บทที่ 6 ลาป่วยการเมือง
ระหว่างมื้ออาหาร บรรยากาศเริ่มเปลี่ยนไป เจ้านายของเธอและเรโกะเริ่มผลัดกันส่งสายตาหวานเชื่อม พูดคุยหยอกล้อกันข้ามหัวนิลรัตน์ ราวกับโลกนี้มีเพียงเขาสองคน เรโกะจงใจโน้มตัวไปข้างหน้าจนร่องอกเบียดชิดขอบโต๊ะ รินสาเกให้พร้อมภัทร์อย่างเอาใจใส่ ส่วนพร้อมภัทร์ก็เทกแคร์หล่อน คีบซูชิป้อนถึงปากอย่างหน้าไม่อาย
‘ผู้ชายอะไร หน้าหม้อไม่มีมารยาทเอาเสียเลย!’ นิลรัตน์ด่าเจ้านายในใจ กำตะเกียบแน่น ‘เห็นผู้หญิงนมโตหน่อยเป็นไม่ได้ อาการออกจนน่าเกลียด นี่มาทำงานนะเว้ย ไม่ได้มาหาคู่เดต รู้อยู่เต็มอกว่าเขามากับเจ้านายยังจะไปอ่อยเขาอีก!’ โยชิดะนั่งจิบสาเก หัวเราะหึๆ อย่างพอใจ ก่อนจะพูดแทรกขึ้นมา
“เอาล่ะครับ หมดเวลาคุยเรื่องงานแล้ว ผมขอแนะนำอย่างเป็นทางการอีกครั้งนะครับ เรโกะจังคนนี้ นอกจากจะมีตำแหน่งเป็นเลขาฯ ของผมแล้ว เธอยังมีศักดิ์เป็น ‘ลูกสาวคนเดียว’ ของผมด้วยนะครับ”
คำประกาศนั้นยิ่งทำให้พร้อมภัทร์ตาลุกวาว ลูกสาวนักธุรกิจใหญ่... สวย เอ็กซ์ แถมมีแววจะได้คอนเน็กชันธุรกิจเพิ่ม ยิ่งน่าสนใจเข้าไปอีก! นิลรัตน์นั่งบีบมือตัวเองอยู่เงียบๆ รู้สึกอึดอัดจนแทบหายใจไม่ออก มากันสี่คน แต่คุยกันอยู่แค่สามคน ปล่อยให้เธอนั่งหัวโด่เป็นอากาศธาตุ ก็ได้... ในเมื่องานเสร็จแล้ว สัญญาก็เซ็นแล้ว เรื่องอะไรเธอจะต้องมานั่งทนดูคนจีบกันให้เสียสายตา เหม็นความรักกำมะลอเต็มที!
“เอ่อ... ขอโทษนะคะท่านรอง ดิฉันคงต้องขอตัวก่อน” นิลรัตน์แสร้งยกมือกุมท้อง นิ่วหน้าแสดงความเจ็บปวด
“ขอโทษด้วยนะคะมิสเตอร์โยชิดะ คุณเรโกะ พอดีว่าดิฉันปวดท้องโรคกระเพาะ กำเริบกะทันหันค่ะ ขอตัวไปคลินิกก่อนนะคะ แล้วคงต้องขออนุญาตกลับไปพักเลย... ท่านรองและคุณๆ เชิญทานอาหารกันต่อให้อร่อยนะคะ ขอโทษที่เสียมารยาทจริงๆ ค่ะ” เธอโค้งศีรษะให้ทุกคนอย่างสวยงาม ไร้ที่ติ
“อุ๊ย เป็นอะไรมากไหมคะคุณนิลรัตน์ ให้เรโกะพาไปหาหมอไหมคะ?”
เรโกะแสร้งทำเสียงเป็นห่วง ลุกขึ้นทำท่าจะประคอง แต่สายตากลับเต็มไปด้วยความรำคาญที่โดนขัดจังหวะ
“โอ้ ไม่เป็นไรค่ะ คลินิกอยู่ฝั่งตรงข้ามนี่เอง นิลรัตน์เดินไปเองได้ค่ะ ขอบคุณมากนะคะ” เธอดึงแขนออกอย่างสุภาพ พร้อมภัทร์โบกมือปัดๆ ไม่สนใจใยดี แถมยังรู้สึกดีที่ก้างขวางคอชิ้นใหญ่ยอมถอยทัพไปเอง
“ไปเถอะๆ หาหมอเสร็จแล้วก็กลับบ้านไปพักซะ วันนี้ฉันไม่เข้าบริษัทแล้วล่ะ จะเทกแคร์คุณเรโกะพาเที่ยวชมเมืองสักหน่อย”
“ขอบคุณค่ะท่านรอง” นิลรัตน์รับคำ หันหลังเดินออกมาด้วยความหมั่นไส้ทะลุปรอท ‘ชิ! ทำมาแสร้งเป็นสุภาพบุรุษ คอยดูเถอะ พรุ่งนี้แม่จะฟ้องคุณท่านให้ด่าจนลืมทางกลับบ้านเลย ไอ้เจ้านายหน้าหม้อเอ๊ย!
เช้าวันต่อมา บรรยากาศในออฟฟิศชั้นผู้บริหารมาคุตั้งแต่พร้อมภัทร์ก้าวเท้าออกจากลิฟต์ นิลรัตน์ลุกขึ้นยืนทำหน้าที่ต้อนรับตามปกติ แต่รังสีอำมหิตจากคนเป็นนายแผ่ซ่านจนเลขาสาวรู้สึกร้อนๆหนาวๆ ร่างสูงสมส่วนในชุดสูทสีเข้มเดินกระแทกส้นเท้ามาหยุดอยู่หน้าโต๊ะเลขาฯ เอามือหนาทั้งสองข้างเท้าลงบนโต๊ะทำงานของเธอ โน้มใบหน้าหล่อเหลาที่ตึงเปรี๊ยะเข้ามาใกล้จนนิลรัตน์ต้องผงะถอยหลังไปนิดหนึ่ง
“เมื่อวานเธอทิ้งงานกลับก่อนนะนิลรัตน์...” เสียงทุ้มกดต่ำอย่างจับผิด
“ดิฉันลาป่วยค่ะท่านรอง และก่อนที่ดิฉันจะกลับ สัญญาธุรกิจก็เซ็นเสร็จเรียบร้อยแล้ว ไม่มีงานอะไรคั่งค้างนี่คะ” หญิงสาวตอบกลับด้วยน้ำเสียงราบเรียบ พยายามรักษาสีหน้าให้เป็นปกติที่สุด แม้ในใจจะแอบหมั่นไส้เขาอยู่ลึกๆ
“หึ... ป่วยการเมืองล่ะสิไม่ว่า” เขากระตุกยิ้มเยาะที่มุมปาก
“เมื่อวานฉันประทับใจคุณเรโกะมากเลยนะ จะบอกให้เอาบุญ... เธอทั้งสวย ทั้งเก่ง ทั้งอึ๋ม แถมยังมีมารยาท วางตัวดี รู้จักเอาอกเอาใจเจ้านาย ช่างพูดช่างจา เหมาะสมที่จะเป็นเลขาฯ ระดับท็อปที่สุด... ไม่เหมือนใครบางคนแถวนี้ ที่แข็งกระด้าง
หน้าบูดเป็นม้าหมากรุก แถมยังไร้เสน่ห์ดึงดูดเพศตรงข้ามอย่างสิ้นเชิง”
เส้นความอดทนของนิลรัตน์ที่ขึงตึงอยู่แล้วขาดผึงลงทันที ด้วยนิสัยที่ไม่ยอมคนและไม่ชอบให้ใครมาดูถูกศักดิ์ศรีการทำงาน เธอจึงสวนกลับทันควันโดยลืมคำเตือนของพี่นงลักษณ์ไปเสียสนิท
“เหรอคะ? ถ้าประทับใจมากขนาดนั้น ท่านรองก็ไปกราบขอร้องให้มิสเตอร์โยชิดะ โอนตัวลูกสาวมาทำหน้าที่เลขาฯ ที่นี่สิคะ อกอวบอึ๋มล้นทะลักขนาดนั้น คงจะถูกใจท่านรองน่าดู... เห็นเมื่อวานตอนนั่งทานข้าว มองตาเยิ้มน้ำลายแทบยืด ไม่กะพริบตาเลยนี่คะ ดิฉันนึกว่าท่านรองหิวจนจะกินคุณเรโกะแทนซูชิเสียอีก”
“นี่เธอ!” พร้อมภัทร์หน้าตึงจัด ไม่เคยมีผู้หญิงคนไหนกล้าประชดประชันเขาแบบนี้มาก่อน
“รู้ตัวไหมว่ากำลังพูดอยู่กับใคร! รู้ก็ดีว่าฉันชอบผู้หญิงแบบไหน และเกลียดผู้หญิงอวดดีแบบไหน!”
“ทราบค่ะ... ทราบดีเหลือเกิน” นิลรัตน์เชิดหน้าขึ้น สบตากับเขากลับอย่างไม่หลบสายตา
“และดิฉันก็รู้ดีอีกด้วยว่า การมาทำหน้าที่ ‘เลขา’ ไม่จำเป็นต้องมีเต้าใหญ่คับจอ หรือต้องคอยบริหารเสน่ห์อ่อยเจ้านาย เพราะดิฉันทำงานแลกเงินเดือนด้วย ‘สมอง’ และความสามารถค่ะ ไม่จำเป็นต้องเอา ‘เต้า’ ไว้ไต่เต้าหาผู้ชายรวย... ขอตัวไปชงกาแฟก่อนนะคะ!”
พูดจบเธอก็สะบัดหน้า หันหลังเดินฉับๆ เข้าไปในห้องแพนทรีเล็กๆ ที่อยู่ติดกันทันที
ปัง! เสียงประตูกระแทกปิดตามหลังอย่างแรง แต่ยังไม่ทันที่นิลรัตน์จะได้เอื้อมมือไปหยิบกระปุกกาแฟ ประตูห้องแพนทรีก็ถูกกระชากเปิดออกและปิดล็อกลูกบิดอย่างแรงด้วยฝีมือของพร้อมภัทร์ ที่เดินตามเข้ามาติดๆ ด้วยความโทสะ เขาพุ่งเข้ามากระชากต้นแขนเรียวของเธออย่างแรง จนร่างบางเซถลาเข้าไปปะทะกับแผงอกกว้างอันแข็งแกร่งของเขาอย่างจัง
“อร๊ายยย!! คุณพร้อม! จะทำอะไรคะ ปล่อยเดี๋ยวนี้นะ!” นิลรัตน์ร้องเสียงหลง ตกใจกับความคุกคามที่กะทันหัน เธอพยายามสะบัดแขนออกแต่สู้แรงบีบของเขาไม่ได้
“ฉันก็จะสั่งสอนคนปากดีอย่างเธอน่ะสิ!” เขากดเสียงต่ำชิดใบหู รวบเอวคอดบางไว้แน่นไม่ให้เธอดิ้นหลุด
“นอกจากเธอจะปากเก่งแล้ว สิ่งที่ฉันเกลียดที่สุดก็คือการที่ลูกน้องกล้าเดินหนีตอนที่ฉันยังพูดไม่จบ! อย่าคิดว่าแม่ฉันให้ท้ายแล้วเธอจะทำตัวกำเริบเสิบสานกับฉันยังไงก็ได้นะนิลรัตน์”
