลดาใช่มั้ยครับ” ชายรูปร่างสูงวัย ดูภูมิฐานคนหนึ่งทักหล่อนขึ้นมาก่อน อีกสองคนกำลังไปเปิดท้ายรถเพื่อเอาของที่เตรียมมาลงจากรถ

“สวัสดีค่ะ” รินลดายิ้มด้วยความจริงใจออกมา

“หลิน นี่พี่สุธีย์ หรือเรียกว่าเฮียอ๋าก็ได้ เจ้านายพี่เอง” แบงค์รีบแนะนำ

“เรียกว่า เฮียอ๋า จะดีกว่าครับคุณหลิน” เฮียอ๋าส่งยิ้มให้หญิงสาวตรงหน้า สายตาของเขาไล้มองเรือนร่างของรินลดาอย่างเปิดเผย

“แบงค์เขาพูดถึงหลินให้ฟังอยู่บ่อยๆ นะครับ” ชายสูงวัยกล่าว

“อีกสองคนข้างหลัง คือ พี่เหลิม กับ พี่จ๊อต เป็นลูกน้องของเฮียอ๋าเขาอีกที” สามีหล่อนแนะนำคนที่เหลือ

“สวัสดีครับคุณหลิน ผมจ๊อตครับ” ชายหนุ่มที่ดูอายุน้อยสุดเดินมาทักรินลดาด้วยรอยยิ้ม

“สวัสดีครับผมเหลิมนะครับ” คนนี้ท่าทางลุกลี้ลุกลน ใส่หมวกปิดบังใบหน้า ไม่ค่อยกล้าสบตากับเธอเหมือนกลัวอะไรบางอย่าง

หญิงสาวพยายามนึกใบหน้า มันคุ้นๆ แล้วในที่สุดเธอก็นึกออก พี่เหลิมที่สามีแนะนำมันคือโรคจิตที่หล่อนเจอบนรถเมล์ เพียงแค่นั้นความรู้สึกหวาดระแวงของเธอก็เริ่มก่อตัวขึ้นทันที

“สวัสดีค่ะ ยินดีที่ได้รู้จักนะคะ” รินลดาตอบกลับตามมารยาท เมื่อแนะนำตัวกันเสร็จ สามีก็พาแขกเข้าไปในบ้าน

“เหนื่อยมั้ยพี่แบงค์” ภรรยาสาวเอ่ยถามสามีเมื่ออยู่กันสองคน

“ไม่เท่าไหร่จ้ะ ขับรถไกลๆ พี่ชินแล้ว”

“พี่แบงค์จะอาบน้ำเลยมั้ย เดี๋ยวหลินเตรียมให้”

“อ่อ...ยังจ้ะ เดี๋ยวพี่ขอคุยงานกับหัวหน้าก่อน” สามีตอบกลับ

“หลินละ อาบน้ำหรือยัง” สามีถามขึ้นหลังจากเดินมาในห้องครัวเพื่อเตรียมชงเหล้าให้เพื่อนร่วมงาน

“หลินอาบแล้วค่ะ”

“อาบน้ำแล้วทำไมไม่ใส่ชุดนอนละจ๊ะ” แบงค์ถามด้วยน้ำเสียงที่แฝงไปด้วยความไม่พอใจเล็กน้อย

“พี่แบงค์จะให้หลินใส่ชุดนอน แต่พี่พาแขกมาบ้าน หลินคงทำไม่ได้หรอก” ภรรยาสาวเลิกคิ้วมองหน้าสามีอย่างไม่เข้าใจ

“จะเป็นไรไปเล่า คนกันเองทั้งนั้น”

“บ้าเหรอพี่แบงค์ ชุดนอนของหลินมันโป๊จะตาย” รินลดาตอบกลับ

“ก็เมียพี่สวยออกขนาดนี้ พี่ก็อยากอวดหุ่นเมียพี่บ้างไม่ได้หรือไง” สามีพูดด้วยรอยยิ้มที่ทำให้รินลดารู้สึกไม่สบายใจ

“แล้วทำไมพี่แบงค์จะต้องอวดใครด้วยละ” ภรรยาสาวมองค้อนชายหนุ่มด้วยความไม่พอใจ

หลังจากทั้งคู่ช่วยกันชงเหล้าเสร็จก็ยกมาเสิร์ฟให้แขกที่นั่งรอกันอยู่ บรรยากาศในบ้านเริ่มอบอวลไปด้วยกลิ่นเหล้าและสายตาที่จับจ้องมายังรินลดา

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel