บท
ตั้งค่า

ตอนที่ 9 พ่อที่ไร้หัวใจ

ดวงอาทิตย์ลอยเด่นขึ้นตรงหัวเมื่อเสิ่นหว่านหรูและหลินเฟยเยว่เดินทางกลับมาถึงหน้าประตูรั้วไม้ไผ่ของบ้านตระกูลหลิน

สองแม่ลูกมีใบหน้าที่เปื้อนไปด้วยรอยยิ้มบางๆ แม้จะเหนื่อยล้าจากการเดินเท้าหลายกิโลเมตร แต่ความอิ่มเอมใจจากการหาเงินก้อนแรกได้สำเร็จก็เป็นดั่งน้ำทิพย์ชโลมจิตใจ

หว่านหรูกระชับเสื้อผ้าฝ้ายของตนเองให้มิดชิดเพื่อปกป้องกระเป๋าผ้าใบเล็กที่ซ่อนอยู่แนบอก

เงินสามสิบหยวนในนั้นคือความหวังเดียวที่จะพาพวกเธอหลุดพ้นจากนรกขุมนี้ เธอตั้งใจว่าจะรีบเข้าครัวไปทำขนมเพิ่มสำหรับวันพรุ่งนี้ให้เร็วที่สุด

แต่ทว่า ทันทีที่หว่านหรูผลักบานประตูรั้วก้าวเข้าไปในลานดินหน้าบ้าน บรรยากาศที่ควรจะเงียบสงบในยามสายกลับเต็มไปด้วยรังสีความตึงเครียดที่แผ่ซ่านออกมาจนน่าอึดอัด

ที่กลางลานบ้าน หวังเจียวเจียวกำลังนั่งฟุบหน้าสะอื้นไห้อยู่บนแคร่ไม้ไผ่ ร่างกายบอบบางสั่นเทาราวกับลูกนกตกน้ำ ใบหน้าจิ้มลิ้มซีดเผือดและมีคราบน้ำตาเปรอะเปื้อน

โดยมีหลินเจี้ยนจวินยืนประคองกอดหล่อนเอาไว้ด้วยสีหน้าทะมถมึงทึง แววตาของเขาเต็มไปด้วยความโกรธเกรี้ยวที่พร้อมจะปะทุ

ถัดไปไม่ไกลนัก ย่าหลินที่หน้าซีดเซียวและดูหมดเรี่ยวแรงจากการถ่ายท้องอย่างหนักกำลังนั่งเอนหลังพิงเสาเรือน นางใช้พัดใบตาลพัดวีให้ตัวเองพลางจ้องมองหว่านหรูด้วยสายตาอาฆาตแค้นราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ

เวยหลิงในร่างเด็กเจ็ดขวบชะงักฝีเท้า สัญชาตญาณนางมารหอคอยทองคำร้องเตือนภัยดังลั่นในหัว

กลิ่นอายของละครฉากใหญ่ลอยคลุ้งมาแต่ไกล ดูเหมือนว่าหวังเจียวเจียวจะไม่ยอมปล่อยให้ความอับอายเมื่อเช้าผ่านไปเฉยๆ หล่อนคงงัดแผนการสกปรกขึ้นมาเอาคืนพวกเธออย่างแน่นอน

"ไปไหนมานังหว่านหรู!" หลินเจี้ยนจวินตวาดลั่นทันทีที่เห็นหน้าภรรยา เสียงของเขาดังสนั่นจนนกที่เกาะอยู่บนกิ่งไม้หลังบ้านแตกตื่นบินหนี

หว่านหรูสะดุ้งสุดตัว ความกลัวที่ฝังรากลึกทำให้เธอเผลอก้าวถอยหลังไปหนึ่งก้าว

"ฉัน... ฉันพาเฟยเยว่ออกไปเดินเล่นรับแดดอุ่นๆ ข้างนอกมาจ้ะ เจี้ยนจวินมีอะไรหรือเปล่า ทำไมเจียวเจียวถึงมาร้องไห้แบบนี้"

"แกยังจะมีหน้ามาถามอีกเหรอ!" ย่าหลินแผดเสียงแหบพร่าแทรกขึ้นมา นางพยายามจะลุกขึ้นยืนแต่ก็หมดแรงจนต้องทรุดตัวลงไปนั่งหอบหายใจ

"นังขโมย! นังงูพิษ! แกเห็นว่าฉันป่วยลุกไม่ขึ้น ก็เลยฉวยโอกาสขโมยของในบ้านไปขายใช่ไหม"

"ขโมย? ขโมยอะไรคะแม่ ฉันไม่ได้เอาอะไรไปเลยนะ" หว่านหรูส่ายหน้าปฏิเสธอย่างตื่นตระหนก

หวังเจียวเจียวเงยหน้าขึ้นจากอกของหลินเจี้ยนจวิน หล่อนใช้ผ้าเช็ดหน้าซับน้ำตาที่หางตาเบาๆ ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงสั่นเครือและน่าสงสาร

"พี่หว่านหรูคะ... เมื่อเช้าฉันเห็นพี่สะพายตะกร้าใบใหญ่แอบย่องออกไปจากบ้านตั้งแต่ฟ้ายังไม่สาง ตอนแรกฉันก็ไม่ได้คิดอะไร คิดว่าพี่คงไปเก็บฟืน แต่พอสายๆ ฉันจะไปเก็บไข่ไก่ในเล้ามาต้มบำรุงให้คุณแม่ที่กำลังป่วยหนัก ปรากฏว่าไข่ไก่เกือบสามสิบฟองในเล้าหายไปจนหมดเกลี้ยงเลยค่ะ"

หล่อนเว้นจังหวะเล็กน้อยเพื่อสูดน้ำมูก ก่อนจะช้อนตามองหว่านหรูอย่างตัดพ้อ

"พี่หว่านหรูคะ ถ้าพี่อยากได้เงินไปซื้อขนมให้เฟยเยว่ พี่มาขอฉันก็ได้นะคะ ทำไมพี่ต้องขโมยไข่ไก่ที่เป็นของบำรุงคุณแม่ไปขายด้วยคะ คุณแม่ท่านแก่แล้วแถมยังป่วยหนักอีก พี่ทำแบบนี้มันอกตัญญูมากเลยนะคะ"

คำพูดของหวังเจียวเจียวเหมือนน้ำมันที่สาดลงบนกองเพลิง หลินเจี้ยนจวินโกรธจนหน้าแดงก่ำ เส้นเลือดที่ขมับปูดโปน เขาเชื่อคำพูดของเมียรักอย่างสนิทใจ

เพราะในบ้านหลังนี้ คนที่มักจะถูกด่าว่าเห็นแก่ตัวและแอบซ่อนของกินให้ลูกสาวก็คือหว่านหรู ซึ่งเป็นข้อกล่าวหาที่ย่าหลินมักจะยัดเยียดให้เสมอ

เวยหลิงเบ้ปากด้วยความสมเพช ข้อหาลักขโมยไข่ไก่ช่างเป็นพล็อตที่น้ำเน่าและมักง่ายที่สุดเท่าที่นักเขียนคนหนึ่งจะคิดออกได้

หวังเจียวเจียวคงเห็นว่าแม่ของเธอสะพายตะกร้าออกไป จึงฉวยโอกาสเอาไข่ไก่ไปซ่อนหรืออาจจะแอบเอาไปให้ปู่หลินกินบำรุงกำลัง แล้วก็มาใส่ร้ายแม่ของเธอเพื่อสร้างความชอบธรรมในการลงโทษ

นี่คือการแก้แค้นที่ถูกฉีกหน้าเมื่อเช้านี้อย่างไม่ต้องสงสัย

"ฉันไม่ได้ขโมยไข่ไก่นะเจี้ยนจวิน ฉันไม่ได้เฉียดเข้าไปใกล้เล้าไก่เลยด้วยซ้ำ เจียวเจียว... เธออย่ามาใส่ร้ายฉันนะ" หว่านหรูพยายามอธิบาย น้ำตาเริ่มรื้นขึ้นมาด้วยความคับแค้นใจ

"ถ้าแกไม่ได้ขโมย แล้วแกสะพายตะกร้าออกไปทำไมตั้งแต่เช้ามืด! ในตะกร้านั่นมีอะไรซ่อนอยู่ เอามาให้ฉันดูเดี๋ยวนี้!" ย่าหลินตะโกนสั่ง

หว่านหรูกำสายตะพายแน่น เธอจะให้พวกเขารู้ไม่ได้เด็ดขาดว่าเธอแอบเอาวัตถุดิบในครัวไปทำขนมขาย ไม่อย่างนั้นเงินสามสิบหยวนในเสื้อจะต้องถูกยึดไปจนหมด และความหวังในการหย่าร้างก็จะพังทลายลง

หญิงสาวส่ายหน้าปฏิเสธและก้าวถอยหลังไปอีก

ท่าทีอึกอักและมีพิรุธของหว่านหรูยิ่งทำให้หลินเจี้ยนจวินมั่นใจว่าภรรยาของตนคือหัวขโมย

