ตอนที่ 5 นั่นใคร
หลังจากร่ำลาเพื่อนสาวทั้งสองแล้ว น้ำตาลก็เดินมายังรถคู่ใจที่จอดอยู่ไม่ไกล หญิงสาวยิ้มให้กับเรื่องตลก ๆ ในร้านกาแฟเมื่อครู่ ก่อนจะสตาร์ทเครื่องยนต์แล้วมุ่งหน้ากลับสู่ที่พัก
ทว่าขับมาได้ไม่นาน ท้องฟ้าพลันแปรเปลี่ยนเป็นสีเทาดำทะมึน ลมกระโชกแรงขึ้นมาอย่างน่ากลัว และเพียงไม่กี่อึดใจต่อมา ห่าฝนเม็ดใหญ่ก็สาดซัดลงมาไม่ลืมหูลืมตา ทำให้บดบังทัศนวิสัยเบื้องหน้าเหลือเพียงม่านน้ำสีขาวโพลน
ถนนที่เปียกชุ่มและลื่น ทำให้รถของน้ำตาลที่แล่นมาด้วยความเร็วเริ่มเสียหลัก น้ำตาลพยายามบังคับพวงมาลัยสุดชีวิต แต่ทุกอย่างก็สายเกินไปแล้ว รถหมุนคว้างอย่างควบคุมไม่ได้ท่ามกลางสายฝน หัวใจหญิงสาวเต้นแรงจนแทบจะทะลุออกมานอกอก
โครม เสียงโลหะกระทบกับราวคอนกรีตดังสนั่นหวั่นไหว แรงกระแทกมหาศาลอัดร่างของน้ำตาลเข้ากับพวงมาลัยอย่างแรง ความเจ็บปวดแล่นปราดไปทั่วกาย ก่อนที่สติสัมปชัญญะทั้งหมดจะดับวูบลง
รถทั้งคันพุ่งทะลุราวสะพาน ดำดิ่งลงสู่กระแสน้ำอันมืดมิดและเยือกเย็นเบื้องล่าง ร่างที่ไร้ความรู้สึกจมลึกลง...ลึกลง...สู่ความมืดมิดอันเป็นนิรันดร์
...หรืออาจจะไม่ใช่
เปลือกตาที่หนักอึ้งราวกับมีหินถ่วง ค่อย ๆ เปิดขึ้นอย่างช้า ๆ
แสงยามเช้าสีนวลลอดผ่านช่องหน้าต่างเข้ามาปลุกสติที่เลือนรางให้กลับคืนมา พร้อมกับความรู้สึกปวดเมื่อยที่ร้าวระบมไปทั่วทั้งร่าง น้ำตาลค่อย ๆ ลืมตาขึ้นพลางกะพริบตาถี่ยิบ เพื่อปรับสายตาให้ชินกับแสง แล้วมองขึ้นไปยังเพดานไม้ที่ไม่คุ้นเคย
ภายในห้องตกแต่งอย่างง่าย ๆ จนเรียกได้ว่าว่างเปล่า มีเพียงเตียงไม้แข็ง ๆ กว้าง ๆ ที่สามารถนอนได้หลายคน และชุดจำนวนมากแขวนอยู่บนราวที่ปลายเตียง ลักษณะคล้ายห้องนอนรวม
น้ำตาลพยายามรวบรวมเรี่ยวแรงที่มีเพื่อจะลุกขึ้นนั่ง แต่ร่างกายกลับอ่อนเปลี้ยจนแทบขยับไม่ได้ เมื่อก้มมองสำรวจตนเอง ก็พบว่ากำลังสวมชุดผ้าฝ้ายสีเทา เป็นเสื้อผ้าแบบโบราณที่เคยเห็นในละครจีนย้อนยุคเท่านั้น
สายตาเหลือบไปเห็นกระจกทองเหลืองบานเล็กที่วางอยู่บนโต๊ะข้างเตียง ด้วยความอยากรู้และลางสังหรณ์แปลก ๆ น้ำตาลจึงฝืนเอื้อมมือไปหยิบมันขึ้นมา สูดหายใจลึกก่อนจะยกขึ้นส่องดูใบหน้า
ภาพที่สะท้อนอยู่บนผิวโลหะมันวาวนั้น…ไม่ใช่น้ำตาล
“เฮ้ย! ใครวะ”
น้ำตาลหลุดอุทานออกมาอย่างลืมตัว ภาพในกระจกควรจะเป็นใบหน้าของน้ำตาล แต่กลับกลายเป็นหญิงสาวแปลกหน้าผู้มีดวงตากลมโตสดใส ผิวขาวนวลเนียน และเส้นผมสีดำขลับยาวสลวย
หญิงสาวค่อย ๆ ยกมือขึ้นสัมผัสใบหน้าของตนช้า ๆ สัมผัสจากปลายนิ้วเย็น ๆ กับภาพหญิงสาวในกระจกที่เคลื่อนไหวตามทุกกระเบียดนิ้ว เป็นเครื่องยืนยันความจริงว่าคนในกระจกคือตนเอง
‘นี่…ไม่ใช่ร่างของฉัน’
ทันใดนั้น ประตูไม้ก็เปิดออกพร้อมกับการปรากฏตัวของหญิงวัยกลางคนในชุดสีเข้ม เมื่อเห็นว่าคนที่นอนอยู่บนเตียงได้สติแล้ว หญิงผู้นั้นก็เบิกตากว้างด้วยความตกใจ รีบปรี่เข้ามาประคองร่างของหญิงสาวด้วยท่าทีห่วงใย “หลันเอ๋อร์ เจ้าฟื้นแล้วหรือ เป็นอย่างไรบ้าง เจ็บตรงไหนหรือไม่”
คำว่า ‘หลันเอ๋อร์’ คือกุญแจที่ไขประตูแห่งความทรงจำให้เปิดออกทันที ภาพที่ไม่ใช่ของตนเองมากมายพลันหลั่งไหลเข้ามาในหัว ทั้งภาพของจวนตระกูลหลี่อันโอ่อ่า ผู้คนที่สวมชุดแปลกตา และสถานะของร่างนี้ที่ถูกเรียกขานคือ "สาวใช้"
ความทรงจำเหล่านั้นยืนยันความจริงทั้งหลาย ว่าตนเองได้ข้ามภพมาจริง ๆ น้ำตาล หญิงสาวจากศตวรรษที่ 21 ได้ตื่นขึ้นมาในร่างของ "ชิงหลัน" สาวใช้แห่งจวนตระกูลหลี่ และภาพสุดท้ายในความทรงจำของชิงหลันที่หลงเหลืออยู่ คือเหตุการณ์ที่ร่างเดิมพลัดตกสระบัวในสวนด้านหลังจวนขณะไปกวาดใบไม้บริเวณนั้น
สถานการณ์ตรงหน้าเหมือนกับพล็อตนิยายข้ามภพที่เคยอ่านจนขึ้นใจ แต่ครั้งนี้มันไม่ใช่เรื่องแต่งอีกต่อไป มันคือเรื่องจริงที่เกิดขึ้นกับตัวเอง
นับจากวันนั้นเป็นต้นมา ชีวิตของน้ำตาลในร่างของชิงหลันก็เปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิง ในทุก ๆ วัน หญิงสาวต้องตื่นตั้งแต่ฟ้ายังไม่สางเพื่อเริ่มทำงาน ตั้งแต่กวาดถูเรือนขนาดใหญ่ ซักผ้ากองโตในน้ำเย็นเฉียบ ไปจนถึงงานจิปาถะอื่น ๆ ตามคำสั่ง และที่สำคัญที่สุดคือการปรนนิบัติรับใช้คุณชายสุดหล่อของจวน ตั้งแต่รินน้ำชาไปจนถึงจัดเตรียมที่นอน ‘อย่างน้อยก็ดีที่ไม่ต้องเกาหลังตอนนอนให้ด้วย’
