2
“คุณศิ” พราวรุ้งมองเจ้านายสาวอย่างรักใคร่ การตัดสินใจเช่นนี้เพราะนอกจากช่วยยายแล้ว ยังช่วยเจ้านายสาวที่ดีกับตอนมาโดยตลอด
ศิรินทิพย์เอื้อมมือกุมมือพราวรุ้งเอาไว้
“ฉันขอโทษนะ ทุกอย่างที่เกิดขึ้น…ฉันจะรับผิดชอบ ฉันสัญญา ทั้งคุณยายทั้งเธอจะมีชีวิตที่ดี”
พิมพ์ลดาวางผ้าคลุมไหล่บนบ่าของพราวรุ้ง
“อากาศหนาว ใส่ไว้นะ”
พราวรุ้งพยักหน้า น้ำเสียงเบาหวิว
“พราวจะทำเพื่อยายค่ะ”
ศิรินทิพย์หลับตาแน่นชั่วครู่ ก่อนลืมขึ้นพร้อมความแน่วแน่
“ฉันจะทำตามสัญญารักษายายของพราวให้ดีที่สุด ทั้งยาทั้งหมดและโรงพยาบาลที่ดีที่สุดไม่เกี่ยงค่าใช้จ่าย พราวไม่ต้องกังวลเรื่องเงินอีกแล้ว”
“ขอบคุณคุณศิมากค่ะ” พราวรุ้งพูดอย่างซาบซึ้งใจ
คืนแรกของเส้นทางที่ใคร ๆ คิดว่าสมบูรณ์แบบ กำลังจะเริ่มขึ้นด้วยความลับที่ไม่มีในสมุดงานพิธี
พราวรุ้งเงยหน้ารับลมเย็น สูดลมหายใจเข้าปอดลึก ๆ ไม่ใช่เพื่อให้เข้มแข็งอย่างเดียว แต่เพื่อจดจำว่าเธอเลือกทำสิ่งนี้ด้วยหัวใจที่อยากรักษาคนที่รักที่สุด
บนฟ้า... ดวงดาวซ่อนตัวอยู่หลังม่านเมฆ บนดิน... แสงโคมไฟสว่างไสวเจิดจ้า ทุกอย่างนิ่งงันราวยินยอมให้ค่ำคืนนี้ผ่านไปอย่างงดงาม เพื่อพรุ่งนี้จะเริ่มต้นบทใหม่ ที่ทั้งอบอุ่น อ่อนหวาน และเต็มไปด้วยความรับผิดชอบของหัวใจหลายดวง
แสงไฟในห้องหออาบผ้าม่านสีครีมแลดูอบอุ่น ราวกับกล่อมใจให้สงบลง หลังพิธีวุ่นวายทั้งวัน แต่ในใจของศิรินทิพย์กลับวุ่นวายไม่แพ้เสียงลมที่ตีเข้ามากระทบกระจกหน้าต่าง เธอนั่งนิ่งอยู่บนเก้าอี้ใกล้โต๊ะเครื่องแป้ง มือเรียวกำชายกระโปรงชุดราตรีแน่น
พิมพ์ลดายืนเคียงข้าง ค่อย ๆ วางแก้วน้ำลงบนโต๊ะ
“คุณหนูไม่ต้องคิดมากนะคะ ทุกอย่างต้องผ่านไปด้วยดี” น้ำเสียงนั้นแฝงไปด้วยความห่วงใยเต็มหัวใจ
“ศิก็แค่กังวลเล็กน้อยค่ะพี่พิมพ์ลดา แต่คิดว่าทุกอย่างต้องผ่านไปด้วยดีค่ะ” ศิรินทิพย์เอ่ยเสียงเบา สายตามีแววกังวลชัดเจน หากสิ่งที่ทำไปโดนจับได้จะกระทบทั้งสองครอบครัว
“แต่ถ้าไม่ทำแบบนี้ ศิก็ไม่รู้จะทำยังไงแล้ว ทุกอย่างมันค้ำคอไปหมด เหมือนกับกลืนไม่เข้าคายไม่ออก”
พิมพ์ลดาก้มหน้า นิ่งไปชั่วครู่ ก่อนยกมือกุมมือคุณหนูคนสวย
“พี่จะอยู่ข้างคุณหนูเสมอค่ะ ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น”
