บทที่ 7 ต้อนคนโกง
นิลรัตน์มองภาพนั้นแล้วลอบยิ้ม เธอหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาพิมพ์ข้อความบางอย่าง ก่อนจะส่งเข้าไลน์ของน้ำหนาว
ติ๊ง! น้ำหนาวหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดูใต้โต๊ะ นิลรัตน์: อาการหนักนะเนี่ยบอสเราน่ะ หวงก้างสุดๆ (อีโมจิหัวเราะ)
น้ำหนาวรีบพิมพ์ตอบกลับไปอย่างรวดเร็ว
[น้ำหนาว]: หวงก้างอะไรกันคะพี่นิล บอสแค่กลัวหนูทำงานให้ไม่คุ้มเงินเดือนต่างหาก! พี่นิลช่วยด้วย หนาวอึดอัดจนจะบ้าตายอยู่แล้วค่ะ มีวิธีรับมือคนหน้ามึนแบบนี้ไหมคะ?
[นิลรัตน์]: ปล่อยให้เขาคิดว่าเขาเป็นคนคุมเกมไปก่อนจ้ะหนาว ผู้ชายพวกนี้แพ้ความนิ่ง เรายิ่งนิ่ง เขายิ่งทุรนทุราย ท่องไว้... สวย เริ่ด เชิด เข้าไว้!
คำแนะนำของกูรูเลขาทำให้น้ำหนาวเรียกสติกลับมาได้ เธอสูดลมหายใจเข้าลึกๆ ปรับสีหน้าให้เรียบเฉยและเป็นมืออาชีพที่สุด เลิกทำตัวลีบเล็กและหันมาเผชิญหน้ากับความเอาแต่ใจของคิรากรด้วยความสงบ หลังจากมื้ออาหารค่ำและบทสนทนาทางธุรกิจจบลง พร้อมภัทร์และนิลรัตน์ก็ขอตัวกลับไปก่อน ทิ้งให้คิรากรและน้ำหนาวต้องเดินกลับมาที่รถตามลำพัง
บรรยากาศภายในรถสปอร์ตคันหรูที่กำลังแล่นทะยานไปตามท้องถนนยามค่ำคืนเงียบสงัด น้ำหนาวนั่งตัวเกร็งอยู่บนเบาะโดยสาร มือเล็กบีบเข้าหากันแน่น หลังจากออกจากร้านอาหาร บอสกรก็อาสา (หรือจะเรียกว่าบังคับ) ขับรถมาส่งเธอถึงบ้าน โดยอ้างว่านี่คือสวัสดิการความปลอดภัยสำหรับพนักงานที่กำลังช่วยบริษัทจับโจร
รถสปอร์ตเลี้ยวเข้ามาจอดเทียบฟุตบาทหน้าตึกแถวสองคูหาขนาดกะทัดรัด ซึ่งด้านล่างเปิดเป็นร้านขายขนมไทย ป้ายชื่อร้าน 'แม่วาดขนมไทย' ดูเรียบง่ายและอบอุ่น คิรากรดับเครื่องยนต์ สายตาคมกริบทอดมองผ่านกระจกหน้าต่างไปยังประตูเหล็กม้วนที่ปิดสนิท
"ขอบคุณมากนะคะบอสที่มาส่ง ดิฉันเข้าบ้านก่อนนะคะ" น้ำหนาวรีบปลดเข็มขัดนิรภัย เตรียมจะเปิดประตูลงจากรถ
"เดี๋ยว" มือหนาเอื้อมมาจับต้นแขนของเธอไว้เบาๆ น้ำหนาวชะงัก หันกลับมามองเจ้านายด้วยความระแวดระวัง คิรากรปล่อยมือจากแขนเธออย่างรู้จังหวะ เขาไม่ได้มีท่าทีคุกคามเหมือนตอนอยู่ในร้านอาหาร แต่กลับมีแววตาจริงจัง
"เรื่องการทุจริตในแผนกจัดซื้อ ผมสั่งให้คนตามสืบเงียบๆ มาสักพักแล้ว แต่การที่คุณทำสรุปตัวเลขออกมาโชว์ในวันนี้ มันอาจจะทำให้พวกนั้นไหวตัวทัน"
เสียงทุ้มเอ่ยเสียงเรียบ
"ผมส่งลูกน้องมือดีสองคนมาคอยเฝ้าสังเกตการณ์อยู่แถวนี้แล้ว ไม่ต้องห่วงเรื่องความปลอดภัยของคุณกับแม่" น้ำหนาวเบิกตากว้าง ความรู้สึกอุ่นวาบเกิดขึ้นในใจอย่างห้ามไม่ได้ "บอส... ส่งคนมาดูแลฉันกับแม่เหรอคะ?"
"ใช่!....ผมไม่ปล่อยให้พนักงานที่ทำงานถวายหัวให้บริษัท ต้องมาเดือดร้อนเพราะเรื่องงานหรอกนะ" เขาเอนหลังพิงเบาะ ยกแขนขึ้นกอดอก
"และตั้งแต่วันพรุ่งนี้เป็นต้นไป ผมจะให้รถของบริษัทมารับคุณไปทำงานทุกเช้า และมาส่งทุกเย็น จนกว่าผมจะลากคอไอ้หนอนบ่อนไส้นั่นเข้าคุกได้"
"ไม่เป็นไรค่ะบอส! ดิฉันนั่งรถไฟฟ้าไปทำงานเองได้ค่ะ ไม่รบกวน..."
"นี่เป็นคำสั่ง" คิรากรขัดขึ้นมาหน้าตาเฉย
"ถ้าคุณดื้อดึงไปกลับเอง แล้วเกิดโดนพวกมันดักทำร้ายขึ้นมา งานเอกสารของผมใครจะรับผิดชอบ? ผมไม่ยอมเสียเวลาหาเลขาใหม่หรอกนะ"
เหตุผลที่ดูเหมือนจะห่วงงานมากกว่าห่วงคน ทำให้น้ำหนาวอดไม่ได้ที่จะค้อนขวับเข้าให้ 'อีตาบอสบ้าอำนาจ! อุตส่าห์แอบรู้สึกดีด้วยแท้ๆ'
"รับทราบค่ะ! สวัสดิการพนักงานดีเด่นขนาดนี้ ดิฉันจะใช้ให้คุ้มเลยค่ะ!" เธอประชดประชันเบาๆ ก่อนจะผลักประตูรถก้าวลงไป
คิรากรมองตามร่างเล็กที่ไขกุญแจเปิดประตูเหล็กม้วนแล้วแทรกตัวเข้าไปในบ้านจนปลอดภัย รอยยิ้มบางๆ ที่พยายามกลั้นไว้ตลอดทางปรากฏขึ้นบนมุมปากหยัก
เขาไม่ได้บอกเธอหรอกว่า รถบริษัทที่จะมารับมาส่งเธอทุกวันน่ะ... คนขับก็คือเขานี่แหละ!
เช้าวันรุ่งขึ้น ณ อาคาร K-Grand Tower
เวลาเก้าโมงตรง บรรยากาศในห้องประชุมผู้บริหารเต็มไปด้วยความตึงเครียด คิรากรในชุดสูทเต็มยศนั่งอยู่หัวโต๊ะด้วยสีหน้าเรียบเฉย เย็นชา ดุจดั่งฉายาบอสน้ำแข็ง
น้ำหนาวในชุดทำงานที่ดูทะมัดทะแมงและสุภาพ นั่งอยู่เก้าอี้เสริมด้านข้าง คอยจดบันทึกการประชุมอย่างขะมักเขม้นการประชุมวันนี้เป็นการสรุปงบประมาณประจำไตรมาส และผู้ที่กำลังยืนรายงานอยู่หน้าจอโปรเจกเตอร์คือ 'คุณวิชัย' ผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ ชายวัยกลางคนรูปร่างท้วมที่หน้าผากเริ่มมีเหงื่อผุดซึม
"สำหรับงบประมาณการจัดซื้อวัตถุดิบของห้องอาหารในเครือไตรมาสนี้ มีการปรับตัวสูงขึ้นร้อยละยี่สิบครับท่านประธาน สืบเนื่องมาจากต้นทุนวัตถุดิบนำเข้าที่แพงขึ้นจากบริษัทตัวแทนจำหน่าย..."
"โกลบอลฟู้ดส์ สินะครับ" คิรากรเอ่ยแทรกขึ้นมาด้วยน้ำเสียงราบเรียบ แต่มันกลับฟังดูเย็นยะเยือกจนคนฟังขนลุกซัน
"คะ... ครับท่านประธาน ทางโกลบอลฟู้ดส์เสนอสินค้าเกรดพรีเมียมที่ตอบโจทย์มาตรฐานห้องอาหารห้าดาวของเรา ผมจึงอนุมัติการสั่งซื้อเพื่อรักษาคุณภาพครับ" คุณวิชัยพยายามปั้นหน้ายิ้มสู้
คิรากรประสานมือไว้บนโต๊ะ สายตาคมกริบจ้องมองผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อราวกับเรดาร์จับโกหก เขาปรายตาไปมองน้ำหนาวเล็กน้อย เป็นเชิงส่งสัญญาณ
น้ำหนาวรับรู้ได้ทันที เธอเลื่อนแท็บเล็ตในมือ แตะหน้าจอเพื่อส่งไฟล์เอกสารเข้าสู่ระบบกลาง ก่อนที่กราฟเปรียบเทียบราคาวัตถุดิบสุดละเอียดที่เธอทำไว้เมื่อวาน
จะเด้งขึ้นไปโชว์หราบนหน้าจอโปรเจกเตอร์แทนที่สไลด์ของคุณวิชัย เสียงฮือฮาดังขึ้นจากผู้บริหารคนอื่นๆ ในห้องประชุม เมื่อเห็นเส้นกราฟส่วนต่างของราคาที่ชัดเจนจนน่าเกลียด
"นี่มันอะไรกันครับท่านประธาน!" คุณวิชัยหน้าถอดสี
หันมามองกราฟบนจอด้วยความตกตะลึง
