หนี้แค้น
กลิ่นบุหรี่ราคาแพงคละคลุ้งอยู่ในห้องทำงานกว้างขวางบนชั้นสูงสุดของกาสิโนหรู แสงไฟสลัวเรืองรองจากตึกระฟ้าภายนอกหน้าต่างบานยักษ์สะท้อนเข้ากับใบหน้าคมกริบของชายหนุ่มที่นั่งอยู่หลังโต๊ะทำงานไม้ตัวหนา
‘เพลิง’ หรือที่ใครต่อใครขนานนามว่า อสุรกายแห่งโลกสีเทา กำลังจ้องมองหญิงสาวที่คุกเข่าอยู่ตรงหน้าด้วยสายตาเย็นชาจนน่าขนลุก
“ฮึก... คุณเพลิงคะ ตาลไม่รู้เรื่องจริงๆ ค่ะ ตาลไม่รู้ว่าพี่ต้นไปทำอะไรไว้”
น้ำตาล สะอื้นจนตัวโยน ร่างบางสั่นเทาในชุดนักศึกษาที่หลุดลุ่ยเล็กน้อยจากการถูกลูกน้องของเขาฉุดกระชากลากถัวมาที่นี่ มือเล็กที่ถูกมัดด้วยเคเบิลไทร์บวมแดงจนเห็นรอยช้ำ
“ไม่รู้?” เพลิงแค่นหัวเราะในลำคอ เสียงนั้นต่ำพร่าแต่ทรงพลังจนน้ำตาลต้องก้มหน้าหนี “ไอ้พี่ชายสารเลวของเธอ มันคาบเอาข้อมูลลูกค้าระดับวีไอพีของฉันไปประเคนให้พวกไอ้เอลิค... มันทำให้ฉันเกือบพินาศ แล้วเธอยังกล้าบอกว่าไม่รู้เหรอ!”
เขาลุกขึ้นเดินช้าๆ อ้อมโต๊ะมาหยุดอยู่ตรงหน้าเธอ กลิ่นน้ำหอมผสมกลิ่นบุหรี่ที่แสนดุดันแผ่ซ่านจนน้ำตาลรู้สึกเหมือนอากาศหายใจกำลังจะหมดไป
เขาเชยคางมนขึ้นด้วยนิ้วแข็งแรง บีบแน่นจนหญิงสาวนิ่วหน้าด้วยความเจ็บ
“ในเมื่อมันหนีไป... เธอก็ต้องเป็นคนชดใช้แทน”
“ตาลไม่มีเงินมากขนาดนั้นหรอกค่ะ... ฮือออ ให้ตาลทำอะไรก็ได้ ตาลจะทำงานใช้หนี้...”
“ทำงานเหรอ!! เธอคิดว่าเธอต้องทำงานให้ฉันกี่ชาติถึงจะใช้หนี้หมด!“เพลิงแสยะยิ้มที่มุมปาก สายตาคมกริบกวาดมองตั้งแต่นวลแก้วขาวผ่องลงมาจนถึงลำคอระหง “คนอย่างเธอจะทำอะไรได้ นอกจากการเป็น ‘ที่ระบายโทสะ’ ของฉัน... จนกว่าไอ้พี่ชายของเธอจะโผล่หัวออกมา”
“คุณเพลิง! อย่าทำอะไรตาลเลยนะคะ ตาลขอร้อง...”
“จำไว้ น้ำตาล...” เพลิงโน้มตัวลงมากระซิบที่ข้างใบหูเล็ก เสียงนั้นเย็นเยียบราวกับน้ำแข็งแต่แฝงไปด้วยความเร่าร้อนของไฟตามชื่อของเขา “นับตั้งแต่วินาทีนี้ ชีวิตเธอเป็นของฉัน ห้ามตาย ห้ามหนี และห้ามอ้อนวอนขอความเมตตา... เพราะไฟอย่างฉัน ไม่เคยปรานีใคร โดยเฉพาะน้ำหวานที่เป็นน้องสาวของคนทรยศอย่างเธอ!”
”เอาตัวไปขัง อย่าให้หนีไปได้“
”ครับนาย …แต่จะให้เอาไปขังที่ไหนครับ“
”มึงไม่รู้จะเอาไปขังที่ไหนมึงก็พาไปไว้ห้องกูเลยสิ!”
"มึงไม่รู้จะเอาไปขังที่ไหน มึงก็พาไปไว้ในห้องนอนกูเลยสิ! หรือต้องให้กูถีบมึงก่อนถึงจะฉลาดขึ้นมาได้ห๊ะ!"
เพลิงตวาดเสียงกร้าวทำท่าจะยันโครมเข้าที่ยอดอกลูกน้องคนสนิท จนมันต้องรีบกุลีกุจอเข้ามาลากแขนน้ำตาลที่ตัวสั่นงันงกให้ลุกขึ้น
น้ำตาลเบิกตากว้าง หัวใจหล่นวูบไปที่ตาตุ่ม... ‘ห้องนอนของเขาเหรอ? นั่นมันคือที่ที่อันตรายสำหรับฉันชัดๆ!’
"ไม่นะ! คุณเพลิง... ปล่อยตาลไปเถอะค่ะ ฮือออ"
เสียงหวีดร้องอ้อนวอนของหญิงสาวถูกกลืนหายไปพร้อมกับบานประตูที่ปิดลงสนิท ทิ้งไว้เพียงชายหนุ่มที่ยืนกำหมัดแน่น แววตาที่จ้องมองบานประตูนั้นวาวโรจน์ไปด้วยความแค้น... และความปรารถนาบางอย่างที่เขาเองก็ยังไม่กล้ายอมรับ
ชายร่างสูงคนนั้นพาเธอเข้ามาในคฤหาสน์หลังใหญ่ เขาพาเธอขึ้นมาชั้นสองเปิดประตูและผลักเธอเข้าไปในห้องนอนอันโออ่า
“เข้าไป! นายสั่งให้อยู่ในนี้ อย่าคิดหนีเด็ดขาด ถ้าไม่อยากเจ็บตัว!”
ชายร่างสูงที่เป็นคนสนิทของเพลิงขู่เสียงเข้ม ก่อนจะผลักร่างบางเข้าไปในห้องนอนอันโออ่า ทันทีที่แผ่นหลังชนกับความเย็นเยียบของบานประตูที่ปิดสนิทลง น้ำตาลก็ทำได้เพียงยืนเคว้งอยู่กลางห้องที่กว้างขวางและหรูหราทันสมัยอย่างที่ชีวิตนี้เธอไม่เคยเห็นมาก่อน
แต่ความสวยงามนั้นไม่ได้ทำให้เธอรู้สึกดีขึ้นเลย... แต่มันกลับเหมือนกรงขังราคาแพงมากกว่า
ขณะเดียวกันที่หน้าห้อง...
ไอ้แตมเกาหัวแกรกๆ พลางมองบานประตูห้องนอนเจ้านายด้วยสายตาเจ้าเล่ห์
‘นายนะนาย... ปากก็บอกว่าแค้นนักแค้นหนา แต่ไหงสั่งให้เอามาขังไว้ในห้องนอนตัวเองซะงั้น สงสัยคราวนี้จะมาแนวใหม่แฮะ ปกติเห็นส่งไปขังโกดังหลังบ่อนตลอด... หรือว่าพี่เพลิงของเราจะเปลี่ยนรสนิยมชอบแนวเด็กมหา’ลัยวะ?’ ไอ้แตมยิ้มกริ่มก่อนจะเดินนกหวีดไปตามทางเดิน ทิ้งให้น้ำตาลเผชิญความเงียบสงัดเพียงลำพัง... จนกระทั่งเวลาล่วงเลยไปถึงกลางดึก
น้ำตาลนั่งกอดเข่าซุกหน้าลงกับท่อนแขน ปล่อยให้เสียงสะอื้นเบาๆ ดังสะท้อนอยู่ในห้องนอนกว้าง ภาพเหตุการณ์เมื่อช่วงเช้ายังคงตามมาหลอกหลอนเหมือนเพิ่งเกิดขึ้นไม่กี่วินาทีก่อน...
เธอยังจำกลิ่นแดดอ่อนๆ และเสียงรถยนต์บนท้องถนนได้ดี น้ำตาลในชุดนักศึกษาเรียบร้อยกำลังเดินอยู่บนฟุตบาทมุ่งหน้าไปยังมหาวิทยาลัย ในหัวยังคิดถึงวิชาที่จะสอบและเมนูมื้อกลางวันที่จะกินกับเพื่อน
แต่แล้ว... ทุกอย่างก็พังทลาย
จู่ๆ ร่างของเธอก็ถูกกระชากอย่างแรงจากทางด้านหลัง แรงมหาศาลมหาศาลฉุดเธอให้เซถอยหลัง ก่อนที่ฝ่ามือหนาพร้อมผ้าที่มีกลิ่นฉุนกึกจะโปะลงบนจมูกและปาก น้ำตาลพยายามดิ้นรน ขัดขืน และร้องขอความช่วยเหลือ แต่มันกลับไร้เสียง สติของเธอพร่าเลือนและดับวูบลงกลางแดดจ้าตรงนั้นเอง...
‘พี่ต้น... พี่ไปทำอะไรไว้ ทำไมเขาต้องทำกับตาลแบบนี้’
น้ำตาลคร่ำครวญในใจ หนี้แค้นที่เธอไม่ได้ก่อ แต่มูลค่ามันมหาศาลจนเธอแทบมองไม่เห็นทางชดใช้
‘ต้องถูกรางวัลที่หนึ่งกี่งวดถึงจะใช้หนี้ไอ้มาเฟียจอมโหดนั่นหมด... แล้วฉันจะออกไปจากทีนี่นี่ได้ยังไง น้ำตาลเอ๊ย...’
ยิ่งคิด น้ำตาก็ยิ่งไหลพรากหยดลงบนชุดนักศึกษาที่ยับยู่ยี่ เธอรู้สึกเหมือนตัวเองเป็นหยดน้ำผึ้งที่บังเอิญปลิวไปตกลงกลางกองเพลิงที่พร้อมจะเผาไหม้เธอให้กลายเป็นจุล…
เพลิงเปิดประตูเข้ามาในห้องกลางดึก ด้วยความเหนื่อยล้า และฤทธิ์ของแอลกอฮอล์เขาได้ยินเสียงสะอื้นของผู้หญิง ‘ตายยห่าแล้วไอ้เพลิง นี่กูเมาจนหูแว่วขนาดนี้เลยเหรอว่ะ’ พร้อมเห็นเงาตะคุ่มๆกอดเขาร้องไห้ตรงโซฟา เขาจึงรีบเปิดไฟ
เห็นน้ำตาลในชุดนักศึกษานั่งกอดเข่าร้องไห้
“เธอเข้ามาในห้องนี้ได้ยังไง!“
น้ำตาลตกใจจนตัวสั่น “อึก..พี่คนนั้นพามาค่ะ
คุณเพลิงอย่าทำอะไรน้ำตาลนะคะ”
“มารยา ฉันเกลียดน้ำตาผู้หญิงอย่างเธอที่สุด”
“มารยา! ฉันเกลียดน้ำตาผู้หญิงอย่างเธอที่สุด หยุดร้องเดี๋ยวนี้!”
เพลิงตวาดเสียงกร้าวพลางย่างสามขุมเข้าไปหา ร่างสูงโปร่งในสภาพเสื้อเชิ้ตปลดกระดุมเม็ดบนออกจนเห็นแผงอกตึงแน่น กลิ่นเหล้าจางๆ ที่ติดตัวเขามาทำให้น้ำตาลยิ่งขยับหนีจนหลังชนกับพนักโซฟา
“ตาล... ตาลไม่ได้มารยาจริงๆ นะคะ คุณเพลิงปล่อยตาลไปเถอะ ตาลกลัว...”
เธอยกมือไหว้ปลกๆ ทั้งที่น้ำตายังนองหน้า ภาพตรงหน้าทำเอาเพลิงที่กำลังมึนศีรษะถึงกับชะงักไปครู่หนึ่ง หัวใจที่เคยแข็งกระด้างมันกระตุกแปลกๆ เมื่อเห็นผิวขาวผ่องของเด็กสาวในชุดนักศึกษามันตัดกับสีเข้มของโซฟาหนังในห้องนอนของเขา... และที่สำคัญ รอยแดงที่ข้อมือจากการถูกมัดมันยังเด่นหราเตือนใจว่าเขาทำรุนแรงกับเธอแค่ไหน
“กลัวเหรอ? หึ! ตอนพี่ชายเธอคาบข่าวไปบอกไอ้เอลิค มันเคยคิดไหมว่าเธอจะต้องมาเจออะไร!”
เขาโน้มตัวลงมาท้าวแขนกับโซฟา กักขังร่างบางไว้ในอ้อมแขนกว้าง สายตาที่เคยดุดันเริ่มวูบไหวด้วยฤทธิ์แอลกอฮอล์และอารมณ์บางอย่างที่พลุ่งพล่านขึ้นมา
“คุณเพลิง... จะทำอะไรคะ”
“ในเมื่อไอ้ลูกน้องโง่ๆ ของฉันมันใจดี พาเธอมาส่งถึงเตียงขนาดนี้...” เพลิงกระซิบเสียงพร่า ลมหายใจร้อนผ่าวเป่ารดพวงแก้มใส “ถ้าฉันจะ ‘ตรวจของ’ ดูหน่อยว่ามีอะไรดีพอจะใช้หนี้แทนไอ้ทระยศนั่นได้บ้าง... มันคงไม่ผิดใช่ไหม?”
