บทที่ 6 ปากก็ร้ายใจก็รัก
"ดิฉันแค่กำลังคิดเรื่องงานค่ะบอส" เธอตอบกลับโดยไม่หันไปมอง
"เรื่องการทุจริตในแผนกจัดซื้อ ถ้ามีคนระดับบริหารเข้ามาเกี่ยวข้องจริงๆ ดิฉันว่าเราควรแจ้งตำรวจ หรือไม่ก็จ้างนักสืบเอกชนนะคะ การที่บอสลากดิฉันออกมาแบบนี้ มันช่วยแก้ปัญหาตรงไหนคะ?"คิรากรเหยียบเบรกเมื่อรถติดไฟแดง เขากลั้นยิ้ม หันมามองแม่ไก่ตัวน้อยที่ยังคงตั้งการ์ดใส่เขาไม่เลิก สายตาคมกริบกวาดมองพวงแก้มใสที่ขึ้นสีระเรื่อเพราะความอึดอัด
"ผมมีวิธีจัดการในแบบของผม คุณแค่ทำตามที่ผมสั่งก็พอ" เขายื่นหน้าเข้าไปใกล้ จนน้ำหนาวต้องเอนตัวหลบไปชิดประตูจนแทบจะสิงกรอบประตู
"และที่สำคัญ... คืนนี้เรามีนัดกับไอ้พร้อม คุณต้องทำหน้าที่เลขาให้ดีที่สุด ห้ามทำหน้าบูดแบบนี้เด็ดขาด เข้าใจไหม?"
"เข้าใจค่ะบอส ดิฉันจะปั้นหน้ายิ้มให้กว้างไปถึงรูหูเลยค่ะ" เธอประชดประชันเบาๆ คิรากรส่ายหน้าอย่างอ่อนใจปนเอ็นดู ก่อนจะหันกลับไปขับรถต่อเมื่อสัญญาณไฟเปลี่ยนเป็นสีเขียว
ใช้เวลาไม่นาน รถสปอร์ตคันหรูเลี้ยวเข้าสู่ลานจอดรถวีไอพีของร้านอาหารรูฟท็อปสุดหรูใจกลางเมือง พนักงานต้อนรับรีบเดินเข้ามาเปิดประตูให้และนำทางทั้งสองคนตรงไปยังห้องอาหารส่วนตัวที่ถูกจองไว้ล่วงหน้า เมื่อบานประตูไม้แกะสลักถูกเปิดออก น้ำหนาวก็พบกับชายหนุ่มหน้าตาหล่อเหลาบาดใจในชุดสูทสีน้ำเงินเข้มกำลังนั่งไขว่ห้างจิบไวน์อย่างสบายอารมณ์ และข้างกายเขามีหญิงสาวหน้าตาสวยหวานดูฉลาดเฉลียวในชุดเดรสสีครีมนั่งยิ้มให้อยู่
"ไง ไอ้บอสน้ำแข็ง นึกว่าจะมัวแต่เช็กบิลคนในบริษัทจนลืมเวลานัดซะแล้ว" พร้อมภัทร์เอ่ยทักทายเพื่อนรักด้วยน้ำเสียงยียวน ก่อนที่สายตาแพรวพราวจะเลื่อนมาหยุดที่ร่างเล็กด้านหลัง
"แล้วนั่น... ใช่เลขาคนใหม่ที่แกโทรมาอวด... เอ้ย โทรมาเล่าให้ฟังเมื่อเช้าหรือเปล่า?"
"พูดให้มันดีๆ ไอ้พร้อม นี่น้ำหนาว เลขาคนใหม่ของฉัน" คิรากรขยับตัวบังน้ำหนาวเอาไว้ครึ่งหนึ่งอย่างลืมตัวแววตาแฝงความหวงก้างเอาไว้จางๆ
"น้ำหนาว นี่คุณพร้อมภัทร์ ประธานพีเคอิมพอร์ต และนั่นคุณนิลรัตน์ เลขาพ่วงภรรยาของมัน"
"สวัสดีค่ะบอสพร้อมภัทร์ สวัสดีค่ะพี่นิล" น้ำหนาวยกมือไหว้ทักทายทั้งสองคนอย่างมีมารยาท
"สวัสดีจ้ะหนาว ตัวจริงน่ารักกว่าในรูปโปรไฟล์ไลน์ตั้งเยอะเลยนะ"
นิลรัตน์ส่งยิ้มกว้างให้ เธอรู้ดีว่ารุ่นน้องคนนี้กำลังเผชิญกับอะไร เพราะเธอเองก็เคยผ่านสมรภูมิ 'เจ้านายจอมอ่อย' มาก่อน
"มาๆ นั่งลงก่อนเลยน้องหนาว" พร้อมภัทร์ผายมือไปที่เก้าอี้ว่างข้างๆ ตัวเขา
"มานั่งใกล้ๆ พี่นี่มา พี่มีเรื่องอยากคุยด้วยเยอะแยะเลย ไอ้กรมันใช้งานน้องหนักไหม ถ้าทนไม่ไหว ย้ายมาอยู่บริษัทพี่ได้นะ พี่ให้เงินเดือนเพิ่มสองเท่าเลย"
ยังไม่ทันที่น้ำหนาวจะก้าวขา คิรากรก็จัดการดึงเก้าอี้ตัวที่อยู่ห่างจากพร้อมภัทร์มากที่สุดออก แล้วกดไหล่บางให้น้ำหนาวนั่งลงไป ก่อนที่เขาจะทิ้งตัวลงนั่งบนเก้าอี้ตัวติดกัน เป็นการปิดช่องว่างไม่ให้เพื่อนรักเข้ามายุ่งกับเลขาของเขาทันที
"เลขาฉัน ฉันดูแลเองได้ แกเอาเวลาไปดูแลเลขาเมียแกเถอะ"คิรากรตอบกลับเสียงเรียบ แต่แผ่รังสีอำมหิตออกมาจนนิลรัตน์ต้องลอบขำ การรับประทานอาหารเริ่มต้นขึ้นพร้อมกับบทสนทนาเรื่องธุรกิจที่เข้มข้น คิรากรและพร้อมภัทร์กำลังหารือเรื่องการรับมือกับกลุ่มคู่แข่งที่พยายามแทรกแซงตลาด น้ำหนาวทำหน้าที่เลขาได้เป็นอย่างดี เธอคอยจดบันทึกข้อมูลสำคัญลงในแท็บเล็ตอย่างคล่องแคล่ว ท่าทางจริงจังและตั้งใจทำงานของเธอทำให้คิรากรเผลอลอบมองอยู่บ่อยครั้ง "สรุปคือ แกสงสัยว่ามีเกลือเป็นหนอนในแผนกจัดซื้อ?” พร้อมภัทร์หมุนแก้วไวน์ในมือ
"แล้วแกจะเอายังไงต่อ ปล่อยให้มันแทะเล็มไปเรื่อยๆ หรือจะเชือดไก่ให้ลิงดู"
"ฉันสั่งให้คนตามสืบเส้นทางการเงินอยู่" คิรากรตอบ
"แต่วันนี้น้ำหนาวเพิ่งทำสรุปจุดรั่วไหลออกมาให้ฉันดู... ถือว่าฝีมือดีเกินคาด"
คำชมที่หลุดออกจากปากบอสน้ำแข็งทำเอาพร้อมภัทร์เลิกคิ้วสูงด้วยความแปลกใจ ปกติไอ้เพื่อนคนนี้เคยชมใครที่ไหนกัน
"โอ้โห... น้องหนาวไม่ธรรมดานะเนี่ย เพิ่งมาทำงานวันแรกก็จับผิดบัญชีได้แล้ว" พร้อมภัทร์ส่งยิ้มหวานมาให้เพราะอยากจะแกล้งเพื่อน
"เก่งๆ แบบนี้ พี่ชักอยากได้ตัวมาช่วยงานที่พีเคอิมพอร์ตจริงๆ แล้วสิ นิลครับ... พี่ว่าเราเพิ่มตำแหน่งผู้ช่วยเลขาให้น้องหนาวดีไหม?"
"คุณพร้อมคะ เลิกแกล้งคุณกรได้แล้วค่ะ ดูสิคะ หน้าตึงเป็นรูปปั้นหินแล้ว" นิลรัตน์ปรามแฟนหนุ่มกลายๆ แต่แววตากลับขบขัน
น้ำหนาวเองก็รู้สึกได้ถึงรังสีความกดดันที่แผ่ออกมาจากคนข้างๆ คิรากรไม่ได้พูดอะไร เขาเพียงแค่หยิบส้อมและมีดขึ้นมาจัดการหั่นสเต็กเนื้อวากิวในจานของตัวเองออกเป็นชิ้นพอดีคำอย่างใจเย็น จากนั้น... เขาก็สลับจานสเต็กของตัวเองกับจานของน้ำหนาวหน้าตาเฉย!
"กินซะ มัวแต่จดอยู่นั่นแหละ เดี๋ยวก็เป็นลมตายในเวลางานหรอก" คิรากรเอ่ยเสียงดุ แต่การกระทำกลับสวนทางกันอย่างสิ้นเชิง
น้ำหนาวเบิกตากว้าง มองชิ้นเนื้อสเต็กที่ถูกหั่นอย่างประณีตในจานตรงหน้าสลับกับใบหน้าเรียบเฉยของเจ้านาย
"เอ่อ... บอสคะ ดิฉันหั่นเองได้ค่ะ"
"ผมสั่งให้กินก็กินไปเถอะน่า หรือจะต้องให้ผมป้อน?" เขายื่นหน้าเข้ามาใกล้ กระซิบเสียงพร่าที่ข้างหู สัมผัสอุ่นร้อนจากลมหายใจที่รดรินอยู่ใกล้ๆ ทำเอาน้ำหนาวใจสั่น อาการปั่นป่วนแล่นพล่าน เธอรีบหยิบส้อมขึ้นมาจิ้มชิ้นเนื้อเข้าปากเพื่อตัดความเขินอายที่ถูกนิลรัตน์กับพร้อมมองยิ้มๆ มันเหมือนกับว่ากำลังนั่งย้อนมองตัวเองในอดีต
