ตอนที่ 6 รถเมล์มหาสนุก NC
แสงไฟสลัวในห้องนอนยังคงทิ้งไออุ่นของเหตุการณ์เมื่อครู่ ปกรณ์ขยับกายลุกขึ้นนั่งพิงหัวเตียง สายตาคมกริบจดจ้องร่างระหงที่ยังคงสั่นเทาเล็กน้อยด้วยแรงอารมณ์ที่ยังค้างคา เขาเอ่ยถามขึ้นมาดื้อๆ ด้วยน้ำเสียงทุ้มพร่า
“คุณหลินครับ... พรุ่งนี้ถ้าผมเตรียมถุงยางมา เรามาสานต่อกันให้จบดีไหมครับ” รินลดาชะงักไปครู่หนึ่ง หัวใจที่เพิ่งจะสงบลงกลับเต้นแรงขึ้นมาอีกครั้ง เธอช้อนสายตาที่ฉ่ำปรือมองเขาอย่างออดอ้อน
“ไม่ได้หรอกค่ะ พรุ่งนี้วันศุกร์แล้ว แฟนหลินเขาจะกลับบ้าน หลินอยากให้เรื่องของเรามันจบแค่คืนนี้ได้ไหมคะบอส” ปกรณ์กระตุกยิ้มที่มุมปาก แววตาเจ้าเล่ห์ฉายชัด
“แต่คุณหลินสัญญากับผมแล้วนี่ครับ ว่าถ้าผมมีเครื่องป้องกัน คุณก็จะไม่ขัดข้อง คุณพูดเองน้าา!”
ชายหนุ่มไม่รอคำตอบ เขาโน้มตัวลงไปรวบเอวบางเข้าหาตัวอีกครั้ง แผงอกแกร่งเบียดชิดกับทรวงอกอวบหยุ่นที่กระเพื่อมไหวตามจังหวะหายใจ
“ถ้าคุณจะผิดคำพูดล่ะแบบนี้ก็ ผมก็คงไม่ต้องรออะไรอีกแล้ว” เขาแกล้งซุกไซร้จมูกโด่งลงบนซอกคอหอมกรุ่นจนหญิงสาวต้องหดคอหนีด้วยความเสียวซ่าน
“อุ้ย! บอสคะ... ก็ตอนนั้นบอสฟังอะไรที่ไหนเล่า จ้องจะงาบหลินท่าเดียวเลย หลินล้อเล่นค่ะ หลินให้สัญญาก็ได้ สัญญาจริงๆ นะคะ... นะนะนะ” ท่าทางออเซาะเหมือนแมวน้อยของเธอทำให้ปกรณ์ยอมหยุดมือ ทว่าเขายังคงกอดรัดร่างนุ่มนิ่มไว้แน่น
“ถ้าคุณพูดง่ายแบบนี้ผมก็ไม่ต้องบังคับ สัญญาแล้วนะ”
“ค่ะ!! แต่ตอนนี้หลินว่าบอสกลับไปก่อนดีกว่านะคะ มันดึกมากแล้ว เดี๋ยวใครมาเห็นเข้าจะดูไม่ดี”
“ก็ได้ครับ” เขาจำใจรับคำพลางขยับลุกขึ้นคว้ากางเกงบ็อกเซอร์ขึ้นมาสวม ตามด้วยกางเกงสแล็คสีดำอย่างคล่องแคล่ว
รินลดาเดินไปส่งเขาที่รถท่ามกลางความมืดสลัวของโรงรถ ก่อนจะจากกันปกรณ์รั้งร่างบางเข้าไปกอดจูบอย่างดูดดื่มเนิ่นนานจนเธอแทบหมดลมหายใจ
“ผมถือว่านี่คือมัดจำนะครับ แล้วส่วนที่เหลือผมจะมาทวงคืนวันหลัง” เขากระซิบชิดริมฝีปากอิ่มก่อนจะก้าวขึ้นรถแล้วขับออกไป ทิ้งให้รินลดายืนมองตามด้วยหัวใจที่ว้าวุ่น
เมื่อกลับมาถึงห้องนอน หญิงสาวทิ้งตัวลงบนเตียงที่ยังหลงเหลือกลิ่นกายของชายหนุ่ม เธอพลิกตัวไปมาด้วยความกระวนกระวายใจ ภาพใบหน้าคมเข้มและสัมผัสอันเร่าร้อนของเขาตามมาหลอกหลอนจนร่องสวาทกลางกายเริ่มตอดขมิบถี่ระรัว ความเสียวซ่านแล่นพล่านไปทั่วร่างจนเธอต้องนอนกอดหมอนข้างกระตุกเกร็งด้วยความรัญจวนใจที่ยังไม่ได้รับการปลดปล่อย ก่อนจะเผลอหลับไปด้วยความอ่อนเพลีย
กริ๊งงงงง!
เสียงนาฬิกาปลุกแผดจ้าขึ้นในเวลา 7.00 น. รินลดาสะดุ้งตื่นขึ้นมาด้วยความมึนงง ระหว่างที่อาบน้ำชำระร่างกาย ความซ่านสยิวที่ตกค้างจากเมื่อคืนทำให้มือบางเผลอเลื่อนผ่านหน้าท้องลงไปยังเนินเนื้ออวบอูม เธอแยกขาออกกว้างก่อนจะบดขยี้นิ้วลงบนเม็ดเสียวสีหวานรัวเร็วเพื่อปลดปล่อยอารมณ์ที่คั่งค้างจนร่างบางกระตุกเกร็งไปพร้อมกับสายน้ำที่รดริน
เช้านี้รินลดาเลือกสวมชุดทำงานสีชมพูกลีบบัวหวานละมุน ตัดกับกระโปรงทรงเอสีน้ำตาลเข้มสั้นเหนือเข่าที่เน้นสะโพกผายงอนงาม ผิวขาวเนียนละเอียดของเธอถูกขับให้ดูโดดเด่นจนน่ามอง เธอแต้มน้ำหอมกลิ่นเย้ายวนที่จุดชีพจรและเนินอกอวบอิ่มที่โผล่พ้นคอเสื้อออกมาเล็กน้อย
หญิงสาวรีบเดินออกจากบ้านมุ่งหน้าไปยังป้ายรถเมล์ เดินมาได้ไม่กี่ก้าวเธอก็ต้องอุทานออกมาด้วยความตกใจ “ตายแล้ว! ลืมใส่ถุงน่องมาเหรอเนี่ย!” เธอยืนลังเลอยู่ครู่หนึ่ง แต่เมื่อเห็นรถเมล์กำลังเข้าจอดจึงตัดสินใจก้าวขึ้นไป อีกใจหนึ่งก็นึกถึงคำชมของปกรณ์เมื่อวานที่บอกว่าเรียวขาของเธอนั้นสวยงามไร้ที่ติ ยิ่งไม่มีถุงน่องปกปิดแบบนี้ ผิวขาวๆ ของเธอคงจะล่อตาล่อใจเขาไม่น้อย
บนรถเมล์หนาแน่นไปด้วยผู้คนจนแทบไม่มีที่ว่าง รินลดาพยายามแทรกตัวเข้าไปยืนเบียดเสียดกับผู้โดยสารคนอื่นๆ โดยมีชายสูงวัยรูปร่างกำยำ ผิวเข้มเกรียมแดด ยืนประกบอยู่ด้านหลัง ระหว่างที่เธอกำลังควานหาเหรียญในกระเป๋าสะพายด้วยความรีบร้อน มือบางกลับพลาดไปคว้าเข้ากับบางอย่างที่แข็งขึงอยู่ใต้กางเกงของคนข้างหลังอย่างจัง
“อุ๊ย! ขอโทษค่ะ!” เธอรีบหันไปขอโทษด้วยใบหน้าแดงก่ำ
“ไม่เป็นไรครับ” ชายสูงวัยตอบด้วยน้ำเสียงแหบพร่า แววตาที่จ้องมองมานั้นแฝงไปด้วยความหื่นกระหายอย่างปิดไม่มิด
“ค่าโดยสารด้วยครับ!” กระเป๋ารถเมล์ตะโกนเร่ง
“โทษทีค่ะ พอดีไม่มีเหรียญเลย.” รินลดาหยิบแบงค์ร้อยส่งให้ กระเป๋ารถเมล์ทำหน้ามุ่ยอย่างไม่พอใจ
“ไม่เป็นไรครับ ผมมีเหรียญพอดี” ชายสูงวัยคนเดิมพูดขึ้นพร้อมยื่นเหรียญจ่ายค่ารถเมล์ให้เธออย่างใจดี
“ผมจ่ายให้แล้วครับคุณผู้หญิง” เขาขยับเข้ามาประชิดข้างหลังเธอจนสัมผัสได้ถึงลมหายใจร้อนๆ ที่รดต้นคอ “ขอบคุณค่ะ...” รินลดาตอบเบาๆ รู้สึกไม่ค่อยไว้ใจแววตาดุดันคู่นั้นเลย แต่ช่างเถอะ อย่างน้อย ๆ เขาก็มีน้ำใจ
เมื่อผู้โดยสารขึ้นมาเพิ่ม ชายสูงวัยก็ยิ่งเบียดกายเข้าหาเธอมากขึ้น รินลดาพยายามขยับหนีแต่ก็ทำไม่ได้เพราะติดผู้คนรอบข้าง จังหวะที่รถเบรกกะทันหัน ร่างบางเซถลาไปข้างหลังจนบั้นท้ายงอนงามกระแทกเข้ากับท่อนเอ็นแข็งปั๋งที่ตั้งโด่รออยู่ใต้กางเกงของเขาอย่างพอดิบพอดี
มันถูไถไปมาบนร่องก้นของเธออย่างจงใจ รินลดาใจสั่นระรัว เธอรู้ตัวว่ากำลังถูกลวนลามแต่ก็ไม่กล้าร้องตะโกน เพราะกลัวว่าเขาจะมีอาวุธร้ายแรงซ่อนอยู่ เธอจึงทำได้เพียงยืนนิ่งข่มอารมณ์หวาดกลัวเอาไว้
