ตอนที่ 2 พาเข้าบ้าน
หลังจากรับเสื้อยืดจากปกรณ์ รินลดาก็เดินตรงไปยังห้องน้ำของบริษัท เธอจัดการถอดเสื้อเชิ้ตที่เปียกปอนออกอย่างรวดเร็ว ก่อนจะบรรจงพับเก็บใส่ถุงที่เตรียมมาอย่างเรียบร้อย จากนั้นจึงปลดถุงน่องสีเนื้อแบบเต็มตัวที่สวมทับกางเกงชั้นในออกอย่างช้าๆ เธอชอบสวมถุงน่องแบบนี้เพราะมันทำให้รู้สึกเหมือนมีกางเกงอยู่ข้างในกระโปรง เวลานั่งหรือเคลื่อนไหวก็จะไม่รู้สึกโป๊ ทำให้หญิงสาวรู้สึกมั่นใจในทุกอิริยาบถ แต่ในวันนี้ช่วงน่องลงไปกลับเปียกชุ่มไปด้วยน้ำฝน เธอจึงจำต้องถอดมันออกอย่างเสียดาย เมื่อเปลี่ยนชุดเสร็จเรียบร้อย รินลดาก็เดินออกมาจากห้องน้ำ เป็นจังหวะเดียวกับที่ปกรณ์หันมาทางเธอพอดี แววตาของเขาจับจ้องมาที่เรียวขาของเธออย่างเปิดเผย
“ขาคุณหลินสวยดีนะครับ” ชายหนุ่มกล่าวชมอย่างตรงไปตรงมา น้ำเสียงทุ้มนุ่มนวลของเขาทำให้รินลดารู้สึกร้อนผ่าวไปทั่วใบหน้า ก่อนที่เขาจะพูดต่ออีกว่า
“อันที่จริงคุณหลินไม่จำเป็นต้องใส่ถุงน่องก็ได้นี่ครับ”
“คือว่าหลินอยากให้ดูเรียบร้อยค่ะ” หล่อนพยายามตอบแก้เก้อ ทั้งที่ในใจจริงแล้ว การสวมถุงน่องทำให้เธอมั่นใจทุกครั้งเวลาโหนรถเมล์ มันเหมือนมีเกราะป้องกันอีกชั้นหนึ่ง ทำให้ไม่รู้สึกโล่งจนเกินไป
“ฝนหยุดแล้วนะครับ” เขามองออกไปด้านนอกหน้าต่าง แล้วเอ่ยขึ้นด้วยรอยยิ้ม “คุณหลินให้ผมไปส่งที่บ้านนะครับ”
“ไม่เป็นไรค่ะ หลินเกรงใจ บ้านหลินอยู่ใกล้ๆ แค่นี้เอง” เธอปฏิเสธอย่างนุ่มนวล แม้ในใจจะเริ่มหวั่นไหวกับความห่วงใยที่เขามอบให้
“ถ้าคุณจะรอรถเมล์ ผมว่าคงจะอีกนานเลยครับ หรือไม่คนก็อาจจะแน่น” เขาพยายามเซ้าซี้ น้ำเสียงของเขาเต็มไปด้วยความปรารถนาดี ซึ่งก็ทำให้รินลดาใจอ่อนลงในที่สุด
“ถ้าไม่เป็นการรบกวน เอาอย่างนั้นก็ได้ค่ะ” หล่อนตอบด้วยความจำยอม เพราะเธอไม่ค่อยมั่นใจนักหากจะต้องไปโหนรถเมล์ในสภาพที่เพิ่งเปลี่ยนเสื้อผ้ามาใหม่ และยังคงรู้สึกเหนียวเหนอะหนะจากน้ำฝน
“ไม่เลยครับคุณหลิน ผมเต็มใจครับ” ชายหนุ่มรีบพูดเสริมขึ้นมาทันที แววตาของเขาเป็นประกายระยิบระยับ
จากนั้นเลขาสาวก็เดินตามเจ้านายหนุ่มมายังลานจอดรถ ซึ่งเวลานี้เหลือเพียงรถหรูคันงามของเขาจอดอยู่เพียงคันเดียวเท่านั้น ท่ามกลางความเงียบสงัดของค่ำคืน
