บทที่ 5 : ดินเนอร์เปิดตัวกลายๆ
"คุณไปเอาข้อมูลราคาตลาดโลกของวัตถุดิบพวกนี้มาจากไหน?" คิรากรเงยหน้าขึ้นถาม น้ำเสียงเปลี่ยนเป็นจริงจัง
"ดิฉันโทรเช็กกับซัพพลายเออร์เจ้าอื่นที่ไม่ได้ดีลกับบริษัทเราค่ะ และเทียบกับฐานข้อมูลนำเข้าสินค้าของกรมศุลกากร" เธอตอบฉะฉาน
"ถ้าบอสดูในหน้าสาม จะเห็นว่ามีบริษัทตัวแทนจำหน่ายชื่อ 'โกลบอลฟู้ดส์' ที่แผนกจัดซื้อของเราเพิ่งเปลี่ยนมาใช้บริการเมื่อสี่เดือนก่อน พวกเขาเสนอราคาวัตถุดิบสูงกว่าเจ้าเดิมเกือบยี่สิบเปอร์เซ็นต์ โดยอ้างเรื่องคุณภาพ แต่ดิฉันเช็กแล้ว... โกลบอลฟู้ดส์รับของมาจากแหล่งเดียวกับเจ้าเดิมเลยค่ะ"
คิรากรหรี่ตาลง มองตัวเลขส่วนต่างที่ทำให้บริษัทสูญเงินไปหลายล้านบาท เขารู้ระแคะระคายเรื่องการทุจริตในแผนกจัดซื้อมาสักพักแล้ว และกำลังให้คนสนิทตามสืบเงียบๆ แต่ไม่คิดเลยว่าเลขาคนใหม่ที่เพิ่งเข้ามาทำงานวันแรก จะใช้เวลาแค่ครึ่งวันในการมองเห็นรอยรั่วนี้ได้อย่างทะลุปรุโปร่ง
"ไม่เลว..." บอสหนุ่มพึมพำ ปิดแฟ้มรายงานลงแล้วมองหน้าเธอตรงๆ
"มีความรอบคอบ และมีไหวพริบดีกว่าที่คิด"
"ขอบคุณค่ะ" น้ำหนาวยิ้มรับบางๆ รู้สึกภูมิใจลึกๆ ที่สามารถตอกหน้าเจ้านายจอมดูถูกได้
"แต่ยังเก่งไม่พอ" รอยยิ้มของน้ำหนาวหุบลงทันที
"หมายความว่ายังไงคะ? ดิฉันพลาดตรงไหน?"
คิรากรลุกขึ้นยืนเต็มความสูง เขาไม่ได้ตอบคำถามนั้น แต่กลับเดินอ้อมโต๊ะทำงานเข้ามาหาเธอช้าๆ ท่วงท่าคุกคามนั้นทำให้น้ำหนาวเผลอก้าวถอยหลังโดยอัตโนมัติ จนกระทั่งแผ่นหลังบางไปชนเข้ากับชั้นหนังสือไม้บานใหญ่ ไม่มีทางให้หนีอีกต่อไปร่างสูงตามมาประชิด ยืดแขนข้างหนึ่งยันกับชั้นหนังสือ กักขังเธอไว้ในวงแขนกว้าง กลิ่นน้ำหอมบุรุษผสมกับกลิ่นกาแฟจางๆ ลอยมากระทบจมูกอีกครั้ง
"บอสคะ... ถอยออกไปหน่อยค่ะ" น้ำหนาวพยายามเบี่ยงหน้าหลบ หัวใจเต้นโครมครามจนแทบจะหลุดออกมานอกอก อาการปั่นป่วนแล่นพล่านจนมึนเบลอไปหมด
"คุณเก่งเรื่องตัวเลข น้ำหนาว... แต่คุณยังอ่อนหัดเรื่องคน" เสียงทุ้มกระซิบอยู่ใกล้ชิดจนรู้สึกได้ถึงลมหายใจอุ่นร้อน
"คุณคิดว่าผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อกล้าเซ็นอนุมัติงบประมาณสูงลิ่วขนาดนี้ โดยไม่มีคนระดับบริหารคอยหนุนหลังอยู่จริงๆ งั้นเหรอ?"
น้ำหนาวเบิกตากว้าง ความคิดแล่นปรู๊ดปร๊าด
"บอสกำลังจะบอกว่า... มีหนอนบ่อนไส้ระดับสูงอยู่ในบริษัท?"
"ฉลาดขึ้นมาหน่อย" เขายกยิ้มมุมปาก สายตาคมกริบจ้องมองลึกเข้าไปในดวงตากลมโตที่กำลังตื่นตระหนก
"รายงานฉบับนี้ของคุณทำได้ดีมาก... ดีจนอาจจะทำให้คุณตกอยู่ในอันตราย
ถ้าพวกมันรู้ว่าคุณกำลังขุดคุ้ยเรื่องนี้"
"ดิฉัน... ดิฉันแค่ทำตามที่บอสสั่ง"
เธอเถียงเสียงสั่น พยายามใช้มือดันแผงอกกว้างของเขาให้ขยับออกห่าง แต่ดูเหมือนมันจะไม่เป็นผลเลย ร่างกายของเขายังคงตั้งตระหง่านราวกับกำแพงหิน
"เพราะฉะนั้น ในฐานะเจ้านาย... ผมมีหน้าที่ต้องดูแลความปลอดภัยให้เลขาของตัวเอง" คิรากรขยับใบหน้าออกห่างเพียงเล็กน้อย แต่สายตายังคงแพรวพราวไปด้วยความเจ้าเล่ห์ "เก็บกระเป๋าซะ เราจะออกไปข้างนอกกัน"
"คะ? ไปไหนคะ? นี่ยังไม่ถึงเวลาเลิกงานเลยนะคะ"
"ไปดินเนอร์... ถือซะว่าเป็นการเลี้ยงต้อนรับเลขาคนใหม่ และคุยเรื่องงานกันต่อในที่ปลอดภัย" เขายกข้อมือขึ้นดูนาฬิกาเรือนหรู "อ้อ แล้วก็ไม่ต้องคิดจะปฏิเสธนะ เพราะนี่คือคำสั่งของ 'บอส' "
พุดจบเขาก็ถอยห่างออกไป ปล่อยให้น้ำหนาวสูดอากาศเข้าปอดได้เต็มที่ คิรากรคว้าเสื้อสูทที่พาดอยู่บนเก้าอี้มาสวมอย่างลวกๆ ทว่ากลับดูเท่และดูดีจนน่าหมั่นไส้
"อ้อ อีกอย่างนะ..." เขาหันกลับมามองเธอที่ยังยืนนิ่งอยู่ที่เดิม
"คืนนี้เรามีนัดทานข้าวกับ 'คุณพร้อมภัทร์' ประธานบริษัทพีเคอิมพอร์ตด้วย เขาจะพาเลขามาด้วย หวังว่าคุณจะเตรียมตัวรับมือกับการเข้าสังคมระดับผู้บริหารได้นะ คุณเลขา" ชื่อของพร้อมภัทร์ทำให้น้ำหนาวตาโต พี่นิลรัตน์กำลังจะมาด้วยงั้นเหรอ!
"รับทราบค่ะบอส ขอเวลาดิฉันเก็บของห้านาทีค่ะ!" หญิงสาวรับคำแข็งขัน รีบพุ่งตัวออกจากห้องทำงานเพื่อไปจัดการโต๊ะตัวเองทันที คิรากรมองตามร่างเล็กที่วิ่งออกไปอย่างรวดเร็ว เขาส่ายหน้าเบาๆ พร้อมกับหลุดเสียงหัวเราะในลำคอ แผนการที่ตั้งใจจะชวนเลขาคนใหม่ไปทานข้าวเย็นถูกปูทางไว้อย่างเนียนกริบ โดยใช้เรื่องงานและเรื่องความปลอดภัยมาอ้าง
‘ไอ้พร้อม... แกต้องขอบใจฉันนะที่อุตส่าห์หาข้ออ้างพาเพื่อนคุยไปให้เลขาแกน่ะ’
คิรากรนึกถึงเพื่อนสนิทจอมกะล่อนในใจ เย็นนี้คงมีเรื่องสนุกๆ เกิดขึ้นบนโต๊ะอาหารแน่นอน! รถสปอร์ตยุโรปคันหรูสีดำขลับแล่นทะยานไปตามท้องถนนยามเย็นของ
กรุงเทพมหานคร ภายในห้องโดยสารที่เงียบกริบและเย็นฉ่ำ อบอวลไปด้วยกลิ่นน้ำหอมปรับอากาศราคาแพงที่ผสมผสานกับกลิ่นอายเฉพาะตัวของคนขับ
น้ำหนาวนั่งตัวเกร็งอยู่บนเบาะหนังบุนุ่ม สองมือบีบเข้าหากันแน่นบนตัก สายตาเอาแต่จดจ้องมองออกไปนอกหน้าต่าง ไม่กล้าแม้แต่จะหันไปมองเสี้ยวหน้าหล่อเหลาของคนที่กำลังจับพวงมาลัย
"ทำตัวให้มันสบายๆ หน่อยน้ำหนาว เบาะรถผมไม่ได้ฝังเข็มเอาไว้หรอกนะ"
เสียงทุ้มของคิรากรทำลายความเงียบขึ้นมา
