2
พรรษชลเดินเข้าไปยังสถานบันเทิงแห่งหนึ่งซึ่งมีชื่อเสียงพอสมควรในหมู่นักท่องราตรี หญิงสาวต้องพยายามปรับสายตาให้ชินกับระดับความสว่างของห้องซึ่งอยู่ในระดับที่ต่ำมาก จะมีก็แต่ไฟสีต่างๆ ที่เธอพอจะอาศัยในการสอดส่ายสายตาหาเพื่อนๆ ของเธอ และสายตาของเธอก็ต้องหยุดชะงักเมื่อมองเห็นงามพักตรากำลังยืนโบกมือหงอยๆ อยู่ที่มุมหนึ่งของห้องสี่เหลี่ยมที่ถูกแปรสภาพเป็นสถานบันเทิงแห่งนั้น หญิงสาวรีบสาวเท้าเดินตรงไปยังพริ้งพักตราที่นั่งคอยอยู่กับกลุ่มเพื่อนก่อนแล้ว
“ไงแก? มาไงเนี่ย?”
“ก็ให้ลุงเฉิดมาส่ง พวกแกสบายดีกันนะ”
พรรษชลเอ่ยถามกับเพื่อนๆ สมัยมัธยมที่เหลือ ก่อนจะได้รับคำตอบจากเพื่อนๆ กลับมาถ้วนหน้า นานเกือบห้าปีแล้วสินะที่เธอไม่ได้เจอกับเพื่อนสมัยมัธยมปลายเลย ยกเว้นพริ้งพักตราเพราะทั้งคู่ไปเรียนต่อที่ต่างประเทศด้วยกัน แถมยังพักอยู่ด้วยกันอีกต่างหาก พรรษชลและเพื่อนๆ นั่งขุดคุ้ยเรื่องราวสมัยมัธยมกันอย่างสนุกปาก ไม่น่าเชื่อเลยว่าบางเรื่องที่เหมือนจะเป็นเรื่องคอขาดบาดตายในตอนนั้น เมื่อนำกลับมาพูดถึงใหม่ในตอนนี้กลับกลายเป็นเรื่องที่ตลกขบขันไปเสียได้ โดยหาได้รู้ตัวไม่ว่าในขณะที่เธอกำลังนั่งคุยกับเพื่อนๆ อย่างออกรสออกชาตินั้น ยังมีสายตาคมคู่หนึ่งจับจ้องมายังเธอไม่วางตา ความมืดในห้องแห่งนี้หาได้เป็นอุปสรรคสำหรับเขาในการจ้องมองเธอไม่
อัคนีรู้สึกถูกใจรูปร่างหน้าตาของหญิงสาวแปลกหน้าที่กำลังจ้องมองอยู่ขณะนี้นัก เธอช่างสวยในแบบที่เขาชอบ จนเขานึกอยากจะเข้าไปทำความรู้จัก เขารอโอกาสจนกระทั่งหญิงสาวลุกขึ้นจากโต๊ะมุ่งตรงไปยังทางที่เป็นห้องน้ำ ชายหนุ่มจึงลุกขึ้นตามเพื่อไปทำความรู้จักกับเธอเสียหน่อย สัญชาตญาณเสือของเขาทำงานได้อย่างดีเยี่ยม เมื่อเขาเจอคนที่ถูกใจ ก็ยากนักที่เขาจะปล่อยให้เธอผ่านเลยไปเฉยๆ
พรรษชลเดินออกมาจากห้องน้ำก็ต้องชะงักกึกเมื่ออยู่ๆ ก็มีร่างสูงราวกับตึกกำลังยืนขวางทางเธอไว้ หญิงสาวเงยหน้าขึ้นมอง ก็พบว่าคนที่กำลังยืนขวางทางเธออยู่ในขณะนี้เป็นชายหนุ่มร่างสูงคล้ายกับชาวตะวันตกหากแต่ผิวเขาดูเข้มกว่าสีผิวที่ควรจะเป็นตามแบบฉบับของฝรั่งที่เธอคุ้นเคยเมื่อไปเรียนอยู่ที่สหรัฐอเมริกา นั่นเป็นสิ่งที่ทำให้เธอพอจะเดาได้ว่าเขาไม่ได้มีเป็นชาวตะวันตกสายเลือดแท้หากแต่เป็นสายเลือดผสมระหว่างคนเอเชียกับชาวยุโรปเป็นแน่ นัยน์ตาของเธอสบเข้ากับนัยน์ตาสีน้ำตาลทองของเขาซึ่งมีกระแสพลังบางอย่างดึงดูดให้เธออยากจะยื่นหน้าเข้าไปสบตากับเขาใกล้ๆ หญิงสาวนึกชื่นชมนักว่าสีแทนหรือจะเรียกอีกที่ว่าสีทองจางๆ ของเขาช่างเข้ากับนัยน์ตาสีสวยของเขาเสียจริงๆ
จมูกโด่งเป็นสันของเขาทำให้เธอร้อนวูบวาบไปได้พักหนึ่งเมื่อจินตนาการไปว่ามันกำลังคลอเคลียอยู่ที่แก้มเนียนของเธอ คิ้วเข้มๆ และไรหนวดเคราที่ขึ้นเหนือริมฝีปากหยักลึกและแนวคางของเขา ช่วยส่งให้เขาดูน่าเกรงขามมากขึ้น ในขณะที่ผมรองทรงสีน้ำตาลเข้มที่เขาตัดนั้นทำให้เขาดูภูมิฐานมากกว่าชายหนุ่มที่เคยเธอพบมาก่อนหน้านี้หลายเท่าตัว
แผงอกกว้างที่โผล่ออกมาให้เห็นรำไรๆ เพราะเจ้าตัวสวมเสื้อเชิ้ตและละกระดุมบนไว้ประมาณสี่ห้าเม็ดเป็นเครื่องยืนยันให้กับพรรษชลได้อย่างดีว่าเขาเป็นชายหนุ่มที่หมั่นออกกำลังกายมากเพียงใดและเขาคงเป็นคนที่ชื่นชมการออกกำลังกายกลางแจ้งเป็นแน่เห็นได้จากผิวไหม้แดดแลดูเซ็กซี่ของเขา ไม่ต้องบอกหญิงสาวก็พอจะเดาได้ว่าภายใต้เสื้อผ้าที่เขาสวมก็คงมีมัดกล้ามแข็งแรงไม่ต่างกัน หญิงสาวถอยหลังหนึ่งก้าวเพื่อเพิ่มระยะห่างให้กับเขาและเธอ เพราะเธอสัมผัสได้ถึงพลังอำนาจอะไรบางอย่างที่ทำให้เธอกลัวใจตัวเองเหลือเกินว่าจะยอมสยบอยู่แทบเท้าเขา
พรรษชลหาได้รู้ตัวเลยว่า...ในขณะที่เธอสำรวจรูปร่างหน้าตาของเขาอยู่ อัคนีเองก็ใช้โอกาสนั้นในการสำรวจเธอราวกับว่าเป็นสินค้าที่เขากำลังตัดสินใจซื้ออยู่ด้วยเช่นกัน เขายอมรับว่าเธอเป็นผู้หญิงที่มีรูปร่างหน้าตาถูกใจเขาเป็นยิ่งนัก แม้ว่าเธอจะอยู่ในชุดที่ออกจะเรียบร้อยเกินไปหน่อยที่จะใส่มาเที่ยวในสถานบันเทิงเช่นนี้ เพราะเธอสวมเป็นเดรสสีเขียวอ่อนรูปทรงทันสมัยที่ไม่หวือหวาอะไรมากมายนัก หากแต่เขากลับจินตนาการได้ถึงรูปร่างของเธอได้อย่างชัดเจน จนพาลให้เกิดความรู้สึกอยากจะครอบครองร่างของเธอเอาดื้อๆ
ใบหน้าเรียวสวยประกอบด้วยเครื่องหน้าที่พอเหมาะพอเจาะยิ่งนัก จมูกโด่งรั้นน้อยๆ ของเธอทำให้เขารู้สึกอยากจะยื่นหน้าเข้าไปคลอเคลียยิ่งนักนั้นรับกับริมฝีปากบางๆ ที่ถูกแต่งแต้มด้วยลิปสติกสีชมพูหวาน ส่งให้เขารู้สึกอยากจะสัมผัสกับความหวานนั้น ไหนจะยังดวงตาโตๆ สีน้ำตาลสวยภายใต้แพขนตางอนสวยที่กำลังเบิกกว้างมองเขาราวกับกำลังมองสิ่งแปลกประหลาดมหัศจรรย์ของโลกอีกล่ะ มันช่างทำให้เขารู้สึกหลงใหลจนยากจะถอนตัว
รูปร่างของเธอไม่ได้แบบบางจนเหมือนกับไม้กระดาน หากแต่เธอมีรูปร่างที่สมส่วนยิ่งนัก หน้าอกที่ดันเสื้อออกมานั้นส่งผลให้เอวของเธอดูคอดรับกับสะโพกผายน่าลูบไล้ ผิวขาวเนียนละเอียดของเธอกำลังทำให้เขารู้สึกอยากจะสัมผัสดูว่ามันจะเนียนมืออย่างที่เห็นด้วยตาหรือไม่ ยอมรับเลยว่าเมื่อได้ประสบพบพักตร์เธอในที่ที่มีแสงสว่างจากไฟนีออนพอแก่การมองเห็นเช่นนี้ เธอดูสวยกว่าตอนที่เขาแอบจ้องมองเธอในห้องมืดๆ ที่มีเพียงไฟสลัวสีต่างๆ นั้นหลายเท่าตัวนัก
“อะ...เอ่อ...ผมชื่ออัคนีครับ เรียกว่าเพลิงก็ได้นะครับ แล้วคุณล่ะ?”
“ฉันชื่อพรรษชลค่ะ”
กล่าวจบหญิงสาวก็พยายามจะเดินหนีเขาเสียดื้อๆ เพราะการอยู่กับเขาตามลำพังเช่นนี้ พาลให้เธอรู้สึกว่ากำลังจะกลายเป็นหญิงใจง่ายเข้าไปทุกที หากแต่เธอก็ทำอย่างที่ตั้งใจไม่ได้ เมื่อมือใหญ่ของเขายึดข้อศอกบางของเธอไว้ กระตุกนิดเดียวก็ทำให้เธอต้องหันมาเผชิญหน้ากับเขาอีกครั้ง
“เดี๋ยวสิครับ คุยกันก่อนไม่ได้เหรอ?”
“ขอโทษนะคะ ฉันกับคุณเพิ่งรู้จักกัน เพราะฉะนั้นคงไม่ว่าอะไรใช่ไหมคะ ที่ฉันจะไม่ขอคุยกับคนแปลกหน้า?”
พรรษชลบอกเสียงขุ่นเขียวเพราะไม่ชอบเลยกับการถึงเนื้อถึงตัวเช่นนี้ของเขา ทั้งๆ ที่เธอส่งแววตาและน้ำเสียงไม่พอใจให้แล้ว แต่เขาก็ยังไม่ยอมปล่อยมือออกจากข้อศอกของเธอแม้แต่น้อย
“อย่าคุยกับคนแปลกหน้า คุณนี่ช่างเป็นเด็กดีที่เชื่อฟังพ่อแม่จริงๆ เลยนะครับ”
อัคนีกล่าวกลั้วหัวเราะ อีกฝ่ายชักสีหน้าไม่พอใจ พลางพยายามสะบัดแขนให้หลุดพ้นจากการเกาะกุมของเขา เพราะกระแสไอร้อนจากมือใหญ่กำลังทำกริยากับเลือดในกายของเธอให้กลายเป็นลาวาร้อนๆ แล่นไปตลอดร่าง
“คุณต้องการอะไรกันแน่?”
“ผมต้องการคุณ”
อัคนีบอกสิ่งที่เขาต้องการให้หญิงสาวได้รับรู้ ซึ่งเธอก็ต้องเบิกตากว้าง เขาคิดเสมอว่าผู้หญิงส่วนใหญ่ที่มาเที่ยวในสถานที่อโคจรแบบนี้ต้องไวไฟพอตัว แล้วอีกอย่างผู้หญิงส่วนใหญ่ที่ได้เห็นรูปร่างหน้าตาที่ดึงดูดใจของเขามักจะวิ่งหรี่และพร้อมจะกระโดดขึ้นเตียงกับเขาโดยที่เขาไม่ต้องเอ่ยปากขอด้วยซ้ำ และเธอคนนี้ก็คงไม่ต่างกัน
“ว่าอะไรนะ?”
