ตอนที่ 4 เรดาห์พัง
หว้าที่นั่งฟังอยู่ จู่ ๆ ตาก็ลุกวาวขึ้นมาเมื่อนึกอะไรออก “นี่…พูดถึงเรื่องภาคปฏิบัติ…ยัยตาล ฉันมีคนจะแนะนำให้แกว่ะ เอามั้ย”
น้ำตาลหรี่ตามองอย่างไม่ไว้ใจ “ใครของแกอีกเนี่ย”
“คนนี้หล่อจริง” หว้ายืนยันเสียงแข็ง “หล่อมาก...โปรไฟล์ดี...ที่สำคัญนะเอาเก่งด้วย” หว้าขยิบตาอย่างมีเลศนัย
คำพูดนั้นทำให้ฝนหูผึ่งขึ้นมาทันที ส่วนน้ำตาลขมวดคิ้วมุ่น
“แกรู้ได้ไงว่า ‘เอาเก่ง’” น้ำตาลถามอย่างจับผิด “ไปลองมาแล้วดิ”
“บ้าเหรอ!” หว้าปฏิเสธเสียงสูง ก่อนจะเชิดหน้าขึ้นเล็กน้อยอย่างผู้เชี่ยวชาญ “เปล่าจ้ะ...ศาสตร์ของฉันคือการสแกนจากภายนอก ฉันดูจาก ‘ก้น’ แล้วก็ ‘มือ’ ของเขาไงล่ะ”
น้ำตาลกับฝนหันมามองหน้ากันโดยอัตโนมัติ ก่อนจะหันกลับไปหาหว้าพร้อมกัน
“ก้นกับมือ”
“มันเกี่ยวกันยังไงวะแก”
"ก็โบราณเขาบอกว่าผู้ชายก้นใหญ่เอาเก่ง ส่วนผู้ชายมือใหญ่ อันนั้นก็ใหญ่...ที่จริงต้องดูนิ้วโป้งเท้าด้วยนะ เป็นเคล็ดลับ" ลูกหว้าสาธยายอย่างมั่นใจ
"เหรอ...แม่กูรู..." น้ำตาลกับฝนรับคำเสียงสูงอย่างพร้อมเพรียง
ทันใดนั้น ลูกหว้าก็เบิกตากว้าง ชี้นิ้วไปที่เคาน์เตอร์ "นั้นไง มาแล้ว หล่อใช่มั้ยล่ะ"
หนุ่มในสายตาของลูกหว้ากำลังเดินมาสั่งกาแฟที่เคาน์เตอร์ ด้วยรัศมีความหล่อออร่าพุ่งกระจาย
"ว้าววว หล่อ เท่ห์ เพอร์เฟคเลยยัย ตาล เอาเลยแก นี่โอกาสของแกแล้ว" ลูกหว้ากับฝนเชียร์สุดเสียง พร้อมดันหลังให้น้ำตาลลุกทำทีไปสั่งกาแฟอีกแก้ว
น้ำตาลกำลังจะลุกไปตามแรงยุ...ทันใดนั้น ชายหนุ่มรูปหล่อที่ยืนอยู่เคาน์เตอร์ก็อุทานเสียงดังลั่น
"ว๊าย หก" พร้อมกับที่กาแฟในมือที่เพิ่งรับมา หกกระจายลงพื้น ด้วยความตกใจ ภาพชายหนุ่มสุดหล่อก็เลนกลายร่างเพื่อนสาวซะงั้น
"อุ๊บส์..." น้ำตาลแข็งค้างกลางอากาศที่กำลังจะลุก แล้วหันกลับมาหาเพื่อนสาวทั้งสองคนที่ตอนนี้หน้าเหวอพอ ๆ กัน
"เรดาร์พังยับเลยค่ะ...เพื่อนสาว..." น้ำตาลพึมพำ ขณะที่ลูกหว้าและฝนได้แต่มองหน้ากันเลิ่กลั่ก ก้นใหญ่ มือใหญ่ นิ้วโป้งเท้า ทฤษฎีอะไรนี่ใช้ไม่ได้กับทุกคนนี่หว่า
และนี่แหละคือชีวิตอาภัพรักของน้ำตาล สาวออฟฟิศผู้มีความรู้เรื่องความรักท่วมหัว แต่ทฤษฎีกับปฏิบัติ มันช่างสวนทางกันราวฟ้ากับเหว
"ฮ่า! ๆ ๆ นี่เรดาร์ไม่ใช่แค่พังนะแก ระเบิดฝุ่นตลบไปเลยจ้า" ฝนระเบิดหัวเราะออกมาก่อนเพื่อน หลังจากผ่านช่วงเวลาหน้าเหวอไปแล้ว
น้ำตาลทรุดตัวกลับลงที่เก้าอี้ทันที "นั่นไง เห็นมั้ย ชีวิตจริงมันยากกว่าในนิยายตั้งเยอะ ขนาดจะเดินไปอ่อยยังเจอเรื่องหักมุมขนาดนี้"
ลูกหว้าหัวเราะคิกคักตาม “เออน่า ไม่เป็นไร ๆ ถือว่าวันนี้มาดูงานภาคสนามแล้วเจอเรื่องเซอร์ไพรส์ แล้วทฤษฎีก้นใหญ่ มือใหญ่ นิ้วโป้งเท้าใหญ่ของฉันนี่คือต้องไปปรับปรุงตำราใหม่แล้วมั้งเนี่ย”
ทั้งสามคนหัวเราะให้ความโบ๊ะบ๊ะของกันและกัน ก่อนจะจิบกาแฟที่เหลืออยู่ในแก้วอย่างอ้อยอิ่ง เป็นกาแฟที่ไม่ได้มาพร้อมโมเมนต์โรแมนติกแต่มาพร้อมเสียงหัวเราะและเรื่องเม้าท์ในแก๊ง
“เอาเหอะ ๆ วันนี้ไม่ได้ผู้ชาย ก็ได้เรื่องฮา ๆ กลับบ้านละว่ะ” ฝนสรุป
"ใช่ อย่างน้อยก็ได้รู้ว่าทฤษฎีในนิยายมันใช้กับสถานการณ์จริงไม่ได้เสมอไป...หรือบางทีทฤษฎีของแกมันก็ผิดตั้งแต่แรกแล้วย่ะ" น้ำตาลหันไปแขวะลูกหว้าคืนเบา ๆ
"อ้าว พูดงี้ได้ไง นี่คือศาสตร์โบราณเลยนะ" ลูกหว้าทำท่าจะโต้แต่สุดท้ายก็หัวเราะออกมา
ทั้งสามนั่งจิบกาแฟ คุยเรื่องสัพเพเหระ ล้อเลียนความล้มเหลวในภาคปฏิบัติของน้ำตาลต่ออีกพักใหญ่จนกาแฟหมดแก้ว ท้องฟ้าด้านนอกเริ่มมืดครึ้มเหมือนฝนกำลังจะตก
"อ่ะ ๆ ได้เวลาสลายตัวกลับรังใครรังมันแล้วค่ะเพื่อน" ฝนว่าพลางหยิบกระเป๋า
"โอเค ๆ ไว้เจอกันใหม่นะแก" น้ำตาลกับลูกหว้าลุกขึ้นตาม
กอดลากันตามประสาเพื่อนซี้
"รอบหน้ามาแผนไหนอีกดีวะลูกหว้า" น้ำตาลแกล้งถามแซว
"ขอพักก่อนค่ะ ขอไปทบทวนตำรากูรูทิพย์ฉบับอัปเดตแป๊บ" ลูกหว้าว่าพลางทำท่าครุ่นคิดจริงจัง
"จ้าาาา กูรู" น้ำตาลกับฝนรับคำพร้อมกัน แล้วทั้งสามก็โบกมือลากัน เดินแยกย้ายไปตามทางของตัวเอง
