ตอนที่ 3 แก๊งเพื่อนสาว
อีกด้านในยุคปัจจุบัน น้ำตาล สาวออฟฟิศวัยละอ่อนยี่สิบต้น ๆ ผู้มีหัวใจเป็นสีชมพูหวานแหวว เพราะเธอคือสาวกของนิยายรักโรแมนติกชนิดที่ว่าถ้าพระเอกไม่คลั่งรัก นางเอกไม่ซึนเดเระ ถือว่าชีวิตขาดรสชาติ กลุ่มเพื่อนซี้ปึ้กของน้ำตาลนั้นก็แซ่บซ่าเหมือนพริกขี้หนูสวน สาว ๆ คุยกันได้ทุกสรรพสิ่ง ตั้งแต่เรื่องฝนตกแดดออก ยันเรื่องใต้สะดือชนิดที่ทำเอาน้ำตาลหน้าแดงหูแดงเป็นประจำ
ติ๊ง!
เสียงแจ้งเตือนจากโทรศัพท์ดังขึ้นขัดจังหวะการเพิ่มน้ำตาลในเลือด ดวงตาของหญิงสาวยังคงจับจ้องอยู่ที่หน้าจอแท็บเล็ตโดยไม่สามารถไม่วางตาได้ บนหน้าจอนั้นคือใบหน้าอันหล่อเหลาของพระเอกซีรีส์จีนที่กำลังมองนางเอกด้วยสายตาหวานเยิ้มจนแทบจะละลาย
น้ำตาลยิ้มเขินอยู่คนเดียวคิดว่าตัวเองคือนางเอกของเรื่อง ส่วนมือก็เตรียมจะแคปหน้าจอเก็บไว้เป็นที่ระลึกแต่ดันมีเสียงขัดจังหวะดังขึ้น
ติ๊ง! ติ๊ง! ติ๊ง!
เสียงแจ้งเตือนดังรัวขึ้นอีกครั้ง ก่อนที่หน้าจอจะเปลี่ยนเป็นวิดีโอคอลล์จาก ฝนเพื่อนสาวคนสนิท น้ำตาลถอนหายใจอย่างขัดใจ แต่ก็กดรับสายในที่สุด
“ทำไรอยู่วะยัยตาล อยู่กับสามีมโนของแกอีกแล้วล่ะสิ” เสียงของฝนดังออกมาจากลำโพงทันทีที่ภาพปรากฏ
“ยุ่งน่า! จะโทรมาทำไมตอนนี้ คนกำลังฟินเลย พระเอกกำลังจะสารภาพรักแล้วเนี่ย” น้ำตาลตอบกลับ พลางเหลือบมองจอแท็บเล็ตที่ยังเล่นค้างไว้อยู่
“พักก่อนเรื่องผู้ชายอะ” ฝนพูดกลั้วหัวเราะ “พรุ่งนี้เที่ยง ว่างปะ”
น้ำตาลทำหน้าคิดหนัก “พรุ่งนี้เหรอ...ไม่น่าว่างต้องเก็บซีรีส์เรื่องนี้ให้จบ”
“ไม่ว่างหรือไม่อยากมา” เสียง ลูกหว้าเพื่อนสาวอีกคนดังแทรกเข้ามาในสาย เหมือนกำลังนั่งอยู่ข้าง ๆ ฝน
“โห่ พวกแกก็รู้ว่าฉันติดเรื่องนี้ขนาดไหน พระเอกโคตรหล่อ ทำกับข้าวก็เก่ง คลั่งรักนางเอกเบอร์สุด ใครจะไปมูฟออนไหว”
ฝนส่ายหัวไปมาอย่างระอา “ไม่ต้องมาอ้างเลยนะยัยตาล พรุ่งนี้เที่ยงร้านกาแฟเจ้าประจำ ไม่มานะ...ฉันกับยัยหว้าจะบุกไปพังประตูห้องแกแน่”
“เว่อร์มาก” น้ำตาลหัวเราะ “แค่จะชวนไปกินกาแฟต้องขู่กันขนาดนี้เลย”
“ไม่ใช่แค่กาแฟย่ะ” หว้าพูดต่อ “มีเรื่องเด็ดจะเม้าท์...เรื่องของพี่กิตฝ่ายการตลาด รับรองว่าแกต้องอยากฟัง”
น้ำตาลตาโตขึ้นมาทันที “จริงดิ!… เออ ๆ ๆ ไปก็ได้”
“เอ้า พอเรื่องผู้ชายในชีวิตจริง ตื่นตัวเชียวนะ” ฝนแซว
“ก็แหงสิ!” น้ำตาลรีบแก้ตัว “แค่...อยากอัปเดตข่าวสารออฟฟิศเฉย ๆ หรอกน่า”
“จ้า! เชื่อจ้ะ” ฝนกับหว้าพูดขึ้นพร้อมกันอย่างไม่ได้นัดหมาย
“เออ! พรุ่งนี้เที่ยงเจอกัน แค่นี้นะ พระเอกจะจูบฉันแล้ว บาย!”
พูดจบน้ำตาลก็รีบตัดสายทันที ก่อนจะหันกลับไปจดจ่อกับโลกมโนของตนเองบนหน้าจอแท็บเล็ตต่อด้วยรอยยิ้ม
วันต่อมาน้ำตาลรีบเดินตรงเข้าไปในร้านกาแฟที่เป็นจุดนัดพบทันที เมื่อเข้ามาก็ได้กลิ่นหอมของกาแฟคั่วลอยไปทั่วทั้งร้าน ทั้งเสียงผู้คุยของลูกค้าดังขึ้นตามมุมต่าง ๆ แต่เป้าหมายของเธอคือโต๊ะมุมในสุดที่ ฝน กับลูกหว้า นั่งรออยู่แล้ว ทั้งสองคนกำลังเอนตัวเข้าหากัน พร้อมหัวเราะคิกคักกับเรื่องในจอมือถือ
“มาแล้วเหรอ นั่ง ๆ กำลังเมาท์มันเลย” ฝนตบเก้าอี้ข้างตัวเบา ๆ เป็นการเชื้อเชิญ
“โทษที พอดีรถติดมาก” น้ำตาลตอบพลางวางกระเป๋า “ไหน ๆ มีเรื่องอะไรเด็ด เล่ามาเลย”
“ก็เรื่องพี่กิตที่ฉันเล่าค้างไว้ไง” ลูกหว้าเป็นคนเปิดประเด็นด้วยดวงตาเป็นประกาย “สรุปคือ...ฮีไปกินข้าวกับน้องมายด์ฝ่ายบุคคลมาจริง ๆ เว้ย”
“จริงดิ!” น้ำตาลอุทาน “แล้วที่คุย ๆ กับน้องจูนน้องฝึกงานอยู่อะ คือยังไง”
“นั่นแหละประเด็น” ฝนเสริมทัพ “เมื่อวานตอนเย็น ฉันเห็นจะ ๆ เลยว่าพี่กิตไปส่งน้องจูนที่ป้ายรถเมล์ แถมมีซื้อน้ำส้มให้น้องด้วยนะ แต่สายตาที่มองนี่คือหวานเยิ้มสุด ๆ สรุปพี่แกจะเอาไงกันแน่ งงมาก”
น้ำตาลจิบชาเขียวลาเต้ของตนไปอึกใหญ่ ก่อนจะวางแก้วลงแล้วพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงของผู้เชี่ยวชาญ “มันเป็นแทคติก…เรียกว่า ‘การสร้างสนามแข่งขัน’ ไง”
ฝนกับหว้าหันมามองหน้ากัน ก่อนจะหันกลับมาที่น้ำตาลเป็นตาเดียว “ยังไงวะ อธิบาย”
“ก็คือการทำให้ผู้หญิงสองคนรู้ว่าตัวเองมีคู่แข่งไง” น้ำตาลอธิบายต่อ “มันจะกระตุ้นให้แต่ละฝ่ายรู้สึกว่าต้องพยายามเอาชนะใจเขาให้ได้ พอใครคนหนึ่งได้เขาไป ก็จะรู้สึกว่าตัวเองพิเศษกว่า เป็นผู้ชนะ มันเป็นจิตวิทยาพื้นฐานของพวกนิยายแนวฮาเร็มเลยนะ คลาสสิกมาก”
ลูกหว้าอ้าปากค้างไปเล็กน้อย “สุดยอดว่ะเพื่อน วิเคราะห์ได้เป็นเรื่องเป็นราวขนาดนี้ ตอนแรกนึกว่าฟังไลฟ์โค้ชความสัมพันธ์อยู่”
“ก็นะ…อาจารย์ใหญ่ แต่ภาคปฏิบัติก็ยังติด F อยู่” ฝนพูดพลางหัวเราะร่วน
“คำว่าอาจารย์ใหญ่ฟังดูไม่ค่อยเข้าท่านะ มันทะแม่ง ๆ ยังไงก็ไม่รู้ แต่ช่างเถอะ ทุกอย่างเพราะพวกแกสอนฉันมาดียังไงล่ะ ส่วนเรื่องปฏิบัติสักวันฉันต้องได้แน่นอน”
“ได้อะไร ยัยตาล”
“แหม่ถาม…เหมือนไม่รู้เนอะ”
“รู้น่า แต่อยากรู้ว่าเมื่อไหร่จะโดน” เพื่อนทั้งสองมองหน้ากันแล้วก็ยิ้มออกมา รู้อยู่แล้วว่าการแกล้งแหย่เรื่องความรักของน้ำตาลน่ะสนุกที่สุดแล้ว
“เมื่อถึงเวลา”
“ฉันไม่เชื่อแกหรอกนะ พอเจอเข้าจริง ๆ ใบ้กินทุกที เป็นหุ่นยนต์ที่สัญญาณขาดไปเลย”
น้ำตาลได้แต่หัวเราะแห้ง ๆ แก้เขิน “แหม…ก็ในนิยายมันมีบทบรรยายความคิดพระเอกนี่นา ชีวิตจริงมันไม่มีซับไตเติลบอกนี่ ว่าที่เขามองมาแบบนั้น เขาคิดอะไรอยู่ แล้วฉันควรจะตอบสนองยังไงไม่ให้หน้าแตก”
“อย่าฟอร์มเยอะค่ะเพื่อน เดี๋ยวอด” ฝนสวนกลับทันควัน
