บท
ตั้งค่า

6 น้ำตาริมอ่าง

วันต่อมา... บรรยากาศภายในห้องกองคลังขององค์การบริหารส่วนตำบลบ้านดอนขุนเต็มไปด้วยความวุ่นวายเล็กน้อย เนื่องจากเป็นช่วงใกล้ปิดรอบส่งงบเบิกจ่ายประจำสัปดาห์ บนโต๊ะทำงานของ อิมพอร์ต นักศึกษาฝึกงาน แฟ้มเอกสารสีน้ำเงินและเครื่องคิดเลขถูกวางเตรียมพร้อมไว้ตั้งแต่เช้าตรู่ ดวงตากลมโตสีนิลกวาดมองนาฬิกาบนผนังห้องสลับกับประตูทางเข้าอยู่เป็นระยะ

วันนี้อิมพอร์ตตั้งใจมารอรับเอกสารเบิกค่าใช้จ่ายที่ถูกแก้ไขตัวเลขใหม่จาก นายช่างตูน ตามกำหนดเดดไลน์ที่พี่ปูย้ำนักย้ำหนาว่าถ้าไม่ส่งวันนี้ รอบเบิกจะถูกเลื่อนออกไปยาว ๆ

แต่ทว่า... จนกระทั่งเวลาล่วงเลยไปถึงบ่ายแก่ ๆ เจ้าหน้าที่คนอื่นต่างบอกเป็นเสียงเดียวกันว่า วันนี้ช่างตูนมีคิวต้องออกไปตรวจหน้างานก่อสร้างระบบระบายน้ำและสำรวจพื้นที่นอกสถานที่ตั้งแต่เช้าตรู่ และไม่มีกำหนดว่าจะกลับเข้าสำนักงานทันเวลาเลิกงานหรือไม่

อิมพอร์ตเริ่มนั่งไม่ติดเก้าอี้ ความกระวนกระวายใจเริ่มเข้าครอบงำ มือเรียวเล็กพลิกนาฬิกาข้อมือดูเวลาที่เดินผ่านไปอย่างรวดเร็ว จนกระทั่งถึงเวลาเลิกงาน 16.30 น. เสียงสัญญาณกริ่งเลิกงานดังขึ้น พร้อม ๆ กับที่พี่ปูเดินมาตบไหล่เธอเบา ๆ พร้อมบอกว่าให้เก็บของกลับบ้านได้เลย ส่วนเรื่องเอกสารของช่างตูนคงต้องยกยอดไปคุยกันวันอื่นแทน เพราะติดต่อเจ้าตัวไม่ได้เลย

แม้จะโล่งใจที่ไม่ต้องโดนเร่งเรื่องเอกสารในวันนี้ แต่อิมพอร์ตก็ยังรู้สึกหงุดหงิดและติดค้างในใจไม่น้อย ไหน ๆ ก็เลิกงานแล้ว แถมท้องฟ้าช่วงเย็นก็เริ่มมีเค้าลางความเปลี่ยนแปลง เมฆฝนสีเทาเข้มเริ่มก่อตัวหนาแน่นลอยต่ำปกคลุมไปทั่วบริเวณ แต่ลมพัดเอื่อย ๆ เย็นสบาย เธอจึงตัดสินใจขับรถยนต์อีโคคาร์คันเล็กคู่ใจแวะเที่ยวถ่ายรูปเล่นตามสถานที่ธรรมชาติแถวชานเมืองเพื่อหาคอนเทนต์ลงโซเชียลมีเดียคลายเครียดจากเรื่องดราม่าเมื่อวานสักหน่อย ก่อนที่ฝนจะตกลงมาจริง ๆ

รถเก๋งคันเล็กแล่นเลียบมาตามถนนดินลูกรังอัดแน่นจนมาถึง "อ่างเก็บน้ำห้วยสำราญ" แหล่งท่องเที่ยวยอดนิยมยามเย็นของคนในท้องถิ่น วิวทิวทัศน์รอบด้านเป็นผืนน้ำกว้างใหญ่ ภายใต้ท้องฟ้ามืดครึ้มที่ถูกปกคลุมด้วยเมฆฝนระลอกใหญ่ บรรยากาศเริ่มสลัวลงและมีลมกรรโชกแรงเป็นระยะ ๆ กลิ่นอายฝนลอยโชยมากับลมช่วยให้ความตึงเครียดในสมองของอิมพอร์ตผ่อนคลายลงอย่างเห็นได้ชัด

