7 ท่ามกลางสายฝน
สายฝนเม็ดโตยังคงโปรยปรายลงมาจากท้องฟ้าสีหม่น เสียงซ่าของหยาดน้ำที่กระทบลงบนผืนหญ้าและผิวน้ำในอ่างเก็บน้ำดังระงมไปทั่วบริเวณ ท่ามกลางความเย็นฉ่ำของอากาศและความชื้นแฉะของพื้นดิน ร่างของคนทั้งสองยังคงนอนกอดก่ายกันอยู่บนเนินลาดชัน
ตูนกะพริบตาปริบ ๆ พยายามตั้งสติกับสถานการณ์ชวนอึดอัดที่เกิดขึ้น ดวงตาคมกริบมองคนตัวเล็กที่ทับอยู่บนอกตัวเองด้วยความฉงนระคนแปลกใจ เมื่อเห็นเธอยังคงนิ่งค้างไม่ยอมขยับเขยื้อน แถมเอ่ยปากบอกว่าลุกขึ้นไม่ได้ ทั้งที่ปกติคนเราถ้ารู้ตัวว่าอยู่ในท่าที่ไม่เหมาะสมคงจะรีบดีดตัวลุกขึ้นทันทีแล้ว ชายหนุ่มจึงเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงทุ้มพร่าที่เจือไปด้วยความสงสัย
"ทำไม... ถึงลุกไม่ได้ล่ะคุณน้อง เป็นอะไร เจ็บตรงไหนหรือเปล่า?"
สิ้นเสียงถามของตูน อิมพอร์ตก็สะดุ้งเฮือกราวกับเพิ่งได้สติ ใบหน้าที่ซบอยู่กับแผงอกกว้างค่อย ๆ เงยขึ้นมาช้า ๆ ดวงตากลมโตคู่สวยสบเข้ากับดวงตาคมเข้มของนายช่างหนุ่มในระยะประชิด ชนิดที่ว่าลมหายใจอุ่น ๆ ของทั้งคู่ผสานเป็นลมเดียวกัน
ในเสี้ยววินาทีนั้น... รอบตัวราวกับหยุดนิ่ง เสียงสายฝนที่เคยโหมกระหน่ำเหมือนจะเบาลงไปถนัดตา หัวใจดวงน้อยของอิมพอร์ตเต้นระรัวโครมครามจนแทบจะทะลุออกมานอกอก เช่นเดียวกับหัวใจของตูนที่กระหน่ำเต้นแรงจนอีกฝ่ายสัมผัสได้ถึงจังหวะที่สั่นไหวไม่แพ้กัน
แต่ความเคลิบเคลิ้มนั้นอยู่ได้ไม่ถึงอึดใจ เมื่อสมองของสาวน้อยผู้เรียบร้อยและรักนวลสงวนตัวประมวลผลได้ทัน อิมพอร์ตก็เบิกตากว้างด้วยความตกใจ รีบผละใบหน้าออกแล้วก้มมองสภาพตัวเองทันที
"คะ... คือ! มัน... มันโป๊ค่ะ!" อิมพอร์ตอุทานลั่นด้วยความตื่นตระหนก ใบหน้าหวานแดงก่ำลามไปจนถึงใบหู ร่างกายที่เปียกปอนไปด้วยสายฝนทำให้เสื้อนักศึกษาและเสื้อผ้าของเธอแนบเนื้อจนเผยให้เห็นสัดส่วนและร่องรอยเสื้อชั้นในสีอ่อนที่ทะลุผ่านเนื้อผ้าสีขาวบางออกมาชัดเจน ความอายพุ่งปรี๊ดขึ้นจนหยาดน้ำตาคลอเบ้าด้วยความทำตัวไม่ถูกตามประสาเด็กสาวผู้เรียบร้อย
ตูนที่ก้มมองตามสายตาของเธอลงมาก็ชะงักกึก กลืนน้ำลายลงคออึกใหญ่ด้วยความตกใจและทำตัวไม่ถูกเช่นกัน รีบเบือนหน้าหนีไปทางอื่นทันที ใบหน้าหล่อเหลาขึ้นสีแดงระเรื่อด้วยความเขินอายไม่แพ้กัน
"เอ่อ... คือ... ผมไม่ได้ตั้งใจมองนะ!" ตูนรีบแก้ตัวเสียงตะกุกตะกัก ร่างสูงพยายามขยับตัว "ก็... ก็จะให้ผมทำยังไงล่ะ จะให้นอนตากฝนรอให้แห้งอยู่ตรงนี้หรือไงเล่า ลุกขึ้นมาสิครับ"
"ฮือ... ก็มันลุกไม่ได้นี่นา!" อิมพอร์ตโวยวายเสียงสั่นด้วยความอายและอึดอัด "พื้นมันลื่นจะตายไป หนูใส่รองเท้าผ้าใบ พื้นก็แฉะ ขืนขยับสุ่มสี่สุ่มห้ามีหวังไถลลงไปอีกรอบแน่ ๆ... พี่ตูนต้องช่วยหนูนะ!"
"เอ้า แล้วจะให้ผมทำยังไงล่ะทีนี้..." ตูนเกาหัวแกรก ๆ อย่างจนปัญญา
"หลับตา!" อิมพอร์ตสั่งเสียงเฉียบขาด แม้หน้าจะแดงแจ๋ "พี่ตูนห้ามลืมตาเด็ดขาดนะ หลับตาปี๋ไปเลย แล้วก็... พานางสาวอิมพอร์ตลุกขึ้นมาดี ๆ!"
"เออ ๆ หลับก็หลับวะ เรื่องมากจริง ๆ ยัยตัวแสบเอ๊ย" ตูนบ่นอุบอาย หลับตาปี๋ลงสนิทตามคำสั่งอย่างจำยอม "แล้วจะให้ผมทำยังไงต่อ ยื่นมือมาสิ"
"ไม่ใช่แค่นั้น..." อิมพอร์ตกัดริมฝีปากล่างด้วยความเขินอายยิ่งกว่าเดิม ดวงตากลมโตมองสำรวจสภาพตัวเองที่เปียกโชกจนน่ากลัว ก่อนจะเอ่ยเสียงเบาราวกับกระซิบ "เสื้อคลุมสีดำของพี่... ถอดให้หนูยืมใส่บังหน่อยค่ะ! ไม่อย่างนั้นหนูไม่ยอมลุกขึ้นไปไหนเด็ดขาด!"
ตูนลืมตาขึ้นมาข้างหนึ่งมองหน้าเด็กสาวที่ทำหน้าเหมือนจะร้องไห้รอมร่อ ยอมแพ้ให้กับความดื้อและสถานการณ์เฉพาะหน้า "เออ ๆ ถอดก็ถอดวะ เรื่องมากเป็นบ้าเลยคุณน้องเนี่ย"
ว่าแล้วตูนก็พยายามขยับตัวลุกขึ้นนั่งพิงเนินดินเพื่อจะถอดเสื้อคลุมสีดำตัวนอกออกส่งให้ แต่เพราะความรีบร้อน พื้นดินที่ลื่นแฉะ และแรงเหวี่ยงจากการขยับตัว ทำให้จังหวะที่ตูนดันตัวลุกขึ้นมานั่งประชิดตัวอิมพอร์ตนั้น...
หมับ! พรวด!
จังหวะที่หน้าเงยขึ้นมาพอดีกับที่อิมพอร์ตโน้มตัวลงไปจะคว้าเสื้อ ริมฝีปากหยักของตูนก็พุ่งตรงเข้า “จูบ” เข้ากับหน้าผากมนของอิมพอร์ตเข้าอย่างจัง!
จุ๊บ!
เสียงริมฝีปากสัมผัสกับหน้าผากดังขึ้นท่ามกลางเสียงฝน ทั้งคู่แข็งค้างราวกับถูกสต๊าฟไว้ อิมพอร์ตเบิกตากว้างจนแทบถลนด้วยความตกใจสุดขีด เลือดสูบฉีดพุ่งขึ้นมาบนใบหน้าจนร้อนผ่าวไปหมด ส่วนตูนเองก็ตาค้างกะพริบตาปริบ ๆ สมองขาวโพลนยิ่งกว่าเดิม
"อุ๊ย! อี๊! พี่ตูน!" อิมพอร์ตโวยวายลั่น ยกมือขึ้นกุมหน้าผากตัวเองทันที ใบหน้าแดงแจ๋ด้วยความตกใจปนเขินจัดจนแทบอยากจะมุดดินหนี "บอกให้หลับตาไงเล่า! ทำไมถึงซุ่มซ่ามมาโดนหน้าผากหนูแบบนี้เนี่ย!"
"เฮ้ย! ผมไม่ได้ตั้งใจเว้ย! ใครจะไปรู้ว่าคุณจะยื่นหน้าเข้ามาจังหวะนั้นพอดีเล่า!" ตูนรีบแก้ตัวหน้าตาตื่น น้ำเสียงลนลานจนผิดวิสัยนายช่างจอมกวน "อุบัติเหตุเว้ยอุบัติเหตุ! อย่าโวยวายสิฟะ!"
"ไม่ต้องมาแก้ตัวเลย! หลับตาแล้วถอดเสื้อคลุมมาเดี๋ยวนี้เลยนะ!" อิมพอร์ตแว้ดใส่เสียงสั่นเครือด้วยความเขินอายขั้นสุด
ตูนรีบดึงสติกลับมา มือหนารีบปลดกระดุมเสื้อคลุมสีดำตัวนอกออกอย่างรวดเร็ว แล้วยื่นส่งให้หญิงสาวทันทีโดยไม่กล้าสบตา อิมพอร์ตคว้าเสื้อคลุมตัวโคร่งนั้นมาสวมทับร่างตัวเองอย่างลนลานเพื่ออำพรางความโป๊จากเสื้อที่เปียกฝน เมื่อจัดการตัวเองเรียบร้อยแล้ว ทั้งคู่ก็พยุงกันลุกขึ้นจากพื้นดินเฉอะแฉะ ท่ามกลางสายฝนที่ยังคงตกลงมาอย่างต่อเนื่อง แล้วรีบวิ่งฝ่าสายฝนตรงดิ่งเข้าไปหลบภัยใน "ศาลาพักใจริมอ่างเก็บน้ำ" ที่อยู่ใกล้ที่สุดทันที
ภายในศาลาไม้เก่าแก่ที่มุงหลังด้วยกระเบื้อง ลมฝนพัดโชยเข้ามาเบา ๆ ทำให้ละอองน้ำเย็นเฉียบกระเซ็นถูกผิวเนื้อจนทั้งคู่วิ่งเข้ามาถึงกับยืนกอดอกตัวสั่นเทิ้มด้วยความหนาว อิมพอร์ตในชุดนักศึกษาเปียกโชกที่มีเสื้อคลุมสีดำตัวใหญ่ของตูนสวมทับอยู่ ยืนกอดอกห่อไหล่พยายามถูแขนตัวเองเพื่อคลายความหนาว
ส่วนตูนอยู่ในสภาพเสื้อเชิ้ตแขนยาวสีขาวแนบเนื้อเนื่องจากถอดเสื้อคลุมออกให้เด็กสาวไปแล้ว ชายหนุ่มยืนหอบหายใจฮืดฮาด เสยผมลู่ฝนขึ้นไปด้านหลังเผยให้เห็นใบหน้าหล่อเหลาที่เปียกปอน