ก่อนขึ้นรถ ปกรณ์เอื้อมมือไปเปิดประตูรถให้เธออย่างสุภาพบุรุษ รินลดาก้มศีรษะลงเล็กน้อย คล้ายจะแสดงความเกรงใจหัวหน้าหนุ่ม เมื่อขึ้นไปนั่งในรถได้ หญิงสาวก็รีบพูดขึ้นมาทันที
“บอสคะ อันที่จริงไม่จำเป็นต้องเปิดประตูรถให้หลินก็ได้ค่ะ หลินเป็นเลขาฯ นะคะ หลินต่างหากที่ต้องเปิดประตูรถให้บอส” เธอพยายามบอกชายหนุ่มด้วยความเกรงใจ
“ตอนนี้เลิกงานแล้วครับ หมดเวลาเป็นเจ้านายกับลูกน้องแล้วครับ ผมถือว่าคุณหลินเป็นเพื่อนผมคนหนึ่งนะครับ” เขาตอบด้วยรอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความจริงใจและอบอุ่น ทำให้หัวใจของรินลดาเต้นระรัว
“ขอบคุณค่ะ” หญิงสาวฉีกยิ้มแล้วมองหน้าเขา นึกในใจว่า 'นี่เรากำลังโดนจีบอยู่หรือเปล่าเนี่ย' หัวหน้าอย่างคุณปกรณ์จะมาจีบลูกน้องธรรมดาๆ อย่างหล่อนได้ยังไง คิดไปคิดมา ไม่คิดดีกว่า เพราะยังไงมันก็เป็นไปไม่ได้อยู่ดี
“จริงๆ แล้ว ผมก็ไม่ใช่คนที่จะต้องมีพิธีรีตองอะไรหรอกครับ มันวุ่นวาย ทำแบบคนปกติเลยก็ได้ครับ” หล่อนมองด้วยสายตาที่ชื่นชมในความเป็นกันเองของเขา
ปกรณ์ช่างเป็นสุภาพบุรุษจริงๆ หลังจากนั้นเขาก็เอื้อมมือมารัดเข็มขัดนิรภัยให้ จมูกโด่งเป็นสันของเขาใกล้ชิดเธอมาก จนแทบจะหายใจรดส่วนหน้าอกของเธออยู่แล้ว ความใกล้ชิดที่เกิดขึ้นอย่างกะทันหันทำให้รินลดาตัวแข็งทื่อ หัวใจเต้นรัวไม่เป็นจังหวะ เขายื่นมือเอื้อมอยู่นานกว่าจะคว้าเข็มขัดมาคาดที่เอวของหล่อนได้ เพราะชายหนุ่มดันไปสะดุดตรงเนินอกอันเต่งตึงของหล่อน และทำให้เขาอดที่จะจ้องมองเสียมิได้ แววตาของเขาฉายแววปรารถนาอย่างปิดไม่มิด
พอออกรถมาได้สักพัก ก็มาถึงที่ปั๊มน้ำมันแห่งหนึ่ง เขาเติมน้ำมันเสร็จ แล้วเอ่ยถามด้วยสีหน้าที่มีรอยยิ้มกว้างและแววตาเจ้าเล่ห์
“วันนี้ผมซื้อข้าวไปทานกับคุณหลินที่บ้านได้มั้ยครับ”
“อ้าว!....แล้วคนที่บ้านบอสไม่รอทานข้าวด้วยหรือคะ?” รินลดาถามด้วยความประหลาดใจ
“อ๋อ...ไม่หรอกครับ แม่ผมหลับไปแล้วครับ ผมเอากลับไป ก็ทานคนเดียวอยู่ดี” เขาตอบด้วยน้ำเสียงสบายๆ
“อืม!..เอางั้นก็ได้ค่ะ ถ้าบอสไม่รีบ” หล่อนพูดด้วยน้ำเสียงที่เกรงใจ แต่ในใจกลับรู้สึกตื่นเต้นอย่างประหลาด
“คือว่าคุณแม่ผมท่านนอนเร็วครับ ป่านนี้ท่านคงหลับไปแล้วละครับ” ชายหนุ่มชี้แจงอีกครั้ง เพื่อคลายความกังวลของเธอ
“คุณหลินอยากทานอะไรเป็นพิเศษมั้ยครับ แบบว่าชอบทานอาหารแนวไหนครับ”
“ก็ทานได้หมดนะคะ หลินเป็นคนง่ายๆ ค่ะ ไม่มีพิธีรีตองอะไร”
“งั้นก็เหมือนผมนะสิครับ ผมก็คนง่ายๆ ไม่มีพิธีรีตองอะไร ฮ่าๆๆ.. ขอแนะนำทานเบอร์เกอร์กันมั้ยครับ ง่ายๆ สะดวกดีครับ” แล้วเขาหัวเราะขึ้นมาอีกครั้ง เสียงหัวเราะของเขาทำให้บรรยากาศผ่อนคลายลง
“ได้เลยค่ะ หลินก็ชอบเบอร์เกอร์อยู่ แต่ขอเป็นเบอร์เกอร์ไส้กรอกชีสนะคะ”
“ได้ครับ คุณหลินรอแป๊บนะครับ”
ซื้อเสร็จชายหนุ่มเดินมาที่รถ แต่ที่หล่อนชำเลืองมองกระจกข้างรถเหลือบไปเห็นมันไม่ใช่แค่เบอร์เกอร์นี่น่า มีถุงอีกหลายถุงวางอยู่บนเบาะหลัง
“คุณซื้ออะไรมาเยอะจังค่ะ” รินลดาถามด้วยความสงสัย
“อ่อ..ผมชอบดื่มไวน์ครับ ก็เลยติดมาด้วย” ชายหนุ่มเอ่ยตอบ เพื่อบ่งบอกรสนิยมของเขาไปในตัว ไม่นานรถก็แล่นมาเกือบใกล้ถึงบ้าน หล่อนนั่งเกร็งมาตลอดทาง เพราะกระโปรงที่โดนน้ำฝนมันหดสูงจนเกือบถึงโคนขาอ่อนของหล่อน ถ้าหากนั่งสบายๆ กว่านี้คงได้หวอออกแน่ๆ ความรู้สึกอึดอัดและตื่นเต้นปะปนกันไป
“ใกล้ถึงบ้านหลินแล้วค่ะ เดี๋ยวบอสเลี้ยวซ้ายข้างหน้านะคะ” หญิงสาวรีบพูดก่อนที่รถจะเลยทางแยกเข้าบ้านเธอ
“ได้ครับ”
“บ้านหลังที่สอง รั้วสีเขียวค่ะ”
“จอดตรงนี้เลยค่ะ ถึงบ้านหลินแล้วค่ะ เดี๋ยวหลินลงไปเปิดประตูรั้วก่อน รอแป๊บนะคะ”
เมื่อจอดรถเสร็จ รินลดากับปกรณ์ก็ช่วยกันถือของลงจากรถ ความใกล้ชิดที่เกิดขึ้นอีกครั้งทำให้หัวใจของรินลดาเต้นระรัว
“วางตรงนี้ก่อนก็ได้ค่ะ” หล่อนผายมือออกไปทางโซฟารับแขก ที่มีโต๊ะกลางตัวเล็กตั้งอยู่หน้าโซฟา
“บ้านหลินรกหน่อยนะคะ” เธอเอ่ยด้วยความเกรงใจ ปกติเธอมีเพื่อนน้อยและไม่ค่อยมีแขกหรือใครมาที่บ้านสักเท่าไหร่ เลยไม่ได้จัดเตรียมอะไรมากเป็นพิเศษ บางอย่างก็กระจัดกระจาย เช่นพวกรีโมททีวี รีโมทแอร์ หนังสือ หรือข้าวของเครื่องใช้บางอย่างที่ใช้ประจำวางอยู่ไม่เป็นที่
“บอสหิวหรือยังคะ”
“ยังครับ”
“งั้นเดี๋ยวหลินขอเปลี่ยนเสื้อผ้าสักครู่ได้มั้ยคะ”
“คุณหลินจะอาบน้ำเลยก็ได้ครับ คุณเปียกฝนมาเดี๋ยวจะไม่สบายเอาครับ” ปกรณ์เสนอด้วยน้ำเสียงห่วงใย แววตาของเขาจับจ้องมาที่เธออย่างมีความหมาย
“ถ้าบอสไม่รีบ งั้นก็ได้ค่ะ” หล่อนตอบ เพราะตอนนี้รู้สึกเหนียวตัวจากเหงื่อและน้ำฝนที่ไหลมารวมกันจนชุ่มไปหมด เธอปรารถนาที่จะชำระล้างร่างกายให้สดชื่นโดยเร็วที่สุด
