บทที่ 4: รอยรั่วในบัญชี... กับเจ้านายชอบตีเนียน
"คุณคิดว่าผมกำลังทำอะไรคุณงั้นเหรอ น้ำหนาว?” เขาถามเสียงพร่า
"บอสกำลังล้ำเส้นความเป็นส่วนตัวของพนักงานค่ะ" เธอตอบฉะฉาน
"ดิฉันมาทำงานในตำแหน่งเลขา ไม่ใช่ตำแหน่งเครื่องระบายความเครียดของเจ้านาย ถ้าบอสยังทำตัวแบบนี้ ดิฉันจะถือว่าบอสคุกคามทางเพศนะคะ"
คำขู่ของเธอไม่ได้ทำให้บอสน้ำแข็งสะทกสะท้าน ตรงกันข้าม เขากลับหลุดเสียงหัวเราะทุ้มต่ำออกมาจากลำคอ เป็นเสียงหัวเราะที่ฟังดูมีเสน่ห์ร้ายกาจจนน่าโมโห
"คุกคามทางเพศ? คุณดูถูกผมเกินไปแล้วน้ำหนาว ถ้าผมจะคุกคามคุณจริงๆ... ผมไม่ทำแค่นั่งเบียดหรอก" สายตาของเขาหลุบต่ำลงมองริมฝีปากอิ่มสีระเรื่อของเธออย่างจงใจ ก่อนจะตวัดกลับขึ้นมาสบตา
"อีกอย่าง... ผมแค่ทดสอบความอดทนและไหวพริบของเลขาคนใหม่ต่างหาก"
"ทดสอบ?” น้ำหนาวทวนคำ
"ใช่ เลขาของผมต้องเจอความกดดันจากลูกค้า คู่แข่ง และนักธุรกิจเจ้าเล่ห์มากมาย ถ้าแค่นี้คุณยังสติแตก ควบคุมตัวเองไม่ได้ คุณจะไปรับมือกับพวกจิ้งจอกเฒ่าในวงการธุรกิจได้ยังไง?" เขาหาเหตุผลมาอ้างได้อย่างหน้าตาเฉยจนน้ำหนาวแทบจะอ้าปากค้างกับความกะล่อนระดับปรมาจารย์
"เอาล่ะ หมดเวลาเล่นแล้ว" คิรากรปรับสีหน้ากลับมาเป็นบอสผู้เคร่งขรึมในเสี้ยววินาที ราวกับคนละคน
"แฟ้มสีดำสามแฟ้มบนโต๊ะนั่น เป็นรายงานการประชุมของแผนกจัดซื้อย้อนหลังหกเดือน ผมต้องการสรุปจุดอ่อนและงบประมาณที่รั่วไหลทั้งหมด พิมพ์เป็นรายงานส่งให้ผมก่อนเลิกงานวันนี้" น้ำหนาวเบิกตากว้าง มองแฟ้มเอกสารหนาเตอะสามแฟ้มที่วางซ้อนกันเป็นภูเขาขนาดย่อม "ก่อนเลิกงานวันนี้? แต่บอสคะ นี่มันเอกสารครึ่งปีเลยนะคะ!"
"ทำไม? หรือว่าคุณทำไม่ได้? ถ้าคิดว่างานนี้มันหนักเกินไป จะกลับไปขายขนมไทยต่อผมก็ไม่ห้ามนะ" เขาเลิกคิ้วท้าทาย คำสบประมาทนั้นจุดไฟในดวงตาของน้ำหนาวให้ลุกโชน เธอสูดหายใจเข้าลึกๆ เชิดหน้าขึ้นอย่างหยิ่งทะนง แล้วคว่แฟ้มขึ้นมาถืออย่างทุลักทุเลเพราะมันหนัก
"ดิฉันทำได้ค่ะบอส! ก่อนห้าโมงเย็น รายงานสรุปทุกอย่างจะวางอยู่บนโต๊ะบอสแน่นอน ขอตัวไปทำงานก่อนนะคะ!" พูดจบเธอก็ หมุนตัวเดินกระแทกส้นเท้าออกจากห้องทำงานไปอย่างรวดเร็ว โดยไม่หันกลับมามองคนข้างหลังอีก คิรากรมองตามแผ่นหลังเล็กที่ตั้งตรงอย่างคนไม่ยอมแพ้ จนกระทั่งประตูห้องปิดลง
รอยยิ้มมุมปากที่พยายามกลั้นไว้ก็เผยออกมาอย่างปิดไม่มิด เขาหยิบแก้วกาแฟที่หญิงสาวชงให้ขึ้นมาจิบ รสชาติขมเข้มของเอสเปรสโซ่แฝงไปด้วยความกลมกล่อมที่ลงตัวอย่างประหลาด
"ใจสู้ใช้ได้... หวังว่าจะเก่งให้ได้เหมือนปากนะยัยเปี๊ยก" เสียงทุ้มพึมพำกับตัวเองเบาๆ ในห้องที่เงียบสงบ ดูเหมือนว่าการมาทำงานทุกวันนับจากนี้... จะไม่น่าเบื่ออีกต่อไปแล้ว! เข็มนาฬิกาบนผนบอกเวลาสิบหกนาฬิกาสามสิบนาที บนโต๊ะทำงานหน้าห้องซีอีโอเต็มไปด้วยแฟ้มเอกสาร กระดาษโน้ตสีสะท้อนแสง และเครื่องคิดเลขที่ถูกรัวแป้นจนแทบจะเกิดประกายไฟ น้ำหนาวยกมือขึ้นนวดขมับตัวเองเบาๆ ดวงตากลมโตจดจ่ออยู่กับตัวเลขในหน้ากระดาษรายงานการประชุมของแผนกจัดซื้อย้อนหลังหกเดือน
ตอนแรกเธอคิดว่าบอสกรแค่ตั้งใจจะแกล้งโยนงานหนักมาให้เพื่อทดสอบความอดทน แต่พอยิ่งอ่านและเปรียบเทียบตัวเลข เธอกลับพบความผิดปกติบางอย่างซ่อนอยู่ วิญญาณแม่ค้าที่เคยช่วยแม่วาดคำนวณต้นทุนกำไรมาตั้งแต่เด็ก บวกกับความรู้ปริญญาตรีบริหารธุรกิจที่ร่ำเรียนมา ทำให้เธอสะดุดตากับ ‘ราคาวัตถุดิบ’ ของห้องอาหารในเครือ K-Grand
‘ทำไมราคาเนื้อวากิวกับทรัฟเฟิลนำเข้าของไตรมาสล่าสุด ถึงกระโดดขึ้นจากราคาตลาดโลกถึงยี่สิบเปอร์เซ็นต์ ทั้งที่ค่าเงินก็ทรงตัว?’
น้ำหนาวขีดเส้นใต้ตัวเลขเหล่านั้นด้วยปากกาเน้นข้อความสีแดง เธอรีบพิมพ์สรุปข้อมูลลงในแท็บเล็ต จัดทำตารางเปรียบเทียบราคาตลาดกับราคาที่แผนกจัดซื้อเบิกจ่ายอย่างชัดเจน เมื่อตรวจสอบความถูกต้องจนแน่ใจ หญิงสาวก็สั่งปริ้นท์เอกสารทั้งหมดออกมาเย็บมุมอย่างเรียบร้อย เวลาสิบหกนาฬิกาสี่สิบห้านาที... เธอยังเหลือเวลาอีกสิบห้านาทีก่อนเส้นตาย
น้ำหนาวสูดลมหายใจเข้าลึกๆ หอบแฟ้มรายงานเดินไปเคาะประตูห้องทำงานบานใหญ่สามครั้ง เมื่อได้รับคำอนุญาต เธอจึงผลักประตูเข้าไป
คิรากรกำลังนั่งพิงพนักเก้าอี้ มือหนาหมุนปากกาสีเงินในมือเล่นอย่างอารมณ์ดี สายตาคมกริบตวัดมองร่างเล็กที่เดินเข้ามาหยุดอยู่หน้าโต๊ะทำงาน เขาเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อยเมื่อเห็นแฟ้มเอกสารในมือเธอ
"เสร็จก่อนเวลาตั้งสิบห้านาที... หวังว่าคงไม่ได้ทำมาแบบลวกๆ แค่ให้พ้นตัวหรอกนะ คุณเลขา" น้ำเสียงทุ้มเอ่ยค่อนขอดอย่างไม่จริงจังนัก
"ดิฉันทำงานคุ้มค่าจ้างเสมอค่ะบอส" น้ำหนาวตอบกลับด้วยน้ำเสียงราบเรียบ วางแฟ้มรายงานสรุปฉบับย่อลงตรงหน้าเขา "นี่คือสรุปจุดอ่อนและงบประมาณที่รั่วไหลทั้งหมดของแผนกจัดซื้อในช่วงหกเดือนที่ผ่านมาค่ะ"
คิรากรหยุดหมุนปากกา เขาเอื้อมมือไปเปิดแฟ้มรายงานของเธอ ตอนแรกเขาตั้งใจจะอ่านผ่านๆ เพื่อหาจุดบกพร่องมาดุเธอเล่นตามประสาคนชอบแกล้ง แต่เมื่อกวาดสายตาดูตารางเปรียบเทียบราคาและกราฟสรุปส่วนต่างที่น้ำหนาวทำขึ้นมา คิ้วเข้มก็ขมวดเข้าหากันทันทีห้องทำงานตกอยู่ในความเงียบ มีเพียงเสียงพลิกหน้ากระดาษที่ดังขึ้นเป็นระยะ น้ำหนาวยืนประสานมือรออย่างใจเย็น แม้ในใจจะแอบลุ้นจนตัวโก่งก็ตาม