ศิรินทิพย์ยิ้มเศร้า เอื้อมมือไปแตะใบหน้าของคนรักอย่างอ่อนโยน
“ขอบคุณนะคะพี่พิม ถ้าไม่มีพี่ ฉันคงไม่ไหวจริง ๆ” แต่เธอมีคำตอบในใจแล้วว่าถึงไม่มีพิมพ์ลดาเธอก็ไม่มีทางเข้าหอกับประกาศิตแน่นอน เพราะเธอไม่ได้ชอบผู้ชาย ถึงเวลานั้นเธอคงหาทางให้ตัวเองรอดพ้นจากการเข้าห้องหอจนได้
เสียงเคาะประตูเบา ๆ ดังขึ้น ประกาศิต เดินเข้ามาในห้อง เขายิ้มตามสไตล์ ใบหน้าเปล่งปลั่งเหมือนคนไม่รู้จักคำว่าเครียด พิมพ์ลดาจึงเอ่ยขอตัวออกจากห้องพัก เขาไม่ถือสาเพราะรู้ว่าพิมพ์ลดาเป็นพี่เลี้ยงของอีกฝ่าย จะเข้ามาในห้องหอก็ไม่แปลกอะไร เพราะดูแลกันมาแต่เด็ก
“เจ้าสาวของพี่ พักผ่อนตามสบายนะ” เขาพูดติดตลก แต่แววตายังคงสุภาพ ไม่มีแม้แววคิดร้าย
ศิรินทิพย์ฝืนยิ้ม
“วันนี้เหนื่อยมาก…ขอศิล้างหน้า อาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าก่อนนะคะ”
“ตามสบายเลยครับ” เขายักคิ้ว ยกแก้วน้ำที่ศิรินทิพย์ยื่นส่งมาให้
“น้ำเย็นชื่นใจ” เขาตอบด้วยรอยยิ้มหลังจากดื่มน้ำจนหมดแก้ว
ศิรินทิพย์ชะงัก ก่อนรีบหลบตา เมื่อเห็นเขายกแก้วขึ้นดื่มรวดเดียว เธอกัดริมฝีปากแน่น หัวใจแทบจะหยุดเต้น
ไม่นานนักพราวรุ้งก็ถูกเรียกตัวมาอย่างลับ ๆ เธอเดินเข้ามาในห้องเล็กด้านข้าง หัวใจสั่นแรงจนแทบหลุดออกมาจากอก ศิรินทิพย์กุมมือพราวรุ้งเอาไว้แน่น มือของเธอเย็นเยียบไม่ต่างกัน
“ขอบใจมากนะพราว ถ้าไม่มีเธอฉันก็ไม่รู้ว่าจะทำยังไง” เธอไม่อยากใช้คนนอก หากเรื่องเกิดแดงขึ้นมาจะลำบาก อาจถูกเรียกร้องจากผู้หญิงพวกนั้น แต่เธอมั่นใจว่าพราวรุ้งคือคนที่เหมาะสมที่สุด เพราะอีกฝ่ายเป็นคนดี
พราวรุ้งเม้มปาก ดวงตาฉ่ำน้ำ
“พราวทำเพื่อยายค่ะ แล้วก็ตอบแทนบุญคุณที่คุณศิคอยช่วยเหลือพราวมาตลอด”
เมื่อห้องหอเงียบลง มีเพียงแสงโคมไฟสลัว ประกาศิตนอนอยู่บนเตียง เขาหายใจร้อนเร่า พราวรุ้งค่อย ๆ เดินเข้าไป มือสั่นระริก เธอก้มมองเจ้าบ่าวที่ทุกคนต่างยกย่อง ชายหนุ่มอารมณ์ดี ใจดี และชอบยิ้ม คืนนี้เธอคือตัวแทนของคนอื่น เข้าห้องหอกับเขา
หัวใจของพราวรุ้งเต้นระส่ำ แต่เธอกลั้นน้ำตาเอาไว้ สูดลมหายใจลึก ๆ เข้าปอด นึกถึงยายที่นอนป่วยอยู่บนเตียง ความกตัญญูผลักดันให้ก้าวต่อไป
คืนที่ควรเป็นของคู่บ่าวสาว กลับกลายเป็นคืนแห่งความลับของหัวใจ
เวลาผ่านไปอย่างเงียบงัน พราวรุ้งทำหน้าที่ตามที่ศิรินทิพย์ขอไว้ ท่ามกลางความสับสนและความรู้สึกผิด เธอไม่กล้าแม้แต่จะสบตาชายตรงหน้า หัวใจเหมือนจะร้องไห้ในทุกลมหายใจ
เวลาผ่านไปอย่างเชื่องช้า พราวรุ้งค่อย ๆ ขยับตัวลุกขึ้น เสียงนาฬิกาโบราณในห้องตีบอกเวลาหลังเที่ยงคืนไปแล้ว เธอรีบเก็บเสื้อผ้าเรียบร้อย และเดินออกจากห้องหออย่างแผ่วเบา ราวกับไม่อยากทิ้งร่องรอยใดเอาไว้ ประกาศิตขยับตัวเล็กน้อย แต่ยังคงหลับตา เขาไม่รู้เลยว่าคนที่เพิ่งจากไปไม่ใช่ภรรยาที่เขาแต่งงานด้วย แต่เป็นหญิงสาวอีกคนหนึ่ง ที่จะเปลี่ยนชีวิตเขาไปตลอดกาล
แสงแรกของเช้าวันใหม่ลอดผ่านผ้าม่านสีอ่อน เสียงนกกระจิ๊บเบา ๆ ข้างหน้าต่างปลุกให้บ้านหลังใหญ่เริ่มมีชีวิตชีวาขึ้นมาอีกครั้ง
เช้าวันนั้นที่โต๊ะอาหารใหญ่ กลิ่นข้าวต้มร้อน ๆ ลอยหอมอบอวล ประกาศิตเดินลงบันไดด้วยท่าทีสบาย ๆ ใบหน้ายังสดใสเช่นเคย เขาทักทายคนรับใช้ที่กำลังจัดโต๊ะด้วยรอยยิ้ม
“อรุณสวัสดิ์ครับทุกคนหอมเชียว ใครทำข้าวต้มเช้านี้ครับ”
“พราวรุ้งทำค่ะคุณใหญ่” แม่บ้านสูงวัยเอ่ยตอบ
“อย่างนี้ต้องเบิ้ลสองชามเลยสิ เพราะหอมมากเชียว” เขาพูดขำ ๆ ก่อนจะนั่งลงที่หัวโต๊ะ รับรู้ว่าศิรินทิพย์ขอให้หญิงสาวสองคนตามมารับใช้ที่นี่ เพราะกลัวจะเหงา ทั้งพี่เลี้ยงอย่างพิมพ์ลดาและเด็กในบ้านอย่างพราวรุ้งที่เขารู้จักทั้งสองมานานหลายปีแล้วเช่นกัน
ไม่นานศิรินทิพย์ก็เดินเข้ามาในชุดเรียบหรู ใบหน้าสงบเสงี่ยมตามแบบฉบับคุณหนู เธอนั่งลงฝั่งตรงข้ามเขา สายตาที่มองสามีทั้งเกร็งทั้งประหม่า แต่ประกาศิตไม่ทันสังเกต เขาคิดว่าจะใช้ชีวิตอยู่กับเธอแบบพี่น้อง แล้วค่อยหย่าขาด แต่เมื่อคืนมีความสัมพันธ์ต่อกัน ดังนั้นจึงต้องเปลี่ยนเป็นการรับผิดชอบแทน
“กินเยอะๆ นะครับ” เขาเอ่ยกับภรรยาคนสวย
ศิรินทิพย์ชะงักเล็กน้อย ก่อนฝืนยิ้มบาง
“ขอบคุณค่ะพี่ใหญ่”
“งานเมื่อวานเหนื่อยมาก วันนี้ให้พักผ่อนไปก่อน แล้วค่อยไปไหว้คุณพ่อคุณแม่กัน” เขายิ้มเอ็นดูให้ภรรยาคนสวย
บรรยากาศยามเช้าบนโต๊ะอาหารเหมือนจะราบรื่น ทว่าในอกศิรินทิพย์กลับเต้นระส่ำ เธอวางช้อนลงช้า ๆ แล้วเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบแต่หนักแน่น