หญิงสาวจอดรถไว้บริเวณลานดินกว้าง หยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาเดินหามุมสวย ๆ บนสันอ่างเก็บน้ำเพื่อถ่ายรูปวิวและเซลฟี่ตัวเองเก็บไว้ลงสตอรี่ไอจีก่อนที่ฝนจะเทลงมา

แต่เดินไปได้ไม่ไกล สายตาก็ต้องสะดุดเข้ากับร่างสูงโปร่งคุ้นตาในชุดเสื้อเชิ้ตพับแขนและสวมเสื้อคลุมสีดำตัวเก่ง นั่งอยู่บนเก้าอี้สนามพับได้ริมตลิ่ง ชายหนุ่มกำลังถือเบ็ดตกปลาอย่างใจจดใจจ่อ ข้างตัวมีกล่องใส่อุปกรณ์ตกปลาวางอยู่

“นั่น... ช่างตูนนี่นา! ออกมานั่งตกปลาสำราญใจอยู่นี่เอง ถึงว่าล่ะติดต่อไม่ได้ ไม่ยอมเข้าสำนักงาน ที่แท้ก็โดดงานมาตกปลานี่แหละ!”

อิมพอร์ตคิดในใจ ความหมั่นไส้พุ่งปรี๊ดขึ้นมาทันที เธอลดโทรศัพท์มือถือลง กำหมัดแน่นด้วยความโมโหที่เอกสารเบิกเงินของเธอต้องชะงักเพราะผู้ชายคนนี้ แต่ตัวเจ้ากลับมานั่งชิลตกปลาท่ามกลางบรรยากาศครึ้มฟ้าครึ้มฝนอย่างสบายใจเฉิบ เท้าเรียวในรองเท้าผ้าใบก้าวฉับ ๆ เดินตรงดิ่งเข้าไปหาเป้าหมายทันทีโดยไม่ทันระวังตัว

"นี่! พี่ตูน!" เสียงหวานใสเอ่ยขึ้นขัดจังหวะขึ้นกะทันหัน

ตูนที่กำลังเคลิ้ม ๆ รอปลากินเบ็ดท่ามกลางลมเย็น ๆ สะดุ้งสุดตัว หันขวับมามองตามเสียง ก่อนจะเลิกคิ้วสูงด้วยความแปลกใจเมื่อเห็นว่าเป็นเด็กฝึกงานตัวแสบที่เดินหน้าบึ้งตึงเข้ามาหาเขาถึงริมอ่างเก็บน้ำ

"อ้าว... น้องอิมพอร์ต? มาโผล่อะไรแถวนี้เนี่ย หรือว่าแอบสะกดรอยตามผมมา เพราะคิดถึงผมล่ะสิ" ตูนเอ่ยแซวด้วยน้ำเสียงกวนประสาทตามสไตล์ รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ปรากฎขึ้นที่มุมปาก

แต่อิมพอร์ตไม่มีอารมณ์มาเล่นด้วย เธอยืนเท้าสะเอว สีหน้าบึ้งตึง ดวงตากลมโตจ้องมองเขาเขม็ง ท่ามกลางเสียงลมพัดอื้ออึงและเสียงฟ้าร้องคำรามเบา ๆ ในระยะไกล

"ใครจะไปสะกดรอยตามพี่กันล่ะคะ! หน้าหลงตัวเองชะมัด! หนูแค่ผ่านมาถ่ายรูปต่างหากเล่า ว่าแต่... ทำไมพี่ถึงไม่เอาบิลเอกสารที่แก้แล้วมาให้หนูที่สำนักงานคะ รู้ไหมว่าหนูรอจนเลิกงาน รอจนบ้านแล้วเนี่ย ทำให้เรื่องเบิกเงินมันติดขัดไปหมดรู้ตัวบ้างไหม!" อิมพอร์ตพรั่งพรูความอัดอั้นตันใจออกมาเป็นชุด

ตูนถอนหายใจยาว ๆ วางคันเบ็ดลงช้า ๆ ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองเด็กสาวด้วยสีหน้าเรียบแกมดุตามสไตล์คนฟอร์มจัด พร้อมกับเหล่มองท้องฟ้าครึ้มฝนที่ดูท่าจะไม่ค่อยดีนัก

"นี่คุณน้อง... ผมมาทำงานข้างนอกสำนักงาน ตั้งแต่เช้าจนหัวหมุน คุมคนงานซ่อมแซมท่อระบายน้ำจนเหนื่อยสายตัวแทบขาด จะเอาเวลาไหนไปนั่งแก้เอกสารยิบย่อยแล้ววิ่งเอาไปส่งให้คุณที่โต๊ะล่ะครับ? ผมไม่ใช่เด็กรับใช้นะ จะได้วิ่งวุ่นตามคำสั่งตลอดเวลาเนี่ย!" ตูนสวนกลับด้วยน้ำเสียงห้วนและดุเข้ม

พอเจอคำพูดดุ ๆ และสายตาคมกริบมองมาแบบนั้น อิมพอร์ตที่กำลังอารมณ์ขึ้นอยู่แล้วก็ชะงักกึก ความรู้สึกน้อยใจและตกใจพุ่งแปลบขึ้นมาในอกทันที ดวงตากลมโตที่จ้องมองอยู่เมื่อครู่เริ่มร้อนผ่าวขึ้นมาอย่างรวดเร็ว หยาดน้ำตาใส ๆ เอ่อคลอเบ้าแล้วไหลรินลงมาอาบแก้มเนียนอย่างห้ามไม่อยู่ ท่ามกลางลมฝนที่เริ่มพัดแรงขึ้นเรื่อย ๆ

"ฮือ... พี่ตูนใจร้าย... เอาแต่ดุอยู่นั่นแหละ หนูแค่มารอตามหน้าที่ไหมล่ะ ทำไมต้องมาขึ้นเสียงใส่ด้วยเล่า..." อิมพอร์ตสะอื้นเบา ๆ ยกมือขึ้นปาดน้ำตาลวก ๆ ด้วยความคับแค้นใจ

ตูนเบิกตากว้างขึ้นเล็กน้อย สีหน้ากวน ๆ เมื่อครู่หายวับไปกับตา กลายเป็นความรู้สึกเซ็งและทำตัวไม่ถูกทันที ชายหนุ่มยกมือขึ้นกุมขมับตัวเองแล้วบ่นพึมพำออกมาอย่างหัวเสียเมื่อเห็นสภาพอากาศรอบตัวประกอบกัน

"เฮ้อ... อีกแล้วเหรอเนี่ย? อะไรวะเนี่ย ทำไมบ่อน้ำตาแตกง่ายจังวะคุณน้อง! ท้องฟ้าก็เริ่มร้องคำรามทำท่าจะหรี่ฝนลงมาอยู่แล้วเนี่ย ยังจะมาบ่อน้ำตาแตกใส่อีก!" ตูนบ่นอุบด้วยความปวดหัว จัดการไม่ถูกกับสถานการณ์เฉพาะหน้า

ครืนนน! ครืนนน!

เสียงฟ้าผ่าคำรามสนั่นหวั่นไหวใกล้เข้ามาทุกที พร้อมกับห่าฝนเม็ดเป้งเริ่มโปรยปรายลงมาประปรายเป็นสัญญาณเตือนว่าพายุฝนกำลังจะถล่มอย่างหนักในอีกไม่กี่วินาทีข้างหน้า!

"เฮ้ย! ฝนทำท่าจะตกหนักจริง ๆ แล้ววะเนี่ย!" ตูนสบถออกมาเสียงดัง รีบผุดลุกขึ้นยืน คว้ากล่องอุปกรณ์ตกปลาและคันเบ็ดด้วยความทุลักทุเล "วิ่งเร็วคุณน้อง! ลงจากสันอ่างเก็บน้ำไปหลบที่เพิงพักข้างล่างเร็วเข้า เปียกหมดแน่!"

อิมพอร์ตที่กำลังสะอื้นอยู่สะดุ้งตกใจกับเสียงฟ้าร้องและเม็ดฝนที่เริ่มซัดสาด ยิ่งลนลานเข้าไปใหญ่ รีบหันหลังวิ่งตามตูนลงมาจากสันอ่างเก็บน้ำทันที

แต่ทว่า... ทางเดินลงจากสันอ่างเป็นเนินลาดชันที่ปกคลุมด้วยหญ้าหนาประกอบกับละอองฝนที่เพิ่งเริ่มโปรยลงมาทำให้ดินชุ่มน้ำและลื่นขึ้นอย่างรวดเร็ว

พรวด!

อิมพอร์ตวิ่งมาได้ไม่กี่ก้าว เท้าเรียวเกิดลื่นไถลไปกับพงหญ้าเปียกชื้นอย่างแรง ร่างบางเสียหลักพุ่งไถลลงไปตามเนินลาดชันด้วยความเร็ว "ว้าย!" เสียงกรีดร้องด้วยความตกใจดังลั่น

ตูนที่วิ่งนำอยู่ข้างหน้าหันกลับมาเห็นเหตุการณ์พอดี สัญชาตญาณนายช่างร่างหนารีบทิ้งอุปกรณ์ในมือลงพื้นอย่างไร้เยื่อใย พุ่งตัวเข้าไปคว้าเอวบางของอิมพอร์ตเอาไว้สุดแรงด้วยความตกใจ

"ระวัง!"

แรงดึงและแรงเหวี่ยงทำให้ตูนคว้าตัวอิมพอร์ตได้ทัน แต่ด้วยความลาดชันและพื้นดินที่ลื่นเกินต้านทาน ทำให้ร่างสูงของตูนเสียหลักล้มไถลตามลงไปติด ๆ กลายเป็นก้อนกลิ้งไถลลงไปกองกับพื้นดินเปียกปอนที่เชิงเนินด้วยกันทั้งคู่!

ตุบ!

ร่างบางของอิมพอร์ตไถลลงมาทับอยู่บนร่างหนาของตูนพอดิบพอดี โดยที่ใบหน้าและหน้าอิมพอร์ตซบแนบชิดอยู่กับแผงอกกว้างของตูนพอดี ท่ามกลางสายฝนที่เริ่มโปรยเม็ดลงมาหนักขึ้นเรื่อย ๆ

ทั้งคู่ค้างเติ่งอยู่ในท่ากอดกันกลมบนพื้นหญ้าแฉะ ดวงตากลมโตเบิกกว้างด้วยความตื่นตกใจจนลืมหายใจ สมองขาวโพลนว่างเปล่าจากเรื่องทะเลาะเมื่อครู่โดยสิ้นเชิง ส่วนตูนเองก็นอนนิ่งค้างตาค้าง มือแกร่งยังคงโอบเอวบางเอาไว้แน่นโดยไม่รู้ตัว ความเงียบงันชั่วขณะปกคลุมท่ามกลางเสียงลมฝนที่โหมกระหน่ำรอบด้าน

ผ่านไปชั่วอึดใจใหญ่ ๆ เมื่อเริ่มตั้งสติกลับมาได้ ตูนก็กะพริบตาถี่ ๆ ไล่หยดน้ำฝนที่เริ่มโปรยปรายลงมาเปะปะใบหน้า ก้มมองคนตัวเล็กที่นอนซบหน้าแนบอกตัวเองอยู่ด้วยหัวใจที่เต้นโครมครามแปลก ๆ ก่อนจะเอ่ยถามเสียงทุ้มพร่าด้วยความเขินปนระอา

"เอ่อ... นี่... จะลุกขึ้นได้หรือยังคุณน้อง หนักนะเนี่ย..."

อิมพอร์ตสะดุ้งเฮือกเมื่อได้ยินเสียงทุ้มดังขึ้นใกล้หู เธอกะพริบตาปริบ ๆ ตั้งสติได้ว่าตอนนี้ตัวเองอยู่ในสภาพไหน แก้มเนียนที่แนบชิดอยู่กับอกแกร่งและเปียกปอนด้วยละอองฝนกลับแดงระเรื่อขึ้นมาอย่างเห็นได้ชัดด้วยความเขินอายจนแทบแทรกแผ่นดินหนี เธอพยายามจะดันตัวลุกขึ้น แต่ด้วยความตกใจและความลื่นของพื้นทำให้ขยับตัวได้ยาก เธอกัดริมฝีปากล่างเบา ๆ แล้วตอบเสียงสั่นพร่าลอดไรฟันด้วยความเขินจัด

"ยัง... ยังลุกไม่ได้ค่ะ..."

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel