บท
ตั้งค่า

ตอนที่ 3 ล้างเท้าให้ภรรยา

ยามอิ๋น (03.00-04.59 น.) อากาศยามเช้ามืดหนาวเหน็บจนน้ำค้างบนยอดหญ้าแทบจะจับตัวเป็นน้ำแข็ง สวี่ลี่จินขยับตัวซุกเข้าหาความอบอุ่นตามสัญชาตญาณ แต่มือกลับปัดป่ายไปเจอเพียงความว่างเปล่าและความเย็นเยียบของกระดานไม้

นางลืมตาตื่นขึ้นมาในความมืดมิด เสียงลมพัดลอดช่องไม้ไผ่ดังหวีดหวิว แต่สิ่งที่ทำให้สติของนางแจ่มชัดคือเสียงทุ้มหนักที่ดังมาจากลานดินหลังกระท่อม

ครืด... ครืด...

เสียงหินบดสีกันดังเป็นจังหวะสม่ำเสมอ สวี่ลี่จินรีบผุดลุกขึ้น คว้าเสื้อคลุมตัวนอกมาสวมทับแล้วเดินย่องออกไปดู แสงจากตะเกียงน้ำมันดวงเล็กส่องให้เห็นแผ่นหลังกว้างของบุรุษผู้หนึ่งกำลังออกแรงหมุนโม่หินศิลาอย่างขะมักเขม้น

กู้สิงโจวตื่นก่อนนาง ทั้งที่เมื่อวานเขาแบกกระสอบข้าวสารจนร่างกายแทบแหลกสลาย แต่ยามนี้เขากลับตื่นมาทำตามสัญญาที่ให้ไว้เมื่อคืนเงียบๆ

ชายหนุ่มถอดเสื้อคลุมตัวนอกออกเหลือเพียงเสื้อตัวในสีขาวที่เปียกชุ่มไปด้วยเหงื่อ กล้ามเนื้อแขนตึงแน่นทุกครั้งที่ออกแรงหมุนโม่หิน เมล็ดถั่วเหลืองที่แช่น้ำจนพองได้ที่ถูกบดละเอียดพร้อมกับน้ำ ไหลเยิ้มออกมาเป็นน้ำสีขาวขุ่นลงสู่ถังไม้รองรับด้านล่าง

“ท่านตื่นตั้งแต่เมื่อใดกัน ทำไมไม่ปลุกข้า” นางเอ่ยถามพลางเดินเข้าไปใกล้

กู้สิงโจวชะงักมือเล็กน้อย หันมามองนางด้วยใบหน้าเรียบเฉย แต่แววตามีรอยอ่อนล้าซุกซ่อนอยู่ “ข้าเพิ่งตื่น เห็นเจ้านอนหลับสนิทเลยไม่อยากกวน อีกอย่าง งานใช้แรงเช่นนี้ให้ข้าทำเถอะ เจ้าไปเตรียมเตาไฟกับผ้าขาวบางสำหรับกรองกากถั่วสิ”

สวี่ลี่จินมองสภาพเหงื่อโทรมกายของเขาแล้วก็พูดไม่ออก นางพยักหน้ารับแล้วรีบหันไปจัดการก่อไฟในเตา ดึงเอาผ้าขาวบางที่ซักเตรียมไว้เมื่อคืนมากางออก เมื่อกู้สิงโจวโม่ถั่วจนหมดถัง เขาก็ช่วยนางยกถังน้ำเต้าหู้ดิบมาเทลงบนผ้าขาวบาง

“จับปลายผ้าไว้ให้แน่นนะ” นางสั่งการ

มือใหญ่หยาบกร้านรวบปลายผ้าไว้ด้านหนึ่ง ส่วนนางจับอีกด้าน ทั้งสองช่วยกันออกแรงบิดคั้นเอาน้ำนมถั่วเหลืองสีขาวบริสุทธิ์ลงสู่กระทะใบใหญ่ จังหวะที่ต้องบิดเน้นกากถั่วช่วงท้าย หลังมือของนางเผลอไปสัมผัสกับฝ่ามือของเขา ความสากระคายราวกับกระดาษทรายของมือชายหนุ่มทำให้นางชะงักไปนิดหนึ่ง แต่เขากลับออกแรงบีบผ้าในส่วนของนางไปดึงไว้เสียเองเพื่อเบาแรงให้

กลิ่นคาวถั่วดิบเริ่มจางหายไปเมื่อน้ำเต้าหู้ในกระทะเริ่มเดือดปุดๆ ควันสีขาวพวยพุ่งส่งกลิ่นหอมกรุ่นไปทั่วกระท่อมเล็กๆ สวี่ลี่จินหยิบไม้พายมากวนอย่างระมัดระวังไม่ให้ก้นกระทะไหม้ กู้สิงโจวยืนกอดอกพิงกรอบประตูมองสตรีหน้าเตาไฟเงียบๆ

ภาพฮูหยินผู้เย่อหยิ่งจับไม้พายกวนเต้าหู้ เป็นสิ่งที่เขาไม่เคยคิดฝันว่าจะได้เห็นในชาตินี้

เมื่อน้ำเต้าหู้เดือดได้ที่ นางก็ตักแบ่งใส่ชามใบเล็กไว้สองใบสำหรับดื่มรองท้องยามเช้า ส่วนที่เหลือในกระทะนางค่อยๆ รินน้ำผสมดีเกลือลงไปอย่างเบามือพลางกวนช้าๆ ไม่นานนัก น้ำเต้าหู้เหลวๆ ก็เริ่มจับตัวกันเป็นลิ่ม นุ่มละมุนราวกับปุยเมฆ

“สำเร็จแล้ว” นางอุทานด้วยความดีใจ ดวงตาเป็นประกายระยิบระยับลืมมาดคุณหนูตระกูลสวี่ไปเสียสิ้น “ท่านมาดูสิกู้สิงโจว มันจับตัวแล้ว จากนี้แค่ตักใส่พิมพ์ไม้แล้วเอาหินทับรีดน้ำออก ก็จะได้เต้าหู้แผ่นแล้ว”

ชายหนุ่มเดินเข้ามาดูใกล้ๆ เห็นลิ่มเต้าหู้สีขาวสะอาดในกระทะก็อดไม่ได้ที่จะเลิกคิ้วด้วยความประหลาดใจ สตรีผู้นี้ไม่ได้เก่งแค่เรื่องผลาญเงินทองหรอกหรือ

ขั้นตอนการตักใส่พิมพ์และใช้หินทับต้องอาศัยแรงงานชาย กู้สิงโจวจัดการยกก้อนหินหนักอึ้งขึ้นทับบนฝาไม้บีบอัดน้ำจนไหลซึมออกมาตามร่อง เป็นอันเสร็จสิ้นขั้นตอนที่เหลือก็แค่รอเวลาให้เต้าหู้เซ็ตตัว

ท้องฟ้าด้านนอกเริ่มทอแสงสีทองรำไร สวี่ลี่จินทรุดตัวลงนั่งบนเตียงไม้กระดานอย่างหมดสภาพ ความตื่นเต้นเมื่อครู่มลายหายไป เหลือเพียงความปวดเมื่อยที่แล่นริ้วไปทั่วร่างกาย ขาของนางสั่นระริกจากการยืนหน้าเตาไฟและเดินไปมาตลอดรุ่งสาง สภาพชุดผ้าฝ้ายตัวเก่งเปรอะเปื้อนไปด้วยคราบเขม่าควันและน้ำเต้าหู้กระเด็นใส่ รองเท้าผ้าปักลายที่สวมอยู่ก็เปื้อนโคลนจากการเดินไปตักน้ำจนดูไม่จืด

นางนวดน่องตัวเองเบาๆ ถอนหายใจเฮือกใหญ่ การสู้ชีวิตมันไม่ง่ายเลยจริงๆ

จู่ๆ เสียงตักน้ำก็ดังขึ้นจากหน้าเตา สวี่ลี่จินเงยหน้าขึ้นมอง เห็นกู้สิงโจวกำลังตักน้ำร้อนที่เหลือในกระทะผสมกับน้ำเย็นในอ่างไม้ใบเล็ก เขายกอ่างไม้นั้นเดินตรงมาหานาง ก่อนจะวางลงบนพื้นตรงหน้าเตียงกระดาน

“ท่านจะทำอะไร” นางขมวดคิ้วถาม

กู้สิงโจวไม่ตอบ เขาคุกเข่าลงบนพื้นดินเย็นเฉียบตรงหน้านาง ชายผ้าเสื้อคลุมของเขาคลุกฝุ่นโคลนโดยที่เจ้าตัวไม่สนใจ มือใหญ่เอื้อมมาจับข้อเท้าเล็กของนางเอาไว้แน่นแต่ไม่รุนแรง

สวี่ลี่จินสะดุ้งสุดตัว พยายามชักเท้าหนี “กู้สิงโจว ท่านปล่อยนะ จะทำบ้าอะไร”

“อยู่นิ่งๆ” น้ำเสียงของเขาดุขึ้นเล็กน้อยแต่แฝงไปด้วยความเอาใจใส่ เขาออกแรงรั้งข้อเท้านางไว้ ถอดรองเท้าผ้าปักที่เปื้อนโคลนออกอย่างเบามือ เผยให้เห็นเท้าเล็กขาวผ่องที่บัดนี้มีรอยแดงเถือกจากการยืนนานๆ และมีคราบดินเปรอะเปื้อน

เขาจับเท้านางจุ่มลงไปในอ่างน้ำอุ่น

ความอบอุ่นแผ่ซ่านจากปลายเท้าขึ้นมาถึงหัวใจ สวี่ลี่จินเบิกตากว้างมองบุรุษร่างสูงใหญ่ที่ยอมคุกเข่าอยู่แทบเท้านาง มือหยาบกร้านที่เคยจับแต่พู่กันและตำรา บัดนี้กำลังวักน้ำอุ่นล้างคราบสกปรกบนหลังเท้าให้นางอย่างทะนุถนอม นิ้วหัวแม่มือของเขานวดคลึงเบาๆ ฝ่าเท้าที่ปวดเกร็ง คลายความเมื่อยล้าให้มลายหายไปเป็นปลิดทิ้ง

กู้สิงโจว บุรุษผู้มีสายเลือดหยิ่งทะนงแห่งตระกูลกั่วกง ชายผู้ที่ในอนาคตจะก้าวขึ้นเป็นจอหงวนอันดับหนึ่งและขุนนางผู้กุมอำนาจล้นฟ้า วันนี้เขากำลังคุกเข่าล้างเท้าให้สตรีที่เคยด่าทอเหยียดหยามเขาสารพัด

“เจ้ายืนมาทั้งคืน ขาบวมหมดแล้ว แช่น้ำอุ่นเสียหน่อยจะได้สบายขึ้น” เขาเอ่ยทำลายความเงียบโดยไม่เงยหน้าขึ้นมอง รอยแยกแตกบนหลังมือของเขาตัดกับผิวขาวเนียนของเท้านางอย่างชัดเจน

ก้อนเนื้อในอกของสวี่ลี่จินบีบรัดตัวอย่างรุนแรง ขอบตาของนางร้อนผ่าวขึ้นมาอย่างห้ามไม่อยู่ ในโลกก่อนนางปากกัดตีนถีบสู้ชีวิตมาเพียงลำพัง ไม่เคยมีใครมาคุกเข่าล้างเท้า คอยใส่ใจความเหนื่อยล้าของนางเช่นนี้มาก่อน

ในหัวของนางนึกย้อนไปถึงพล็อตนิยายบัดซบเรื่องนั้น นางร้ายหลอกขายชายผู้นี้เข้าหอนางโลมได้อย่างไร ช่างเป็นสตรีที่โง่งมไร้สมองที่สุดในใต้หล้า บุรุษที่รักและถนอมภรรยาได้ถึงเพียงนี้ แม้จะต้องกัดก้อนเกลือกิน นางก็จะไม่ยอมปล่อยมือเด็ดขาด

“สิงโจว” นางเรียกชื่อเขาเสียงแผ่วเบา

มือที่กำลังนวดฝ่าเท้าชะงักไป ชายหนุ่มเงยหน้าขึ้นสบตากับนาง ดวงตาคมกริบของเขามีร่องรอยของความสงสัย

สวี่ลี่จินสูดลมหายใจลึก นางก้มลงไปประคองใบหน้าหล่อเหลาที่เปื้อนคราบฝุ่นของเขาเอาไว้ด้วยสองมือ นิ้วโป้งเกลี่ยไล้รอยช้ำที่มุมปากเบาๆ

“ฟังข้านะกู้สิงโจว” น้ำเสียงของนางหนักแน่นและจริงจังกว่าครั้งใด “สวี่ลี่จินคนที่เคยมองท่านเป็นแค่บ่อเงินบ่อทอง คนที่เคยดูถูกว่าท่านเป็นแค่พ่อค้าต่ำต้อย สตรีผู้นั้นตายไปพร้อมกับคฤหาสน์ที่ถูกยึดไปแล้ว”

นัยน์ตาของชายหนุ่มสั่นไหวเล็กน้อย เขานิ่งฟังคำพูดของนางอย่างตั้งใจ

“ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป ข้าคือภรรยาของท่าน เป็นเถ้าแก่เนี้ยร้านเต้าหู้ของท่าน เราจะร่วมหอลงโรง กินข้าวหม้อเดียวกัน ลำบากก็ลำบากด้วยกัน ข้าจะไม่หนีไปไหน และท่าน ก็ห้ามไล่ข้ากลับบ้านเดิมอีกเป็นอันขาด เข้าใจหรือไม่”

คำประกาศกร้าวของนางดังก้องอยู่ในกระท่อมซอมซ่อ กู้สิงโจวมองลึกเข้าไปในดวงตาหงส์ที่กระจ่างใสไร้เล่ห์เหลี่ยมของภรรยา เขาพยายามค้นหาความเสแสร้ง แต่กลับพบเพียงความแน่วแน่ที่ร้อนแรงดั่งเปลวไฟ กำแพงน้ำแข็งในใจที่เขาสร้างขึ้นเพื่อป้องกันตัวเองจากสตรีผู้นี้ กำลังถูกหลอมละลายลงอย่างช้าๆ

ริมฝีปากที่มักจะเม้มแน่นเป็นเส้นตรงเสมอ ค่อยๆ คลี่ออกเป็นรอยยิ้มบางเบา เป็นรอยยิ้มที่ไปถึงดวงตาครั้งแรกนับตั้งแต่คฤหาสน์ถูกริบ

“หากเจ้าพูดเช่นนี้แล้ว วันหน้าถ้าเจ้าทนความลำบากไม่ไหวมาร้องไห้ขอหย่า ข้าก็จะไม่ยอมปล่อยเจ้าไปแล้วนะ ลี่จิน” น้ำเสียงของเขาแหบพร่าแต่แฝงไปด้วยความรู้สึกท่วมท้น

“ใครขอหย่าก่อน คนนั้นเป็นลูกเต่า” นางสวนกลับทันควัน เรียกเสียงหัวเราะทุ้มต่ำจากลำคอของชายหนุ่มได้ในที่สุด

เขาใช้ผ้าสะอาดซับน้ำที่เท้าให้นางอย่างเบามือ ก่อนจะลุกขึ้นยืนเต็มความสูง “ตะวันขึ้นแล้ว เต้าหู้น่าจะใช้ได้แล้วล่ะ ข้าจะไปเปิดแผ่นหินออก เจ้าเตรียมตะกร้าเถอะ วันนี้ข้าจะแบกตะกร้าเต้าหู้ไปส่งเจ้าที่ตลาดก่อน แล้วค่อยเลยไปทำงานที่ท่าเรือ”

สวี่ลี่จินพยักหน้ารับด้วยรอยยิ้มกว้าง นางลุกขึ้นยืน ความเหนื่อยล้าปลิดทิ้งไปจนหมดสิ้น นางเดินไปที่กระดานไม้ ยกชามน้ำเต้าหู้อุ่นๆ ที่แบ่งไว้สองชามยื่นให้เขาหนึ่งชาม

“ดื่มรองท้องก่อนไปสู้รบกับพวกแม่ค้าหน้าเลือดในตลาดกันเถอะ ท่านพี่” นางจงใจเน้นคำว่าท่านพี่ด้วยน้ำเสียงหยอกเย้า

กู้สิงโจวรับชามมาถือไว้ สายตามองเต้าหู้แผ่นขาวนวลที่ถูกตัดแบ่งอย่างสวยงามวางเรียงอยู่ในตะกร้าไม้ไผ่รองด้วยใบตอง กลิ่นหอมของความหวังลอยอวลอยู่ในอากาศ

แม้ชะตากรรมจะบัดซบเพียงใด แต่การมีสตรีผู้นี้อยู่เคียงข้าง บางทีการสูญเสียทุกอย่างเพื่อเริ่มต้นใหม่ ก็อาจจะไม่ได้เลวร้ายอย่างที่คิดเลยสักนิด.

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel