บท
ตั้งค่า

เดินเท้าเข้าเมือง

ฝูหยางเมื่อคิดตามก็อดเห็นด้วยกับพี่สาวไม่ได้ “แล้ว...ท่านจะให้ข้าเข้าเรียนที่สำนักศึกษาจริงหรือขอรับ”

“จริงสิ หยางเออร์ เจ้าเองก็เพิ่งจะบอกว่าโสมแดงมีค่ามากนัก ข้าจะแบ่งเงินให้เจ้าเรียนมิได้เลยหรือ เจ้าเองก็อย่าได้นำเรื่องที่พบโสมแดงไปบอกผู้ใดเล่า”

“ข้ารู้แล้วขอรับ” เขาเองก็ไม่อยากให้ท่านย่ามาแย่งโสมแดงที่เป็นความหวังไปเช่นกัน

หนิงอันให้ฝูหยางไปล้างตัวก่อน ส่วนนางเข้าครัวไปเตรียมอาหารเย็น เนื้อที่เถียนซีโหยว่นำมาแบ่งให้พอลงไปอยู่ในท้องของสองพี่น้องแล้ว ความขุ่นเคืองที่ฝูหยางมีต่อเถียนซีโหยว่ก็หายไปจนสิ้น

คืนนั้นสองพี่น้องเข้านอนในห้องเดียวกันเหมือนตอนที่อยู่ในเรือนตระกูลฝู อย่างแรกเป็นเพราะความเคยชิน อย่างที่สองเพราะกลัวว่าจะมีคนเข้ามาขโมยโสมแดงที่เพิ่งจะได้มา

“ท่านพี่ พรุ่งนี้ท่านจะนำโสมไปขายหรือไม่ขอรับ”

“อืม ไปขายเลย จะได้มีเงินมาซื้อของเข้าเรือน”

“แล้ว...ท่านมีเงินขึ้นเกวียนวัวหรือขอรับ”

หนิงอันที่หลับตาเตรียมนอนแล้ว ลืมตาขึ้นมามองเพดานห้องทันที “คงต้องเดินเท้าเข้าเมือง”

“ข้าเคยได้ยินพี่จ้านพูด นั่งเกวียนเข้าเมืองก็ใช้เวลาถึงหนึ่งชั่วยาม หากเดินเท้าไม่ต้องเดินถึงสองชั่วยามเลยหรือขอรับ”

หนิงอันถอนหายใจออกมา นางพลิกตัวไปหาฝูหยาง “เจ้าเดินไม่ไหวอยู่ที่เรือนดีหรือไม่ พี่จะรีบไปรีบกลับ”

“ไม่ขอรับ ข้าเดินไหว” เขาเองไม่เคยเข้าเมืองมาก่อน ย่อมอยากจะติดตามพี่สาวไปด้วย ต่อให้ต้องเดินจนเท้าพองก็ตาม

“หากเดินไม่ไหวก็หยุดพักเสียก่อนค่อยเดินต่อ หากกลับหมู่บ้านไม่ทันเกวียนเที่ยวสุดท้ายก็นอนพักในเมืองก็สิ้นเรื่อง”

“จริงด้วยขอรับ” ฝูหยางยิ้มกว้าง

“รีบนอนได้แล้ว พรุ่งนี้ต้องตื่นก่อนฟ้าสว่างจะได้รีบเข้าเมือง” นางขยี้ผมน้องชายด้วยความเอ็นดู

ฟ้ายังไม่ทันสว่างสองพี่น้องก็ลุกขึ้นมาเตรียมตัวออกเดินทางเข้าเมืองแล้ว หนิงอันนางนวดแป้งทิ้งไว้ตั้งแต่เมื่อคืนเพื่อทำหมั่นโถวเอาไว้กินกลางทาง พอฟ้าเริ่มมีแสงร่ำไร หนิงอันก็แบกตะกร้าขึ้นหลังพาฝูหยางเดินไปหน้าหมู่บ้าน

ชาวบ้านที่ไม่ต้องการเสียเงินนั่งเกวียนหลายคนก็เริ่มพากันออกเดินเข้าเมืองเช่นกัน พอเห็นสองพี่น้องแบกตะกร้าเดินมา ต่างก็พากันถามอย่างเป็นห่วง เพราะรู้เรื่องที่เด็กทั้งสองย้ายกลับไปอยู่กันเองตามลำพังแล้ว

“อันเออร์ หยางเออร์ พวกเจ้าจะเข้าเมืองกันหรือ” ป้าจวงกับสามีมักจะนำสมุนไพรหรือของป่าเข้าไปขายในเมืองเป็นประจำ ทั้งสองก็ไม่ต้องการเสียค่าเกวียนวัวแม้จะเพียงแค่สองอิแปะ แต่เลือกที่จะเดินเท้าแทน

“เจ้าค่ะ ข้าจะนำผักป่าที่หาได้เมื่อวานไปขายในเมือง ไม่รู้ว่าจะขายได้หรือไม่” ยังดีที่เมื่อวานเก็บผักป่าติดมือกลับมาด้วยไม่น้อย วันนี้จึงได้นำมาวางทับด้านบนเพื่อตบตาผู้อื่น

“ไหนข้าดูหน่อย” ป้าจวงเดินเข้ามาดูผักในตะกร้า แต่มิได้รื้อไปจนถึงด้านล่าง “ขายได้ เดินไปพร้อมพวกข้าเลยก็แล้วกัน”

“ขอบคุณเจ้าค่ะ” สองพี่น้องรีบเดินตามกลุ่มคนไปด้วยความยินดี

เถียนซีโหยว่ คิดจะเข้าเมืองนำโสมแดงไปขายเช่นกัน ตัวเขาบอกกล่าวมารดา หาข้าวหายาให้กิน ก็รีบไปที่เรือนของหนิงอัน แต่เมื่อไปถึงร้องเรียกอยู่นานก็ไม่เห็นว่าสองพี่น้องจะออกมา

มีชาวบ้านที่เห็นสองพี่น้องเดินทางเข้าเมือง ผ่านมาเห็นเถียนซีโหยว่ร้องเรียกอยู่หน้าเรือนก็เดินเข้ามาหาเขา

“อาโหยว่ เจ้ามาหาอันเออร์ หยางเออร์หรือ”

“ขอรับ”

“มิอยู่ที่เรือนหรอก สองพี่น้องเดินเท้าเข้าเมืองตั้งแต่ฟ้าเพิ่งสว่างแล้ว”

“ไปแล้วหรือขอรับ” เขาลืมนึกไปว่าทั้งสองคงไม่มีเงินขึ้นเกวียนวัว จึงได้รีบเดินเท้าเข้าเมือง หากเขาคิดได้ตั้งแต่เมื่อวาน คงบอกให้สองพี่น้องรอเข้าเมืองพร้อมเขาแล้ว “ขอบคุณมากขอรับ”

“เจ้าเองก็คงจะเข้าเมืองกระมัง รีบไปเถิดเกวียนวัวเที่ยวแรกจะออกแล้ว”

“ขอรับ” เขาก้มหัวเล็กน้อยแล้วรีบเร่งฝีเท้าออกเดิน

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel