บท
ตั้งค่า

EP6

“อื้อ...”

“พี่ไม่ได้ตั้งใจ พี่...” คนเป็นพี่ชายได้ยินอย่างนั้นก็ละล่ำละลักอธิบาย แต่สายตาที่ถูกความอวบสวยล็อกไว้ ก็ทำให้เท็มป์ยืนตัวแข็งทื่อ

“หนูยังไม่ได้ว่าอะไรสักหน่อย” สาวน้อยเอ่ยเสียงเบา สองแก้มนวลเนียนซับสีระเรื่อเอียงอายอย่างน่ามอง

“งั้นหนูแต่งตัวนะ พี่จะออก...”

“เดี๋ยวค่ะ! พี่เท็มป์เห็นหนูเป็นน้องจริง ๆ เหรอคะ” ยังเอ่ยไม่จบคำสาวน้อยก็ถามมาเสียก่อน ซึ่งคำถามนี้มันไม่เคยยากเย็นเลยหากต้องตอบออกมา แต่วันนี้เท็มป์กลับไม่มีคำตอบให้เธอเสียอย่างนั้น

“หนูแต่งตัวนะ พี่ง่วงแล้ว” เขาบอกเธอแค่นั้นแล้วรีบเดินออกไปทันที เพราะตอนนี้ร่างกายที่มันร้อนราวกับไฟ แถมส่วนที่ไม่ควรจะอ่อนไหวก็ดันชูชันขึ้นมาจนปวดหนึบไปหมด กับปั้นหยาเขาคิดยังไงกับเธอกันแน่ ทำไมวันนี้มันถึงได้น่าปวดหัวขนาดนี้วะ

หลังคนเป็นพี่ชายออกไปแล้ว ปั้นหยาทำเพียงหัวเราะให้กับความหน้าไม่อายของตัวเอง เพราะรู้ว่าหวั่นไหวกับความใจดีของเท็มป์มากแค่ไหน เพราะรู้ว่าไม่ใช่สายเลือดเดียวกันเธอจึงแอบหวังเล็ก ๆ ว่าเขาจะมองเธอเป็นอย่างอื่นบ้าง แต่วันนี้แม้แต่การยืนแก้ผ้าต่อหน้าเขามันก็ไม่ได้ทำให้เท็มป์คิดกับเธอเป็นอย่างอื่นเลย

“พี่น้อง...คงได้แค่นี้สินะ เขาไม่ชอบสินะ” สาวน้อยเอ่ยเสียงเครือ กลีบปากเล็กเผยยิ้มขมขื่นออกมาทั้งน้ำตา

คืนนั้น...เพราะมีเรื่องผิดใจกันทำให้ต่างคนต่างก็เก็บตัวอยู่ในห้องนอน และการที่หนุ่ม ๆ รู้ว่าปั้นหยาไม่ใช่สายเลือดเดียวกับเท็มป์ ก็ทำให้พวกเขาเริ่มคิดย้อนไปถึงช่วงเวลาเกือบสองเดือนที่ผ่านมา

แป๊ก!

เสียงของสวิตช์ไฟในห้องที่ถูกปิดและเปิดสลับกันไปมา ทำให้แสงสว่างตัดสลับกับความมืดอยู่อย่างนั้น เจย์เลอร์ที่เอ่ยปากบอกกับเท็มป์ไปตามตรงว่าเขาจะจีบสาวน้อยกำลังคิดทบทวนใจตัวเองอยู่ว่าเขาชอบเธอมากมายขนาดไหนกันเชียว ถึงได้หาเรื่องท้ารบกับเพื่อนรัก

“ปั้นหยา...ให้ตายเหอะ” ชายหนุ่มพึมพำอย่างคนคิดไม่ตก

ทางด้านของนักบาสหนุ่มอย่างเดม่อนที่ออกมายืนสูบบุหรี่อยู่ที่ระเบียงก็ได้แต่เงยหน้ามองท้องฟ้ายามค่ำคืน กลีบปากหยักสวยราวถูกสลักด้วยฝีมือช่างชั้นเซียนพ่นควันสีขาวขุ่นให้ลอยฟุ้งไปในอากาศ เมื่อคิดไปถึงความสัมพันธ์ระหว่างเท็มป์และปั้นหยา รวมถึงคำพูดของเจย์เลอร์ที่บอกว่าจะจีบสาวน้อย เดม่อนก็ยิ่งไม่สบอารมณ์

ในตอนแรกที่เห็นว่าเท็มป์พาสาวน้อยมาอยู่ร่วมชายคาเป็นเขาที่ต่อต้านเธอเพราะไม่ชอบความวุ่นวาย และไม่โอเคที่ในบ้านจะมีเด็กน้อยมาอยู่ให้รกหูรกตา เดม่อนทั้งพูดจาแซะและจงใจกลั่นแกล้งเธอหลายต่อหลายครั้งหวังให้เธอทนไม่ไหวและย้ายออกไป แต่สุดท้ายมันกลับเป็นเขาที่หอบหิ้วสาวน้อยไปสนามบาสเกือบทุกเย็น เพราะปั้นหยาไม่ได้น่ารำคาญ เธอน่ารักและน่าเอ็นดู แถมยังเดียงสาจนไม่รู้ว่าถูกเขากลั่นแกล้งอีกต่างหาก ตอนนี้เดม่อนก็ยังจำได้เลยว่าวันที่เขาสอนเธอเล่นบาสแล้วสาวน้อยวิ่งสะดุดล้มจนเข่าเป็นแผลเลือดอาบ เธอทำให้เขาทั้งตกใจและรู้สึกร้อนรนมากแค่ไหน มือเขาสั่นไปหมด เรียกว่าทำอะไรไม่ถูกเลยล่ะ แต่มันเป็นเพราะปั้นหยาเผยยิ้มออกมาแล้วพูดว่า...

‘ว้า! หนูคงผูกเชือกรองเท้าไม่ดี เรากลับไปล้างแผลกันไหมคะ’

‘เลือดอาบขนาดนี้ยังยิ้มได้อีก ติ๊งต๊องรึไง’

‘ได้เล่นบาสกับพี่ม่อนสนุกจะตาย เป็นแผลแค่นี้เดี๋ยวก็หายค่ะ’

‘มีแต่เด็กน้อยแบบเธอสิที่สนุก สาว ๆ เขาไม่เล่นบาสกันหรอก’

ความจริงจังที่มีให้กับกีฬาที่ชอบทำให้เดม่อนไม่เคยสนใจเรื่องคบใครเป็นตัวเป็นตน เพราะเขารู้ว่าพวกสาว ๆ ที่แต่งหน้าทำผมมาอย่างดีและตามมากรีดร้องที่ข้างสนามบาส พวกเธอไม่ได้อยากดูมันหรืออยากเข้าใจความชอบของเขาหรอก ก็แค่อยากได้เขาสักคืนสองคืนเท่านั้นแหละ ซึ่งเดม่อนไม่เกี่ยงที่จะสนองตอบพวกเธอเหล่านั้นไปตามสัญชาตญาณของวัยรุ่นเลือดร้อน ก็แค่มีเซ็กซ์...มันไม่ได้ยากอะไรนี่!

“แม่ง! อยู่มาได้ตั้งนานดันมาหวั่นไหวกับเด็กเนี่ยนะ” ได้แต่เอ่ยกับตัวเองอย่างไม่อยากจะยอมรับว่าปั้นหยาเป็นอะไรที่น่าสนใจจริง ๆ

ทว่าคืนนี้มันกลับไม่ได้มีแค่เท็มป์ เจย์เลอร์ หรือเดม่อนที่นอนไม่หลับ เจ้าของร่างสูงที่ปกติไม่เคยแสดงตัวว่ารู้สึกอะไรกับสิ่งแวดล้อมรอบตัวกลับอ่านหนังสือไม่เข้าหัวเลยสักบรรทัด สุดท้ายกันเนอร์ก็ต้องปิดหน้าหนังสือลงอย่างช่วยไม่ได้ เมื่อวันนี้เพื่อน ๆ ของเขาได้แสดงออกมาแล้วว่าต่างฝ่ายต่างกำลังให้ความสนใจสาวน้อยของบ้านอยู่

เพราะชีวิตในแต่ละวันมีเพียงต้นไม้ดอกไม้ข้างบ้านและกองหนังสือที่ชอบ ทำให้กันเนอร์ไม่สนใจเรื่องการคบหาเป็นแฟนกับสาวที่ไหนอย่างจริงจัง เขาใช้เพียงร่างกายของพวกเธอสนองอารมณ์เร่าร้อนในยามที่อยากปลดปล่อยเท่านั้น เพราะกันเนอร์ไม่ชอบเครื่องสำอาง เขาแพ้กลิ่นน้ำหอมที่แสบฉุนและเกลียดสีสันฉูดฉาด ร่วมถึงชีวิตอันแสนฟุ่มเฟือยเหมือนไม่คิดอะไรของสาว ๆ ที่มักจะชวนไปเที่ยวหรือช็อปปิ้ง

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel