บท
ตั้งค่า

ตอนที่ 1: ความลับใต้โต๊ะประชุม

ตอนที่ 1: ความลับใต้โต๊ะประชุม

บรรยากาศภายในห้องประชุมบอร์ดบริหารของ ‘เค-กรุ๊ป’ เย็นยะเยือกยิ่งกว่าอุณหภูมิของเครื่องปรับอากาศ เหล่าผู้บริหารระดับสูงต่างนั่งเหงื่อตก ก้มหน้ามองรายงานผลกำไรไตรมาสล่าสุดที่ไม่เป็นไปตามเป้า บนหัวโต๊ะรูปตัวยูขนาดมหึมาที่ทำจากไม้สักทอง ‘คิน’ นั่งเอนหลังพิงพนักเก้าอี้หนังสีดำด้วยท่าทางผ่อนคลาย ขัดกับแววตาอำมหิตที่กวาดมองทุกคน

“ตัวเลขแค่นี้... พวกคุณกล้าเรียกว่า ‘กำไร’ อย่างนั้นเหรอ?” น้ำเสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้นเรียบๆ แต่ทำเอาผู้จัดการฝ่ายการตลาดสะดุ้งจนทำปากการ่วง

“คะ...คือว่า ตลาดช่วงนี้มีความผันผวนสูงครับท่านประธาน คู่แข่งของเราเริ่มทำสงครามราคา...”

“ผมไม่ได้จ้างคุณมาเพื่อแก้ตัว” คินสวนกลับทันควัน นิ้วเรียวยาวเคาะลงบนโต๊ะเป็นจังหวะเชื่องช้า “ผมจ้างคุณมาเพื่อแก้ปัญหา”

ไม่มีใครกล้าสบตาเขา ทุกคนต่างจดจ่ออยู่กับความเกรี้ยวกราดของท่านประธานหนุ่ม จนไม่มีใครสังเกตเห็นความผิดปกติบางอย่าง... เก้าอี้ประจำตำแหน่งเลขานุการที่อยู่ด้านขวามือของคิน... ว่างเปล่า

แต่ความจริงแล้ว ‘รินดา’ ไม่ได้หายไปไหน

ภายใต้โต๊ะไม้สักตัวใหญ่ที่ปูด้วยผ้ากำมะหยี่สีเข้ม ร่างระหงของเลขาสาวกำลังคุกเข่าอยู่บนพรมหนานุ่ม พื้นที่แคบๆ ใต้โต๊ะคือโลกอีกใบที่ตัดขาดจากความตึงเครียดด้านบน แต่กลับเต็มไปด้วยความตึงเครียดในรูปแบบที่วาบหวอมยิ่งกว่า

รินดาหายใจหอบถี่ พยายามกลั้นเสียงให้เบาที่สุดเท่าที่จะทำได้ มือเล็กที่สั่นเทาจับยึดต้นขาแกร่งภายใต้กางเกงสแล็คเนื้อดีของคินเอาไว้แน่น ใบหน้าของเธอแดงซ่าน ร้อนผ่าวไปทั่วทั้งตัว ไม่ใช่เพราะความอาย... แต่เพราะสิ่งที่เธอกำลัง ‘ปรนนิบัติ’ ให้เขาอยู่

“อึก...”

เสียงหลุดรอดจากลำคอเพียงแผ่วเบา เมื่อมือหนาของคินกดศีรษะของเธอลงต่ำ บังคับให้เธอรับตัวตนที่ขยายใหญ่เต็มที่ของเขาเข้าไปลึกขึ้น รสชาติและกลิ่นอายความเป็นชายของเขาอบอวลอยู่ในโพรงปาก มันคือบทลงโทษที่เขาเป็นคนกำหนด... เพียงเพราะเมื่อเช้าเธอเผลอทำกาแฟหกใส่เอกสารสำคัญเพียงหยดเดียว

“ว่าต่อสิ...” เสียงของคินดังอยู่เหนือศีรษะ เขาพูดกับผู้บริหารในห้องประชุมด้วยน้ำเสียงปกติ ราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น “แผนการตลาดไตรมาสหน้าของคุณคืออะไร?”

รินดาแทบจะสำลักเมื่อได้ยินเสียงเขาคุยเรื่องงานอย่างหน้าตาเฉย ในขณะที่ส่วนล่างของเขากำลังกระแทกกระทั้นเข้ามาในปากของเธออย่างเอาแต่ใจ เธอต้องใช้ทักษะทั้งหมดที่มีเพื่อรองรับอารมณ์ดิบเถื่อนนี้ ลิ้นเล็กตวัดเลียและดูดดึงตามจังหวะที่เขากำหนดผ่านแรงกดที่ท้ายทอย

เธอเหลือบตามองขึ้นไปด้านบน เห็นเพียงขอบโต๊ะและมือของคินที่วางพาดอยู่ เขานั่งนิ่งมาก... นิ่งจนน่ากลัว มีเพียงกล้ามเนื้อขาที่เกร็งแน่นขึ้นเป็นพักๆ เท่านั้นที่บ่งบอกว่าเขากำลังรู้สึกดีแค่ไหน

‘คนโรคจิต...’ รินดาก่นด่าในใจ น้ำตาเริ่มรื้นขึ้นมาที่หางตา ความคับแน่นในปากทำให้กรามของเธอเริ่มปวดหนึบ

“เอ่อ... ทางเราจะเน้นการรีแบรนด์สินค้าให้ดูพรีเมียมขึ้นครับ” ผู้จัดการตอบเสียงสั่น

“พรีเมียม?” คินแค่นหัวเราะในลำคอ มือข้างหนึ่งของเขาเลื่อนลงมาใต้โต๊ะ สอดเข้าไปในกลุ่มผมยาวสลวยของรินดา แล้วกระชากเบาๆ เป็นสัญญาณเตือนว่าเธอทำได้ไม่ดีพอ “ถ้าของข้างในมันห่วย... เปลี่ยนเปลือกนอกไปมันก็ไร้ค่า จริงไหม?”

รินดาสะดุ้งเฮือก เข้าใจความหมายแฝงนั้นดี เธอรีบเร่งจังหวะให้เร็วขึ้น ริมฝีปากนุ่มรูดรั้งแก่นกายร้อนผ่าวอย่างเอาใจ ปลายลิ้นหยอกล้อกับส่วนปลายที่ไวต่อความรู้สึก จนได้ยินเสียงครางต่ำในลำคอของคินที่ดังรอดไรฟันออกมา

“อืม...”

“ท่านประธานว่าอะไรนะครับ?” ผู้จัดการถามอย่างกล้าๆ กลัวๆ

“เปล่า” คินตอบเสียงเรียบ แต่สายตาที่มองตรงไปข้างหน้านั้นวาวโรจน์ไปด้วยไฟราคะ “ผมแค่กำลังคิดว่า... บางครั้งการ ‘เค้น’ ศักยภาพออกมา ก็ต้องใช้แรงกดดันที่เหมาะสม”

แรงกดที่ศีรษะของรินดาเพิ่มขึ้นมหาศาล สะโพกสอบขยับสวนเข้ามาลึกและรุนแรงขึ้นจนเธอแทบหายใจไม่ทัน น้ำรักเริ่มปริ่มออกมาที่มุมปาก คินไม่สนใจว่าใครจะจับสังเกตได้ เขาต้องการปลดปล่อย... และต้องการเห็นความทรมานที่แสนหวานของเลขาหน้าห้องคนนี้

การประชุมดำเนินต่อไปอีกเกือบสิบนาทีที่ยาวนานเหมือนสิบปีสำหรับรินดา จนกระทั่ง...

“จบการประชุมแค่นี้ ไปทำแผนมาใหม่” คินตัดบทดื้อๆ แล้วลุกขึ้นยืน

เสียงเก้าอี้เลื่อนและเสียงฝีเท้าของผู้บริหารที่รีบเดินออกจากห้องดังขึ้น รินดาตัวแข็งทื่อ หัวใจเต้นแรงจนแทบทะลุอก กลัวว่าใครสักคนจะทำปากกาตกแล้วก้มลงมามองใต้โต๊ะ หรือเดินมาทักทายท่านประธานใกล้ๆ

จนกระทั่งเสียงประตูปิดลง และความเงียบเข้าปกคลุมห้องอีกครั้ง

คินรูดซิปกางเกงขึ้น แล้วทิ้งตัวลงนั่งบนเก้าอี้ตัวเดิม เขาเคาะนิ้วลงบนโต๊ะสองครั้ง เป็นสัญญาณอนุญาต

“ออกมาได้แล้ว”

รินดาค่อยๆ คลานออกมาจากใต้โต๊ะด้วยสภาพที่ดูไม่จืด ผมเผ้ายุ่งเหยิง มุมปากเปรอะเปื้อนคราบขาวขุ่น ดวงตาแดงช้ำ เธอรีบคว้าทิชชูมาเช็ดปากอย่างลวกๆ ความรู้สึกอัปยศแล่นพล่านไปทั่วร่าง

“เก่งมาก” คินเอ่ยชมด้วยน้ำเสียงที่ไม่ได้มีความจริงใจ เขาเอื้อมมือมาเช็ดคราบที่ยังหลงเหลืออยู่ตรงมุมปากของเธอ แล้วส่งนิ้วนั้นเข้าปากตัวเองเพื่อชิมรสชาติ “ครั้งหน้า... อย่าให้ฟันโดนอีก ไม่งั้นฉันจะสั่งให้เธอทำในลิฟต์แก้ว”

รินดาเงยหน้ามองเขาด้วยสายตาตัดพ้อ “คุณมันบ้า... ถ้าใครเห็นเข้าจะทำยังไง?”

“ใครจะกล้า?” คินยักไหล่ “จำใส่หัวไว้รินดา... ที่นี่คืออาณาจักรของฉัน และเธอ... ก็เป็นสมบัติของฉัน จะใช้ที่ไหน เมื่อไหร่ มันก็เรื่องของฉัน”

เขาโยนเอกสารปึกหนึ่งลงบนโต๊ะ “เอาไปสรุป แล้วส่งให้ฉันก่อนเที่ยง... อ้อ แล้วก็อย่าลืมไปบ้วนปากให้สะอาดล่ะ ฉันไม่ชอบกลิ่นคาวเวลาจูบ”

รินดากัดริมฝีปากแน่นจนได้กลิ่นคาวเลือดจางๆ ผสมกับกลิ่นคาวโลกีย์ เธอคว้าเอกสารนั้นมาแนบอก แล้วรีบเดินออกจากห้องประชุมโดยไม่หันกลับไปมองซาตานในคราบเทพบุตรคนนั้น

วินาทีนั้น ความคิดหนึ่งก็ผุดขึ้นมาในหัวอย่างชัดเจน... ‘ฉันต้องไปจากที่นี่... ไปให้พ้นจากผู้ชายคนนี้ให้ได้’

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel