ตอนที่ 4 เมียใหม่หน้าซื่อ
แสงแดดอ่อนๆ ยามเช้าตรู่สาดส่องผ่านรอยแตกของผนังดินเข้ามาตกกระทบใบหน้าซูบผอมของเด็กหญิงตัวน้อย เวยหลิงในร่างของหลินเฟยเยว่ค่อยๆ ลืมตาขึ้นมาต้อนรับเช้าวันใหม่ในโลกนิยายที่แสนบัดซบ
ความเจ็บปวดร้าวระบมไปทั่วทั้งแผ่นหลังและท่อนแขนยังคงย้ำเตือนว่าเรื่องราวเมื่อคืนไม่ใช่ความฝัน
เธอขยับตัวลุกขึ้นนั่งบนกองฟางชื้นแฉะ รู้สึกปวดหัวจี๊ดและริมฝีปากแห้งผากจนแทบจะปริแตก ท้องที่ว่างเปล่าส่งเสียงร้องประท้วงอย่างหนักหน่วงจนปวดเกร็งไปหมด
เสียงฝีเท้าเบาๆ ดังขึ้นพร้อมกับบานประตูไม้ที่ถูกผลักเข้ามา เสิ่นหว่านหรูเดินก้มหน้าเข้ามาในห้องเก็บฟาง สภาพของเธอในเช้าวันนี้ดูย่ำแย่ยิ่งกว่าเมื่อคืน ดวงตาบวมเป่งและแดงก่ำบ่งบอกว่าเธอคงร้องไห้มาตลอดทั้งคืน
บนแก้มซ้ายมีรอยช้ำสีม่วงคล้ำขนาดใหญ่ซึ่งเดาได้ไม่ยากว่าเป็นผลงานของใคร หว่านหรูประคองชามกระเบื้องบิ่นๆ ใบหนึ่งมาด้วยความระมัดระวัง
"เฟยเยว่... ลูกตื่นแล้วเหรอ" หว่านหรูเอ่ยด้วยน้ำเสียงแหบแห้ง เธอทรุดตัวลงนั่งข้างกองฟางแล้วยื่นชามใบนั้นให้ลูกสาว
"รีบกินซะสิลูก แม่แอบตักน้ำข้าวมาให้ กินรองท้องไปก่อนนะ เดี๋ยวแม่จะรีบไปทำงานบ้านแล้วจะหาทางแอบเก็บมันเทศต้มมาให้ลูกทีหลัง"
เวยหลิงก้มมองสิ่งที่อยู่ในชาม มันคือน้ำต้มข้าวใสๆ ที่มีเม็ดข้าวหักๆ ลอยเคว้งคว้างอยู่ไม่ถึงสิบเม็ด นี่หรือคืออาหารสำหรับเด็กวัยกำลังเจริญเติบโตที่กำลังป่วย
เธอเงยหน้ามองผู้เป็นแม่ หว่านหรูพยายามฝืนยิ้มทั้งที่น้ำตาตาคลอเบ้า มือหยาบกร้านของเธอลูบเบาๆ ลงบนศีรษะที่ยุ่งเหยิงของลูกสาว
"แม่ขอโทษนะลูก... แม่มันไร้ความสามารถ แม่ปกป้องลูกไม่ได้เลย" หว่านหรูเริ่มสะอื้นอีกครั้ง
เวยหลิงลอบถอนหายใจ ในฐานะบรรณาธิการ เธอเคยด่ากราดนักเขียนมานับไม่ถ้วนที่สร้างคาร์แรกเตอร์นางเอกที่เอาแต่ร้องไห้และโทษตัวเองแบบนี้ แต่เมื่อมาเผชิญหน้ากับสถานการณ์จริง เธอกลับรู้สึกหงุดหงิดผสมกับความสมเพช
ผู้หญิงคนนี้ถูกสภาพสังคมและครอบครัวสามีกดทับจนกระดูกสันหลังหักงอไปหมดแล้ว เธอไม่เหลือแม้แต่ความกล้าที่จะลุกขึ้นสู้เพื่อปากท้องของลูกตัวเองด้วยซ้ำ
เวยหลิงรับชามน้ำข้าวมาดื่มรวดเดียวจนหมด แม้มันจะไม่มีรสชาติอะไรเลย แต่มันก็ช่วยให้ความปวดแสบในกระเพาะทุเลาลงไปได้บ้าง
เธอวางชามลงแล้วจ้องมองเข้าไปในดวงตาของหว่านหรู ตั้งใจจะเอ่ยปากพูดอะไรบางอย่างเพื่อดึงสติผู้หญิงคนนี้ แต่ทว่า...
"คุณแม่! เจี้ยนจวินกลับมาแล้วจ้ะ!"
เสียงตะโกนโหวกเหวกของใครบางคนดังมาจากหน้าบ้าน ตามมาด้วยเสียงฝีเท้าที่เดินกันขวักไขว่
หว่านหรูสะดุ้งสุดตัว ใบหน้าซีดเผือดลงทันที เธอรีบคว้าชามเปล่าแล้วลุกขึ้นยืนด้วยอาการลุกลี้ลุกลน
"พ่อของลูกกลับมาจากตัวอำเภอแล้ว แม่ต้องรีบไปรับหน้าก่อน เฟยเยว่ซ่อนตัวอยู่ในนี้นะลูก อย่าพึ่งออกไปให้คุณย่าเห็นหน้าเชียว" สั่งความเสร็จหว่านหรูก็รีบวิ่งออกไปจากห้องเก็บฟางราวกับหนูที่หวาดกลัวแมว
เวยหลิงขมวดคิ้ว ลางสังหรณ์ในใจบอกเธอว่าการกลับมาของหลินเจี้ยนจวินในเช้าวันนี้ไม่ใช่เรื่องปกติ ตามโครงเรื่องที่เธอจำได้ นี่คือจุดเริ่มต้นของจุดจบสำหรับชีวิตคู่ของเสิ่นหว่านหรู
บรรณาธิการสาวในร่างเด็กน้อยไม่ยอมเชื่อฟังคำสั่ง เธอแง้มบานประตูออกเล็กน้อยเพื่อแอบดูเหตุการณ์ที่กำลังจะเกิดขึ้นที่ลานกว้างหน้าบ้าน
ที่ลานดินหน้าบ้าน หลินเจี้ยนจวินกำลังจอดจักรยานคันเก่าพิงไว้กับรั้ว เขาไม่ได้กลับมาเพียงลำพัง ทว่าด้านหลังของเขามีร่างอรชรของหญิงสาวคนหนึ่งยืนหลบอยู่
หญิงสาวผู้นั้นสวมเสื้อเชิ้ตลายดอกไม้สีอ่อนทับด้วยเสื้อกั๊กไหมพรม ถักเปียสองข้างดูเรียบร้อยและสะอาดสะอ้าน ใบหน้าของเธอจิ้มลิ้มพริ้มเพรา ดวงตากลมโตมีหยาดน้ำตาคลอเบ้าอยู่ตลอดเวลา
ท่าทางของเธอดูบอบบางน่าทนุถนอมราวกับดอกไม้สีขาวที่บริสุทธิ์ผุดผ่อง
‘หวังเจียวเจียว... ตัวละครเมียน้อยที่หลี่เถียนสร้างขึ้นมาเพื่อให้คนอ่านเกลียดชังเข้าไส้’
ย่าหลินเดินแกมวิ่งออกมาจากเรือนหลักด้วยใบหน้าที่ยิ้มแย้มแจ่มใสผิดกับเมื่อคืนลิบลับ
นางตรงดิ่งเข้าไปหาลูกชาย แต่สายตากลับจับจ้องไปที่หญิงสาวแปลกหน้าด้วยความตื่นเต้นและคาดหวัง
"เจี้ยนจวิน นี่... นี่คือ..." ย่าหลินถามเสียงสั่น
หลินเจี้ยนจวินดึงแขนหวังเจียวเจียวให้ก้าวออกมาข้างหน้า เขาปั้นหน้าขึงขังและเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่ดังฟังชัด
"คุณแม่ครับ นี่คือเจียวเจียว หวังเจียวเจียว เธอเป็นคนที่ผม... เอ้อ... เราสองคนตกลงปลงใจกันแล้ว และเจียวเจียวก็กำลังตั้งท้องสายเลือดของตระกูลหลินอยู่ หมอที่อนามัยในอำเภอบอกว่ามีโอกาสเป็นเด็กผู้ชายสูงมากครับ"
คำว่าเด็กผู้ชายเหมือนมนต์วิเศษที่ทำให้ย่าหลินตาโตเท่าไข่ห่าน นางรีบพุ่งเข้าไปจับมือของหวังเจียวเจียวมากุมไว้แน่น ใบหน้าที่เต็มไปด้วยรอยเหี่ยวย่นยิ้มกว้างจนเห็นฟันที่เหลืออยู่ไม่กี่ซี่
"โอ๊ยยย สวรรค์มีตา ตระกูลหลินของเราจะมีผู้สืบสกุลแล้ว" ย่าหลินอุทานด้วยความปีติยินดี นางลูบคลำท่อนแขนและหน้าท้องที่ยังแบนราบของเจียวเจียวราวกับกำลังสัมผัสก้อนทองคำล้ำค่า
"เจียวเจียวใช่ไหมลูก ช่างเป็นเด็กดีอะไรอย่างนี้ หน้าตาก็สะสวย แถมยังมีวาสนาอุ้มท้องหลานชายให้ตระกูลหลินอีก เข้ามาในบ้านก่อนเถอะลูก ข้างนอกลมเย็น เดี๋ยวจะกระทบกระเทือนถึงหลานชายของแม่ได้"
หว่านหรูที่พึ่งวิ่งออกมาจากหลังบ้านยืนแข็งทื่ออยู่กับที่ราวกับถูกฟ้าผ่า ชามกระเบื้องในมือร่วงหล่นลงพื้นแตกกระจาย เสียงนั้นดึงดูดสายตาของทุกคนให้หันไปมอง
หว่านหรูจ้องมองสามีที่กำลังยืนเคียงข้างผู้หญิงคนใหม่ด้วยแววตาที่แตกสลาย ริมฝีปากของเธอสั่นระริก
"เจี้ยนจวิน... นี่มันหมายความว่ายังไง ผู้หญิงคนนี้เป็นใคร แล้วทำไมเธอถึง..." หว่านหรูถามเสียงสั่นเครือ น้ำตาเริ่มไหลรินลงมาอาบสองแก้มอีกครั้ง
หวังเจียวเจียวเห็นดังนั้นก็รีบชักมือกลับจากย่าหลิน เธอทำทีก้มหน้าลงหลบสายตา
ร่างกายบอบบางสั่นเทาเล็กน้อยราวกับลูกนกที่กำลังหวาดกลัว ก่อนจะค่อยๆ เงยหน้าขึ้นมองหว่านหรูด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความรู้สึกผิดและน่าสงสารอย่างจับใจ
"พี่หว่านหรูคะ... ฉันขอโทษจริงๆ ค่ะ" หวังเจียวเจียวเอ่ยด้วยน้ำเสียงอ่อนหวานและสั่นเครือ
"ฉันรู้ว่าสิ่งที่ฉันทำมันผิดประเพณี แต่ฉันรักพี่เจี้ยนจวินมากจริงๆ ฉันไม่ได้ตั้งใจจะมาแย่งตำแหน่งของพี่นะคะ ฉันไม่อยากมาแทรกกลางระหว่างครอบครัวของพี่เลย ฉันบอกพี่เจี้ยนจวินแล้วว่าให้ปล่อยฉันไปเถอะ แต่... แต่ฉันก็ตัดใจทิ้งสายเลือดของตระกูลหลินที่อยู่ในท้องไม่ได้"
พูดจบเจียวเจียวก็ยกมือขึ้นปิดหน้าร้องไห้กระซิกๆ ดูน่าสงสารจนหลินเจี้ยนจวินต้องรีบดึงเธอเข้ามากอดปลอบโยน
"คุณไม่ต้องร้องไห้หรอกเจียวเจียว คุณไม่ได้ทำอะไรผิด คนที่ผิดคือผู้หญิงที่ไร้ประโยชน์อย่างเธอต่างหาก!" หลินเจี้ยนจวินหันไปตวาดใส่หว่านหรู
"แต่งงานกันมาตั้งหลายปี เธอมีปัญญาให้ฉันได้แค่ลูกสาวตัวซวยคนเดียว ถ้าฉันไม่หาผู้หญิงคนใหม่ ตระกูลหลินของฉันก็ต้องไร้ทายาทสืบสกุลสิ เธอควรจะขอบคุณเจียวเจียวด้วยซ้ำที่ยอมลดตัวมาช่วยดูแลตระกูลของเรา"
เวยหลิงที่แอบมองอยู่หลังประตูถึงกับต้องเบ้ปากด้วยความขยะแขยง นี่มันฉากคลาสสิกของพล็อตน้ำเน่าชัดๆ
หวังเจียวเจียวกำลังงัดเอาทักษะการแสดงระดับรางวัลออสการ์สาขาดอกบัวขาวผู้แสนบริสุทธิ์ออกมาใช้ เธอทำตัวเป็นเหยื่อที่น่าสงสาร แสร้งทำเป็นถ่อมตัวและรู้สึกผิด เพื่อผลักดันให้หว่านหรูดูเป็นผู้หญิงที่ใจแคบและไม่มีเหตุผล
ในขณะเดียวกันก็ใช้เด็กในท้องเป็นเครื่องมือผูกมัดย่าหลินและเจี้ยนจวินเอาไว้ได้อย่างอยู่หมัด
"ใช่! เจี้ยนจวินพูดถูก!" ย่าหลินผสมโรงทันที นางเดินกระแทกเท้าเข้าไปหาหว่านหรูแล้วชี้หน้าด่าทอ
"ตั้งแต่วันนี้ไป เจียวเจียวคือสะใภ้คนสำคัญของตระกูลหลิน ส่วนแกนังแม่ไก่เป็นหมัน ในเมื่อแกไม่มีปัญญาทำหน้าที่ภรรยาที่ดี แกก็ต้องชดใช้ด้วยการรับใช้เจียวเจียวให้ดีที่สุด งานบ้านทุกอย่างตั้งแต่ซักผ้า ผ่าฟืน ทำกับข้าว ถูบ้าน แกต้องเป็นคนทำทั้งหมด ห้ามให้เจียวเจียวต้องเหนื่อยแม้แต่นิดเดียว ถ้าหลานชายของฉันเป็นอะไรไป ฉันจะถลกหนังหัวแก"
หว่านหรูทรุดตัวลงคุกเข่ากับพื้น ร้องไห้โฮออกมาอย่างไม่อายใคร โลกทั้งใบของเธอพังทลายลงตรงหน้า
ความซื่อสัตย์และความอดทนที่เธอทุ่มเทให้กับบ้านหลังนี้มาตลอดหลายปี ไม่มีความหมายอะไรเลยเมื่อเทียบกับคำว่าเด็กผู้ชายในท้องของผู้หญิงคนอื่น
แต่ดูเหมือนความใจร้ายของตระกูลหลินจะยังไม่จบเพียงเท่านั้น
หวังเจียวเจียวเช็ดน้ำตาปอยๆ ก่อนจะช้อนตามองย่าหลินด้วยแววตาออดอ้อน
"คุณแม่คะ ฉันเกรงใจพี่หว่านหรูจริงๆ ค่ะ ฉันพักอยู่ที่ห้องเก็บของหลังบ้านก็ได้นะคะ ขอแค่มีที่ซุกหัวนอนให้ฉันกับลูกในท้องก็พอแล้ว"
"พูดอะไรอย่างนั้นลูก" ย่าหลินรีบค้านเสียงหลง
"ห้องเก็บของมันอับชื้นและสกปรก จะให้แม่ของหลานชายฉันไปนอนที่แบบนั้นได้ยังไง"
ย่าหลินหันขวับไปทางหว่านหรู สายตาของนางดุดันและเด็ดขาด
"นังหว่านหรู! วันนี้แกไปเก็บข้าวของของแกกับนังเด็กตัวซวยนั่นออกจากห้องนอนใหญ่ซะ ยกห้องนั้นให้เจียวเจียวกับเจี้ยนจวินอยู่ ส่วนแก... แกไปนอนที่ห้องเก็บฟางหลังบ้านนู่น ให้มันรู้สถานะตัวเองซะบ้างว่าตอนนี้แกเป็นแค่คนรับใช้ของบ้านนี้"
คำประกาศิตของย่าหลินเหมือนสายฟ้าที่ฟาดลงมากลางลานบ้าน หว่านหรูเงยหน้าขึ้นมองแม่สามีและสามีด้วยสายตาที่สิ้นหวังอย่างที่สุด
การถูกแย่งสามีว่าเจ็บปวดแล้ว แต่การถูกลดขั้นให้เป็นคนรับใช้และต้องถูกไล่ไปนอนในห้องเก็บฟางที่ทั้งหนาวและสกปรกพร้อมกับลูกสาวที่กำลังป่วย มันคือการเหยียบย่ำศักดิ์ศรีความเป็นคนจนจมมิดดิน
เวยหลิงกำมือแน่นจนสั่นสะท้าน เธอเห็นรอยยิ้มเยาะเย้ยที่มุมปากของหวังเจียวเจียวเพียงเสี้ยววินาทีก่อนที่มันจะกลับกลายเป็นใบหน้าอมทุกข์อีกครั้ง
"พล็อตบัดซบเอ๊ย!" เวยหลิงสบถด่าในใจ
บรรณาธิการสาวในร่างเด็กเจ็ดขวบรู้ดีว่าหากปล่อยให้สถานการณ์ดำเนินต่อไปตามสคริปต์น้ำเน่านี้ หว่านหรูจะต้องทนรับใช้ผู้หญิงแพศยาคนนี้ไปจนตัวตาย และตัวเธอเองก็จะถูกเหยียบย่ำจนไม่เหลือชิ้นดี
เวยหลิงหลับตาลงรวบรวมความคิด เธอในโลกก่อนอาจจะเคยเป็นคนสั่งให้เขียนพล็อตแบบนี้ แต่ในตอนนี้เธอคือหลินเฟยเยว่ และเธอจะไม่ยอมก้มหัวให้ใครหน้าไหนทั้งนั้น
‘หวังเจียวเจียวคิดจะเล่นบทนางเอกผู้แสนดีที่ถูกรังแกงั้นเหรอ? ได้ ในเมื่อหล่อนอยากเล่นละคร เวยหลิงคนนี้แหละที่จะขอสวมบทบาทนักแสดงนำ และกระชากหน้ากากดอกบัวขาวของหล่อนให้แหลกคามือ’
เด็กหญิงตัวน้อยลืมตาขึ้น แววตาของเธอเปลี่ยนจากความโกรธแค้นเป็นความเยือกเย็นและคำนวณอย่างแม่นยำ
เกมแรกของพล็อตเรื่องนี้กำลังจะเริ่มต้นขึ้น และเธอจะต้องเป็นผู้คุมกระดานหมากนี้ตั้งแต่ก้าวแรก