เขาหมดความอดทน ผละออกจากหวังเจียวเจียวแล้วสาวเท้าก้าวอาดๆ เข้าไปหาหว่านหรูด้วยความเกรี้ยวกราด

"นังผู้หญิงหน้าด้าน! กล้าทำเรื่องเลวทรามขโมยของบำรุงแม่ฉัน แล้วยังกล้ามาปากแข็งอีกเหรอ ส่งตะกร้านั่นมาให้ฉันตรวจดูเดี๋ยวนี้ ถ้าฉันเจอไข่ไก่หรือเงินที่ขายของได้ ฉันจะตีเธอให้ตายคามือเลยคอยดู"

หลินเจี้ยนจวินพุ่งเข้ามากระชากคอเสื้อผ้าฝ้ายของหว่านหรูอย่างรุนแรงจนเสื้อแทบขาด

หว่านหรูกรีดร้องด้วยความตกใจพยายามปัดป้องและปกป้องตะกร้าที่สะพายอยู่ด้านหลัง แต่เรี่ยวแรงของผู้หญิงที่อดมื้อกินมื้อย่อมสู้แรงของผู้ชายวัยฉกรรจ์ไม่ได้

หลินเจี้ยนจวินเงื้อฝ่ามือขึ้นสูง เตรียมจะตบลงบนใบหน้าของภรรยาเพื่อสั่งสอนให้หลาบจำ

ในวินาทีที่วิกฤตที่สุดนั้นเอง ร่างเล็กจิ๋วของเด็กหญิงวัยเจ็ดขวบก็พุ่งทะยานเข้าไปในโรงครัวที่อยู่ติดกับลานบ้านอย่างรวดเร็วปานสายฟ้าแลบ

เวยหลิงไม่มีเวลามานั่งบีบน้ำตาเรียกร้องความสงสารจากชาวบ้านอีกแล้ว สถานการณ์นี้มันบีบคั้นเกินกว่าจะใช้ไม้อ่อน ในเมื่อพ่อที่ไร้หัวใจคนนี้คิดจะใช้กำลัง เธอก็จะใช้ความบ้าคลั่งเข้าแลก

เวยหลิงกวาดสายตามองไปรอบครัว สายตาของเธอสะดุดเข้ากับมีดอีโต้สับกระดูกเล่มใหญ่ที่วางอยู่บนเขียงไม้ มันเป็นมีดเหล็กตีมือที่ทั้งหนา หนัก และมีคมกริบ

เด็กหญิงเขย่งปลายเท้าเอื้อมมือไปคว้าด้ามมีดนั้นมาถือไว้มั่น แม้มันจะหนักจนเธอต้องใช้สองมือประคอง แต่เธอก็ไม่สนใจ

เวยหลิงหันขวับกลับมาที่ลานบ้าน วิ่งพุ่งตรงเข้าไปหาหลินเจี้ยนจวินที่กำลังง้างมือจะตบแม่ของเธอ

"ปล่อยแม่เดี๋ยวนี้นะไอ้พ่อสารเลว!"

เสียงตวาดที่ดุดันและทรงพลังผิดกับวิสัยของเด็กเจ็ดขวบทำให้หลินเจี้ยนจวินชะงักมือค้าง เขาหันขวับมามองตามเสียง และภาพที่ปรากฏแก่สายตาก็ทำให้ชายหนุ่มถึงกับเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึงจนก้าวขาไม่ออก

หลินเฟยเยว่ ลูกสาวที่มักจะก้มหน้างุดและขี้ขลาดตาขาว บัดนี้กำลังยืนประจันหน้ากับเขา

สองมือเล็กๆ กอบกุมด้ามมีดอีโต้สับกระดูกเล่มใหญ่เอาไว้แน่น ปลายมีดอันแหลมคมไม่ได้ชี้มาทางเขา แต่มันกลับจ่อแนบชิดติดกับลำคอเล็กๆ ของตัวเธอเอง

"เฟยเยว่! ลูกทำอะไร วางมีดลงเดี๋ยวนี้นะลูก" หว่านหรูกรีดร้องเสียงหลงแทบสิ้นสติเมื่อเห็นลูกสาวเอามีดจ่อคอตัวเอง

หวังเจียวเจียวและย่าหลินเองก็ตกใจจนหน้าถอดสี ไม่มีใครคาดคิดว่าเด็กตัวแค่นี้จะกล้าทำเรื่องบ้าบิ่นถึงขั้นหยิบมีดขึ้นมาขู่ฆ่าตัวตาย

หลินเจี้ยนจวินปล่อยมือจากคอเสื้อของหว่านหรูโดยอัตโนมัติ เขามองลูกสาวด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความสับสนและหวาดระแวง

"นังเด็กบ้า! แกเสียสติไปแล้วหรือไง เอามีดลงเดี๋ยวนี้ อย่ามาทำเรื่องงี่เง่าเรียกร้องความสนใจนะ"

เวยหลิงแสยะยิ้มเย็นชา รอยยิ้มที่ทำให้ใบหน้าของเด็กน้อยดูน่าสะพรึงกลัวราวกับปีศาจที่หลุดขึ้นมาจากขุมนรก

เธอไม่ได้ขยับมีดออกห่างจากคอเลยแม้แต่มิลลิเมตรเดียว ซ้ำยังกดคมมีดลงไปเบาๆ จนผิวหนังบางๆ เริ่มมีรอยเลือดสีแดงสดซึมออกมาเป็นเส้นบางๆ

"หนูไม่ได้บ้า และหนูก็ไม่ได้เรียกร้องความสนใจ" น้ำเสียงของเวยหลิงราบเรียบ เยียบเย็น และไร้ซึ่งความหวาดกลัวใดๆ

ดวงตาจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของหลินเจี้ยนจวิน แววตาของเธอว่างเปล่า ไร้ความผูกพัน ไร้ความรัก และเต็มไปด้วยจิตสังหารที่แผ่ซ่านออกมากดทับจนคนเป็นพ่อรู้สึกเย็นยะเยือกไปถึงกระดูกสันหลัง

"พ่ออยากได้ลูกชายจนตัวสั่นไม่ใช่เหรอจ๊ะ พ่อถึงยอมให้ผู้หญิงหน้าด้านคนนี้มาใส่ร้ายแม่ของหนู พ่อถึงยอมเชื่อทุกคำโกหกของหล่อนเพื่อหาเรื่องไล่พวกเราออกไปตาย"

เวยหลิงก้าวเข้าไปหาหลินเจี้ยนจวินหนึ่งก้าว ชายหนุ่มถึงกับเผลอก้าวถอยหลังหนีด้วยความหวาดหวั่น

"ถ้าพ่ออยากได้ที่ว่างในบ้านหลังนี้นัก ก็ไม่ต้องเสียเวลามาหาเรื่องแม่หนูหรอกจ้ะ ฆ่าหนูเลยสิ! หรือถ้าพ่อไม่กล้าลงมือ หนูจะเป็นคนปาดคอตัวเองให้ตายต่อหน้าพ่อตรงนี้เลย เอาไหมจ๊ะ"

คำประกาศิตที่มาพร้อมกับคมมีดที่กดลึกลงไปอีกนิดทำให้ทุกคนในลานบ้านแทบหยุดหายใจ หว่านหรูทรุดตัวลงกับพื้น ร้องไห้ฟูมฟายอ้อนวอนลูกสาวจนแทบจะขาดใจ

หลินเจี้ยนจวินกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก เขาเป็นคนเห็นแก่ตัวและรักสบาย ไม่เคยคิดจะฆ่าใคร และยิ่งถ้ามีคนมาตายโหงในบ้าน ความซวยและข้อหาฆาตกรรมจะต้องตกมาถึงตัวเขาแน่ๆ

ชาวบ้านพึ่งจะมุงดูเรื่องเมื่อเช้า ถ้าตอนนี้มีศพเด็กตายอยู่ในลานบ้าน อนาคตการงานและชีวิตของเขาต้องพังพินาศย่อยยับแน่นอน

แววตาของเด็กคนนี้ไม่ใช่แววตาของคนขู่ แต่เธอเอาจริง หลินเจี้ยนจวินสัมผัสได้ถึงรังสีอำมหิตนั้นได้อย่างชัดเจน

"พะ... พอแล้ว! เอาล่ะๆ ฉันยอมแล้ว" หลินเจี้ยนจวินยกมือทั้งสองข้างขึ้นเสมอระดับอกเป็นการยอมจำนน น้ำเสียงของเขาสั่นพร่าและพยายามเกลี้ยกล่อม

"เฟยเยว่ วางมีดลงเถอะลูก พ่อ... พ่อจะไม่ตีแม่แกแล้ว พ่อจะไม่ค้นตะกร้าแล้วก็ได้ วางมีดลงเดี๋ยวนี้นะ"

หวังเจียวเจียวที่เห็นว่าแผนการของตนกำลังจะพังไม่เป็นท่าพยายามจะแย้ง "แต่พี่เจี้ยนจวินคะ ไข่ไก่ของบ้านเรา..."

"หุบปากไปเลยเจียวเจียว!" หลินเจี้ยนจวินหันไปตวาดใส่เมียใหม่ด้วยความสติแตก

"ไข่ไก่บ้าบออะไรตอนนี้ ไม่เห็นหรือไงว่าเด็กมันจะฆ่าตัวตายอยู่แล้ว ถ้าเกิดมีคนตายในบ้าน งานการฉันก็ฉิบหายกันพอดี"

หวังเจียวเจียวสะดุ้งเฮือก หน้าเสียไปทันที หล่อนไม่กล้าพูดอะไรออกมาอีก ได้แต่กัดฟันกรอดมองเวยหลิงด้วยความเคียดแค้น

ย่าหลินเองก็หน้าม้าน นางกลัวผีสางและการตายโหงเป็นที่สุด จึงรีบพยักหน้าสมทบให้ลูกชายยุติเรื่องนี้โดยปริยาย

เวยหลิงจ้องมองผู้ใหญ่จอมปลอมทั้งสามคนด้วยสายตาเหยียดหยาม เธอรู้ดีว่าคนพวกนี้ไม่ได้ห่วงชีวิตของเธอ แต่ห่วงผลประโยชน์และชื่อเสียงของตัวเองต่างหาก

เมื่อเห็นว่าสถานการณ์คลี่คลายลงและแม่ของเธอปลอดภัยแล้ว เวยหลิงจึงค่อยๆ ลดมีดอีโต้ลงมาถือไว้ข้างลำตัว แต่ยังไม่ยอมวางมันลงบนพื้น

เธอหันไปมองหน้าหวังเจียวเจียว มุมปากยกขึ้นเป็นรอยยิ้มเย้ยหยัน

"น้าหวังจ๊ะ คราวหน้าถ้าจะแต่งนิทานหลอกพ่อ ก็หัดแต่งให้มันเนียนกว่านี้หน่อยนะจ๊ะ บ้านเรายากจนขนาดที่คุณย่าต้องนับไข่ไก่ทุกฟองก่อนนอนทุกคืน ถ้าไข่หายไปตั้งสามสิบฟองตั้งแต่เช้ามืด ทำไมคุณย่าถึงพึ่งมาโวยวายเอาตอนสายล่ะจ๊ะ หรือว่า... น้าหวังแอบเอาไข่ไก่ไปให้ใครกินบำรุงกำลังกันแน่ ถึงได้มาป้ายสีแม่หนูแบบนี้"

คำพูดของเวยหลิงแทงทะลุกลางจุดตาย หวังเจียวเจียวหน้าซีดเป็นกระดาษ หล่อนเหลือบตามองไปทางห้องของปู่หลินด้วยความหวาดระแวง ย่าหลินที่นั่งอยู่บนแคร่ก็เริ่มขมวดคิ้วสงสัยตามคำพูดของเด็กน้อย

เวยหลิงไม่รอให้พวกเขามีเวลามาเถียงกัน เธอโยนมีดอีโต้ลงบนพื้นดินเสียงดังเคร้ง ก่อนจะเดินเข้าไปประคองแม่หว่านหรูที่ยังคงนั่งตัวสั่นอยู่ให้ลุกขึ้นยืน

"ไปเถอะค่ะแม่ เราไปพักผ่อนกันดีกว่า" เวยหลิงพูดเสียงเรียบ ก่อนจะหันมาปรายตามองหลินเจี้ยนจวินเป็นครั้งสุดท้าย

"จำไว้นะจ้ะพ่อ ถ้าใครกล้าแตะต้องแม่หนูอีกแม้แต่ปลายก้อย ครั้งหน้า... มีดเล่มนี้จะไม่จ่อที่คอหนู แต่จะจ่อที่คอของคนที่มันทำร้ายแม่หนูแน่นอน"

พูดจบ เด็กหญิงวัยเจ็ดขวบก็จูงมือมารดาเดินกลับเข้าไปในห้องเก็บฟางหลังบ้านอย่างสง่าผ่าเผย ทิ้งให้หลินเจี้ยนจวิน หวังเจียวเจียว และย่าหลิน ยืนอึ้งตะลึงงันอยู่กลางลานบ้านด้วยความรู้สึกหวาดกลัวและเย็นยะเยือกไปถึงขั้วหัวใจ

พวกเขาพึ่งตระหนักได้ในวินาทีนั้นเองว่าเด็กหญิงที่พวกเขาเคยคิดว่าเป็นเพียงลูกแกะที่อ่อนแอ บัดนี้ได้กลายร่างเป็นหมาป่ากระหายเลือดที่พร้อมจะขย้ำคอทุกคนที่ขวางทางเสียแล้ว

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel