5 น้ำตาในกองช่าง
เมื่อเดินมาถึงหน้าห้องทำงานของกองช่าง อิมพอร์ตก็เห็นประตูเปิดอ้าไว้ครึ่งหนึ่ง ด้านในมีโต๊ะทำงานหลายตัว และร่างสูงโปร่งของนายช่างตูนในชุดเสื้อเชิ้ตพับแขนสวมทับด้วยเสื้อคลุมสีดำกำลังนั่งก้มหน้าก้มตาตรวจแบบแปลนก่อสร้างอยู่ท่ามกลางเสียงพูดคุยของเพื่อนร่วมงานคนอื่น
อิมพอร์ตสูดหายใจเข้าเฮือกใหญ่ ยืนเก้ ๆ กัง ๆ อยู่ที่หน้าประตูก่อนจะเคาะเบา ๆ สองครั้ง
"เอ่อ... ขออนุญาตค่ะ..." เสียงหวานใสเอ่ยขึ้นเบาเสียจนแทบจะกลืนหายไปกับเสียงพัดลมเพดาน
ตูนเงยหน้าขึ้นจากแปลนก่อสร้าง เมื่อเห็นว่าเป็นใคร ดวงตาคมกริบก็ฉายแววเจ้าเล่ห์และประกายความสนุกสนานขึ้นมาทันที เขาวางปากกาลงในมือ เอนหลังพิงพนักเก้าอี้ด้วยท่าทางสบาย ๆ กวนประสาทตามสไตล์
"อ้าว... นึกว่าใคร ที่แท้ก็แม่คุณนักบัญชีคนเก่งผู้ประกาศกร้าวว่าจะตรวจสอบเอกสารให้ผมนี่เอง มาหาผมถึงถิ่นแบบนี้ มีอะไรล่ะครับ หรือว่าเอกสารเบิกเงินของผมผ่านฉลุยจนอยากจะเอาเงินสดมาจ่ายให้ผมตอนนี้เลย?" ตูนเอ่ยแซวด้วยน้ำเสียงทะเล้นและรอยยิ้มมุมปาก ชวนให้คนฟังรู้สึกหมั่นไส้จนอยากจะหยิกเนื้อสักที
อิมพอร์ตเม้มริมฝีปากแน่น ความกล้าที่สะสมมาเมื่อครู่เริ่มสั่นคลอน แต่ด้วยความที่ไม่อยากโดนพี่ปูดุและไม่อยากให้งานเสีย เธอก็เลยต้องเชิดหน้าขึ้นสู้แม้ขาจะสั่นพับ ๆ
"เปล่าค่ะ... เอกสารไม่ผ่านค่ะ!" อิมพอร์ตพูดเสียงแข็ง พยายามทำตัวให้เข้มแข็งที่สุด "พี่ตูนตรวจดูยังไงคะเนี่ย ตัวเลขในหน้าสรุปกับยอดรวมในบิลใบเสร็จมันไม่ตรงกันค่ะ! ยอดมันคลาดเคลื่อนไปเกือบสองพันบาท!"
ตูนเลิกคิ้วสูงแกล้งตีหน้าซื่อ ทำเป็นตกใจเกินจริง "อ้าวเหรอครับ? ยอดผิดเหรอ ผมไม่ได้ตั้งใจสักหน่อย ก็คนมันยุ่งนี่นา งานหน้างานมันเหนื่อยนะคุณน้อง..."
"ถึงจะเหนื่อยยังไง เรื่องตัวเลขก็สะเพร่าไม่ได้นะคะ!" อิมพอร์ตเผลอเสียงดังขึ้นมานิดนึงด้วยความอินจัด เริ่มลืมตัวว่ากลัว "แล้วพี่ปูบอกว่า... พี่ตูนต้องรีบแก้เอกสารให้ถูกต้องใหม่ทั้งหมดภายในพรุ่งนี้เช้าด้วย ไม่อย่างนั้นจะไม่ยอมส่งเบิกให้ แล้วอิม…จะซวยเอาระหว่างทาง!"
ตูนแกล้งทำเป็นถอนหายใจยาว ๆ ทำหน้าดุใส่เด็กสาวตรงหน้าเพื่อแกล้งแหย่เล่นตามนิสัยชอบแกล้งคนอื่นเป็นประจำของเจ้าตัว
"อ้าว พูดจาแบบนี้หมายความว่ายังไงเนี่ยคุณนักศึกษาฝึกงาน มาถึงก็สั่ง ๆ ๆ ผมเป็นชุดเลยนะ หน้าตาก็เรียบร้อย แต่ทำไมดุจังหึ? รู้ไหมว่าเอกสารกองเนี่ย มันปวดหัวจะตายอยู่แล้ว ยังจะต้องมาโดนเด็กฝึกงาน หน้าหวาน ๆ มายืนเทศน์ใส่หน้าอีกเหรอเนี่ย!" ตูนแกล้งลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ก้าวเท้าเดินเข้ามาใกล้ร่างบางช้า ๆ ด้วยใบหน้าขรึมดุและแววตานิ่งสนิทที่ตั้งใจจะแกล้งให้เธอตกใจเล่น
แต่อิมพอร์ตที่กำลังเครียดสะสมและขี้ตกใจเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว พอเจอสายตาดุ ๆ กับท่าทางคุกคามของนายช่างหนุ่มเข้าไปจริง ๆ เธอก็สติแตกทันที! ความกลัวที่สะสมมาตั้งแต่ห้องกองคลังพรั่งพรูออกมาหมดสิ้น
ดวงตากลมโตเริ่มร้อนผ่าว หรี่ลงแล้วเอ่อคลอไปด้วยหยาดน้ำตาใส ๆ ที่พากันไหลทะลักลงมาอาบแก้มเนียนอย่างห้ามไม่อยู่ ริมฝีปากบางสั่นระริก เม้มเข้าหากันแน่นเพื่อกลั้นเสียงสะอื้น แต่สุดท้ายก็ทำไม่ไหว
"ฮือ... พะ... พี่ตูนดุอิมทำไมเล่า... อิมไม่ได้ตั้งใจจะมาต่อว่าสักหน่อย ก็พี่ปูบอกให้มาบอกนี่นา... ฮือ..."
อิมพอร์ตปล่อยโฮออกมาเบา ๆ ด้วยความน้อยใจและความกลัว ยืนยกมือขึ้นปาดน้ำตาลวก ๆ อย่างน่าสงสาร ท่ามกลางความตกตะลึงตาค้างของตูนและเพื่อนร่วมงานในกองช่างที่หันขวับมามองเป็นตาเดียว
ตูนถึงกับชะงักกึก สมองขาวโพลนไปชั่วขณะ รอยยิ้มกวน ๆ แข็งค้างอยู่บนใบหน้า เขาแค่อยากจะแกล้งแหย่เธอเล่นสนุก ๆ ตามประสาคนกวนประสาทเหมือนทุกที ไม่คิดเลยว่าแม่คุณคนนี้จะเปราะบางและบ่อน้ำตาตื้นขนาดนี้!
"เฮ้ย! เดี๋ยว ๆ ๆ น้องอิมพอร์ต! ร้องไห้ทำไมเนี่ย ผมยังไม่ได้ทำอะไรเลยนะ! ผมแค่แกล้งเล่นเอง!" ตูนลิ่วลนทำอะไรไม่ถูก รีบยื่นมือเก้ ๆ กัง ๆ จะเข้าไปปลอบ แต่ก็ไม่กล้าแตะตัว กลัวจะยิ่งไปกันใหญ่
แต่สายเกินไปเสียแล้ว... ภาพที่นายช่างตูนตัวแสบยืนทำหน้าเลิกลั่กอยู่ตรงหน้าเด็กฝึกงานสาวสวยที่ยืนร้องไห้จนตาแดงก่ำสะอึกสะอื้นตัวโยน ตกอยู่ในสายตาของพี่ ๆ เจ้าหน้าที่กองช่างและคนที่เดินผ่านไปผ่านมาเต็ม ๆ
และเพียงเวลาไม่ถึงชั่วโมง... ข่าวลือสะพัดทั่วองค์การบริหารส่วนตำบลบ้านดอนขุนก็แพร่กระจายไปเร็วยิ่งกว่าไฟลามทุ่ง
"เฮ้ย แก ได้ข่าวว่าช่างตูนสุดกวนประจำกองช่าง แกล้งน้องอิมพอร์ตเด็กฝึกงานฝ่ายบัญชีคนใหม่จนร้องไห้ขี้มูกโป่งคาห้องทำงานเลยวะ!"
งานนี้ทำให้นายช่างตูนกลายเป็นจำเลยสังคมในหมู่ข้าราชการ อบต. ทันที พร้อมกับเสียงแซวและสายตาคาดโทษจากพี่ ๆ ทุกแผนกที่มองมาที่เขาเป็นตาเดียว ว่าไปแกล้งทำร้ายจิตใจน้องใหม่คนสวยลงคอได้อย่างไร!