ชายสูงวัยถือวิสาสะโอบหมับเข้าที่เอวบางก่อนจะเลื่อนลงมาบีบเค้นสะโพกผายอย่างย่ามใจ
“กรุณาเอามือออกไปค่ะ!” เธอหันไปเอ็ดเสียงเขียว แต่เขากลับไม่สะทกสะท้าน
“อยู่เฉยๆ...” เขาขู่เบาๆ ชิดใบหู พร้อมกับสอดมือสากระคายเข้าไปใต้ชายกระโปรง ลูบไล้โคนขาอ่อนขาวเนียนอย่างจาบจ้วง รินลดาใจเต้นแรงจนแทบจะทะลุออกมานอกอก
“ลงป้ายหน้าด้วยกันนะ หอพักฉันอยู่ใกล้ ๆ” ชายสูงวัยกระซิบสั่งแกมบังคับ
แรงกระเทือนของรถเมล์ทำให้เป้ากางเกงที่ตุงแน่นของเขาบดเบียดกับร่องก้นของเธอไม่หยุด ชายสูงวัยเริ่มคุกคามหนักขึ้นด้วยการสอดนิ้วเข้าไปในขอบกางเกงชั้นในจีสตริงเส้นบางของเธอ รินลดาพยายามหนีแต่ก็ถูกล็อกเอวไว้แน่น นิ้วสากกระด้างแหวกว่ายเข้าไปสัมผัสกับกลีบเนื้อที่เริ่มชุ่มโชกไปด้วยน้ำหวานเพราะความตื่นเต้นที่ปนเปกับความหวาดกลัว เขาขยี้เม็ดเสียวของเธออย่างแรงจนหญิงสาวต้องเม้มปากแน่นเพื่อกั้นเสียงคราง
เมื่อรถจอดป้าย ชายสูงวัยก็ดึงมือออกแล้วยกนิ้วขึ้นมาดมต่อหน้าเธอ แววตาเย้ยหยันนั้นทำให้รินลดาแทบอยากจะแทรกแผ่นดินหนี เธอพยายามเดินหนีไปทางประตูทางออกแต่เขากลับตามมาติดๆ พร้อมกับมีวัตถุแหลมคมบางอย่างจ่ออยู่ที่เอว
“จะรีบไปไหนล่ะครับ... เดินไปนั่งข้างหลังสุดกับผมดีกว่า อย่าขัดขืนนะถ้าไม่อยากเจ็บตัว”
รินลดาจำใจเดินนำเขาไปนั่งที่เบาะหลังสุดซึ่งไร้ผู้คน ชายสูงวัยถอดเสื้อคลุมออกมาวางปิดตักของตัวเองไว้ ก่อนจะยื่นคัตเตอร์ให้เธอเห็นชัดๆ
“โม้คให้หน่อย... เดี๋ยวเอาเสื้อคลุมบังไว้ ไม่มีใครเห็นหรอก”
เขารูดซิปกางเกงออก เผยให้เห็นแท่งเนื้อขนาดมหึมาที่ประดับไปด้วยมุกฝังอยู่รอบๆ รินลดาตัวสั่นเทาด้วยความสะอิดสะเอียนและหวาดกลัว
“เร็วเซ่! อยากตายตรงนี้หรือไง!”
มือบางที่สั่นระริกจำต้องเอื้อมไปกอบกุมท่อนเนื้อร้อนผ่าว รูดรั้งขึ้นลงตามคำสั่ง ก่อนจะถูกกดศีรษะให้ก้มลงไปครอบครองความใหญ่โตนั้นไว้ในปาก กลิ่นคาวคละคลุ้งและขนาดที่ใหญ่เกินตัวทำให้เธอแทบสำลัก ชายสูงวัยครางซี้ดปากเบา ๆ ด้วยความเสียวซ่าน มือสากหนาจับหัวของเธอแล้วโยกเข้าออกด้วยความดิบเถื่อน
“อื้มมม... ซี้ดดด... กลืนไปให้หมดนะ เดี๋ยวมันเลอะ”
เมื่อพายุอารมณ์ป่าเถื่อนสงบลง รินลดารีบผละออกมาบ้วนน้ำคาวลงบนพื้นรถด้วยความขยะแขยง ชายสูงวัยแสยะยิ้มอย่างผู้ชนะพลางจัดแจงเสื้อผ้าให้เข้าที่
“ป้ายสุดท้ายแล้วครับ!” เสียงกระเป๋ารถเมล์ตะโกนบอก
รินลดารีบคว้ากระเป๋าแล้ววิ่งลงจากรถเมล์อย่างไม่คิดชีวิต เธอตรงไปยังห้องน้ำของตึกทำงานทันที พยายามล้างปากและฉีดสเปรย์ดับกลิ่นคาวอย่างบ้าคลั่ง น้ำหอมถูกพรมจนทั่วร่างเพื่อกลบกลิ่นอายความอัปยศที่เพิ่งเกิดขึ้น ในใจของเธอเต็มไปด้วยความรู้สึกสะอิดสะเอียนและหวาดกลัวต่อเหตุการณ์ป่าเถื่อนที่ไม่อาจลืมเลือน
