บทเรียนที่ 1 เด็กมีปัญหา [3/6]
"มีปัญหาอะไรหรือเปล่า? "
คนในอ้อมกอดเขาเอ่ยขึ้นหลังจากเวลาผ่านไปครู่หนึ่ง เด็กหนุ่มชะงักเล็กน้อยเมื่อได้ยินคำถาม และความรู้สึกบางก็อย่างเริ่มก่อตัวขึ้นภายในใจ
"เปล่า"
ธีตอบด้วยน้ำเสียงราบเรียบ เด็กหนุ่มรู้สึกว่า ความรู้สึกแย่ๆ เมื่อครู่ค่อยๆ คลายตัวออกไปราวกับว่า ปิ่นเป็นคนขับไล่มัน
จากที่เรียนวิชาจิตวิทยาให้คำปรึกษามา มันบ่งบอกอย่างชัดเจนว่าพฤติกรรมของเด็กคนนี้ต้องมีปัญหาอย่างแน่นอน เธออยากช่วยเขา เด็กบางคนไม่ต้องการได้รับคำปรึกษา แต่แค่อยากระบายปัญหาที่ตนแบกเอาไว้ เด็กบางคนถึงแม้จะยิ้ม แต่ลึกๆ แล้วเขาก็อาจจะไม่มีความสุขอย่างที่แสดงออกมา
"มีอะไรปรึกษาครูได้นะ ครูพร้อมจะช่วย"
ด้วยความเป็นครูที่อยากช่วยเหลือลูกศิษย์ อย่างน้อยการระบายสิ่งที่อยู่ในใจมันอาจจะดีกว่าการเก็บไว้คนเดียวก็ได้
"ครูได้ช่วยผมแน่" เด็กหนุ่มกระตุกยิ้มที่มุมปาก แววตาคมกริบแฝงด้วยความเจ้าเล่ห์อยู่ไม่น้อย
"ธีระ ปล่อยได้แล้ว จะเข้าเรียนคาบบ่ายแล้วนะ"
"วิชาต่อไปเรียนกับครูไง ครูก็ยังอยู่ที่นี่ผมก็ไม่รีบ" เขาเอ่ยออกมา และไม่ยอมขยับตัว
"แต่ครูรีบ ปล่อยได้แล้ว"
ธีจำต้องคลายอ้อมกอดออกจากร่างบางเมื่อปิ่นเริ่มไม่พอใจ
"รีบไปเข้าเรียนด้วย" เธอย้ำอีกครั้ง
แต่ก่อนที่ร่างบางจะก้าวหนี ก็ถูกดึงเข้ามาปะทะกับหน้าอกหนาอีกครั้ง
ครั้งนี้ธีประกบปากลงบนปากบาง ขบเม้มอย่างเอาใจ กลิ่นมิ้นท์ในปากของเด็กหนุ่มทำให้ปิ่นขาดสติ มือหนาสอดเข้าไปที่ท้ายทอยของปิ่นไม่ให้ใบหน้าหวานผละหนี มืออีกข้างบีบที่กระพุ้งแก้มบังคับให้เธอเปิดปากออกจนลูกอมกลิ่นมิ้นท์ก้อนเล็กถูกลิ้นหนาดันเข้าไปในปากของเธอในที่สุด
...หอมหวานเหลือเกิน ลมหายใจขาดห้วนเผลอจูบตอบสัมผัสที่แสนหวานนั้นก่อนร่างสูงจะผละออกไปอย่างอ้อยอิ่งให้เธอได้มีโอกาสสูดออกซิเจนเข้าไปในปอด
ธียิ้มตาหยีอีกครั้ง ส่วนครูสาวก้มหน้างุด
...น่าอายที่สุด ไปจูบตอบเขาได้ไงเนี่ย เธอได้แต่ก่นด่าตัวเองในใจ
"ครูรีบมาสอนนะครับ ผมจะเข้าเรียนแล้ว" เสียงทุ้มดังข้างหูเล็กอย่างอารมณ์ดีแล้วเดินล้วงกระเป๋ากางเกงจากไป
เมื่อเรียกสติกลับคืนมาได้ปิ่นจึงเดินกลับมาที่ห้องเรียน ซึ่งนั่นก็คือห้องประจำของเธอด้วย วันนี้โต๊ะนักเรียนถูกจัดให้เป็นรูปตัว U และมีเก้าอี้สองตัวอยู่ตรงกลางเพื่อให้เอื้อต่อการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนของวันนี้
"นักเรียนเคารพ" เสียงหัวหน้าชั้นตะโกนบอกเพื่อนเมื่อเห็นว่าปิ่นเดินเข้ามาในห้อง
"เนื่องจากวันนี้เราเรียนสองชั่วโมงครูจะให้นักเรียนใช้เวลาสองชั่วโมงนี้ดรออิ้งภาพเพื่อนที่นั่งอยู่ตรงกลางห้อง ทุกคนสามารถเลือกมุมที่ตนเองถนัดได้เลย ถือว่าเป็นการซ้อมมือก่อนที่เราจะสอบเข้ามหาวิทยาลัยนะคะ”
เพราะการดรออิ้งหรือวาดเส้นเป็นพื้นฐานที่ทุกมหาวิทยาลัยใช้เป็นการสอบเพื่อเข้าเรียนต่อในสายที่เกี่ยวข้องกับศิลปะ ปิ่นจึงอยากให้นักเรียนแม่นยำในน้ำหนักและทักษะเหล่านี้
“ถ้าทุกคนเตรียมอุปกรณ์เรียบร้อยแล้วเชิญค่ะ"
เสียงขยับเก้าอี้เพื่อหามุมสวยๆ วาดภาพเด็กสาว และเด็กหนุ่มในชุดมัธยมปลายสองคนที่เป็นอาสาสมัคร ใบหน้าของพวกเขาถูกจับจ้องด้วยสายตาของคนทั้งห้อง ซึ่งทุกคนก็มีสมาธิจดจ่อกับงานตรงหน้าของตัวเอง
ปิ่นเปิดเพลงคลาสสิกที่มีเพียงดนตรีคลอสบายๆ เพลงจะทำให้พวกเขาใจเย็น และเพลิดเพลินกับการทำงานมากขึ้น
"ตรงนี้เพิ่มน้ำหนักอีกหน่อยนะจ๊ะ แสงกับเงาถ้าแยกให้ออกไม่ได้จะทำให้ภาพของเราดูแบนเกินไป"
ปิ่นเดินดูผลงานที่ถูกวาดด้วยดินสอ EE ของนักเรียนแต่ละคนไปเรื่อยๆ พร้อมกับให้คำแนะนำไปด้วย
ร่างบางหยุดยืนอยู่ข้างๆ ของเด็กผู้ชายที่ทำลุ่มล่ามกับเธอเมื่อไม่กี่นาทีที่ผ่านมา สายตาจับจ้องไปที่กระดาษในมือเขา
"อะไรกัน เริ่มทำตั้งนานแล้วทำไมถึงพึ่งได้แค่โครงหน้า ทำงานช้าแบบนี้จะทันบ้านเมืองเขาไหม"
