บท
ตั้งค่า

บทที่ 5 : เจ้านายก็จ้องแต่จะกินหัว

คอยดูเถอะ ฉันจะใช้งานให้หนัก แกล้งให้ร้องไห้วิ่งหนีกลับไปเขียนใบลาออกภายในหนึ่งอาทิตย์เลยคอยดู!”

ชายหนุ่มหมายมาดในใจ แววตาคมกริบวาวโรจน์ด้วยความท้าทายเช้าวันรุ่งขึ้น นิลรัตน์ตื่นแต่เช้าตรู่ อาบน้ำแต่งตัวด้วยชุดทำงานตัวใหม่ที่เพิ่งได้มา

มันเป็นเดรสเข้ารูปสีน้ำเงินเข้มที่คัตติ้งเนี้ยบกริบ ขับผิวขาวเนียนของเธอให้สว่างวาบขึ้นไปอีก

รองเท้าส้นสูงสีนู้ดเข้าคู่กัน ทำให้เธอดูสวยสง่า ทรวดทรงองค์เอวที่เคยซ่อนอยู่ใต้เสื้อผ้าเก่าๆ บัดนี้ถูกเผยให้เห็นความโค้งเว้าชัดเจน เธอเดินทางมาถึงบริษัทในเวลาเจ็ดโมงยี่สิบนาที เช้ากว่าเวลาเข้างานเกือบชั่วโมง หญิงสาววางกระเป๋าไว้ที่โต๊ะหน้าห้องทำงานเจ้านาย เดินสำรวจห้องแพนทรีเล็กๆ เพื่อเตรียมความพร้อม ชงกาแฟและกินแซนด์วิชรองท้อง จัดเตรียมเอกสารและตารางงานอย่างคล่องแคล่ว

แปดโมงครึ่ง เสียงลิฟต์ผู้บริหารดัง ‘ติ๊ง’ ร่างสูงสง่าในชุดสูทแบรนด์เนมสั่งตัดเข้ารูปเดินล้วงกระเป๋าออกมา ใบหน้าหล่อเหลาเรียบตึง

นิลรัตน์รีบลุกขึ้นยืนส่งยิ้มการค้าที่ฝึกมาอย่างดี

“อรุณสวัสดิ์ค่ะท่านรอง”

แทนที่เขาจะรับไหว้หรือกล่าวทักทายตอบ พร้อมภัทร์กลับหยุดยืนหน้าโต๊ะเธอ ดวงตาคมกวาดมองชุดสวยบนร่างบางตั้งแต่หัวจรดเท้า แอบตะลึงในความสวยสะดุดตาไปชั่วแวบหนึ่ง แต่ด้วยทิฐิที่มีมากกว่า เขาจึงเหยียดยิ้มร้ายกาจ

“ชุดสวยดีนี่... เมื่อวานผลาญเงินแม่ฉันไปได้เท่าไหร่ล่ะ?”

น้ำเสียงนั้นเย้ยหยันชัดเจน หวังจะเห็นความอับอายบนใบหน้าสวยๆ นั่น นิลรัตน์สูดลมหายใจ ข่มความโกรธที่ตีตื้นขึ้นมาในอก

“ขออนุญาตไม่ตอบนะคะท่านรอง นี่มันเรื่องส่วนตัวระหว่างดิฉันกับท่านประธานค่ะ หากท่านรองไม่มีอะไรจะสั่งงาน เชิญท่านรองเข้าห้องดีกว่านะคะ เดี๋ยวเลขาจะเข้าไปเสิร์ฟกาแฟให้ค่ะ”ชายหนุ่มแค่นเสียงในลำคอ

“หึ! อวดดี... ถือว่ามีคุณแม่คอยให้ท้ายคุ้มกะลาหัวอยู่ล่ะสิ”

เขาผลักประตูห้องทำงานเข้าไปอย่างหัวเสีย แต่พอเดินไปที่โต๊ะทำงาน ก็ต้องชะงัก กองเอกสารที่เคยรกรุงรังถูกจัดหมวดหมู่แยกสีอย่างเป็นระเบียบ

แฟ้มเซ็นต์ด่วนวางไว้ตรงกลาง บนสุดมีกระดาษโน้ตพิมพ์ตารางงานของวันนี้อย่างชัดเจนอ่านง่าย

“เรื่องงานก็ดูไม่เลวนี่... เรียบร้อยดีทุกอย่าง เสียอย่างเดียวที่มาจากดาวไถ” เขาพึมพำกับตัวเองเบาๆ นั่งลงบนเก้าอี้หนังตัวใหญ่

เสียงเคาะประตูดังขึ้นสองครั้ง ร่างบางเดินถือถาดกาแฟเข้ามา กลิ่นหอมกรุ่นของกาแฟคั่วบดลอยเตะจมูก เธอวางถ้วยกระเบื้องเคลือบลงตรงหน้าเขาอย่างนุ่มนวล กำลังจะหันหลังเดินออกไปตามคำแนะนำของนงลักษณ์

“เดี๋ยว!” เสียงเข้มตวัดเรียก นิลรัตน์หยุดชะงัก หันกลับมามอง

“ คะท่านรอง?”

เขายกแก้วกาแฟขึ้นจิบเพียงนิดเดียว แล้ววางกระแทกลงบนจานรองจนเกิดเสียงดัง

“กาแฟนี่มันขมปี๋! ฉันไม่ได้กินรสชาตินี้ เอาไปเปลี่ยน!”

“มันก็ต้องขมสิคะท่านรอง ก็มันคือกาแฟดำไม่ใส่น้ำตาล ไม่ใส่นม”

“แล้วใครหน้าไหนบอกเธอว่าฉันทานรสนี้ฮะ!?”

“คุณท่านเป็นคนบอกดิฉันเองค่ะ ว่าท่านรองโปรดกาแฟดำในตอนเช้า...”

เธอตอบกลับเรียบๆ ไม่สะทกสะท้าน

“แต่ถ้าเช้านี้ท่านรองรู้สึกขมคอ อยากจะเปลี่ยนมากินหวาน จะให้ดิฉันใส่สารให้ความหวานแทนน้ำตาลกี่ซองดีคะ? หรือจะรับเป็นน้ำผึ้งแท้ หนึ่งช้อน สองช้อน

หรือสามช้อนดีคะ สั่งมาได้เลยค่ะ ดิฉันพร้อมบริการ”

“เรื่องแค่นี้คิดเองไม่ได้หรือไง!! แล้วจะเป็นเลขาผู้บริหารได้ยังไงฮะ ถามจุกจิกน่ารำคาญ!”

“ดิฉันมาเป็นเลขาค่ะ...” นิลรัตน์ยิ้มหวานแต่ตาไม่ยิ้ม

“ไม่ได้มาเป็น ‘เมีย’ ถึงจะได้นั่งในใจท่านรองและรู้ใจไปซะทุกอย่าง ว่าวันไหนอยากขม วันไหนอยากหวาน”

“นี่เธอ!!” พร้อมภัทร์ตบโต๊ะผาง ลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ชี้หน้าหญิงสาว

“กล้าต่อปากต่อคำกับฉันเหรอ! เธอคงลืมไปแล้วสินะว่าเธอเป็นเลขาของฉัน รับเงินเดือนจากงบแผนกฉัน ไม่ใช่เลขาแม่ฉัน

ถ้าฉันไม่พอใจฉันเซ็นใบไล่เธอออกได้ทุกเมื่อ!”

“ทราบสิคะ” นิลรัตน์ยังคงรักษาความเยือกเย็น

“แต่คุณท่านประธานก็เพิ่งบอกดิฉันไว้เมื่อวานเช่นกันค่ะว่า ถ้าเรื่องงานของดิฉันไม่มีอะไรผิดพลาดบกพร่อง ก็ไม่ต้องกลัวว่าใครหน้าไหนจะกล้าไล่ออก...

ดิฉันขอตัวไปทำงานต่อนะคะ

“ออกไปได้แล้ว ไปให้พ้นหน้าฉัน!” เขากระแทกเสียงไล่ด้วยความหงุดหงิดที่ทำอะไรหล่อนไม่ได้

“ตกลงไม่ต้องการความหวานเพิ่มแล้วใช่ไหมคะท่านรอง?” เธอยังแกล้งแหย่ทิ้งท้าย

“ไม่! ถ้าฉันอยากได้ความหวาน ฉันจะหาเอาแถวนี้แหละ ไม่ต้องพึ่งกาแฟห่วยๆ ของเธอ!... อ้อ แล้วอย่าลืม สิบโมงตรง เธอต้องออกไปพบลูกค้าสำคัญกับฉัน

เตรียมเอกสารสัญญาแฟ้มสีแดงให้พร้อม อย่าให้มีปัญหาเด็ดขาด!”

สิบโมงตรง ณ ห้องอาหารหรูของโรงแรมห้าดาวย่านสุขุมวิท พร้อมภัทร์พานิลรัตน์มาพบกับ ‘มิสเตอร์โยชิดะ’ นักธุรกิจชาวญี่ปุ่น คู่ค้าคนสำคัญที่จะเซ็นต์สัญญาสัมปทานแร่เหล็กลอตใหญ่ มิสเตอร์โยชิดะไม่ได้มาคนเดียว เขาควงคู่มากับเลขาฯ สาวสวยหุ่นสะบึม ทรวงอกอวบอัดแทบจะล้นทะลักออกจากเสื้อเชิ้ตที่จงใจปลดกระดุมลึก เธอชื่อ ‘เรโกะ’ นิลรัตน์สังเกตเห็นตั้งแต่แรกพบว่า เจ้านายเพลย์บอยของเธอแสดงออกอย่างโจ่งแจ้งว่าสนใจแม่เลขาฯ ทรงโตคนนี้

สายตาของพร้อมภัทร์แทบจะกลืนกินหล่อนไปทั้งตัวตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า

“สวัสดีครับมิสเตอร์โยชิดะ... นี่นิลรัตน์ เลขาส่วนตัวของผมครับ”พร้อมภัทร์แนะนำลูกน้องตัวเองส่งๆ

“ยินดีที่ได้รู้จักค่ะ” นิลรัตน์กล่าวทักทายด้วยภาษาอังกฤษสำเนียงเป๊ะ พร้อมยื่นมือไปเชกแฮนด์อย่างมืออาชีพ

“สวัสดีครับคุณพร้อมภัทร์ นี่เรโกะ เลขาคนสวยของผมครับ”

โยชิดะแนะนำบ้าง เรโกะส่งยิ้มหวานให้พร้อมภัทร์ ยื่นมือไปจับแน่นแล้วจงใจใช้นิ้วชี้กรีดเบาๆ ที่กลางฝ่ามือชายหนุ่ม

“ยินดีที่ได้รู้จักค่ะ คุณพร้อมภัทร์...” เธอดัดเสียงเซ็กซี่ให้เย้ายวนชวนฝัน การพูดคุยเรื่องธุรกิจดำเนินไปอย่างราบรื่น เพราะต่างฝ่ายต่างเตรียมตัวมาดี

จนกระทั่งเซ็นต์สัญญาร่วมกันเสร็จสิ้น ก็เป็นเวลาพักทานอาหารกลางวันพอดี เนื่องจากร้านที่นัดคุยงานเป็นร้านอาหารญี่ปุ่นแบบต้นตำรับ

บรรยากาศจึงเป็นใจให้สังสรรค์ต่อ

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel