ตนเองขโมยโชควาสนาของผู้อื่น
หนิงอันกับฝูหยางออกเดินได้ไม่ถึงหนึ่งชั่วยามก็เริ่มเดินไม่ไหวแล้ว “ท่านป้า ท่านลุง พวกท่านเดินไปก่อนเลยเจ้าค่ะ หากรอพวกข้า ท่านจะเสียเวลาเอาไว้”
“เช่นนั้น...รีบตามมาก็แล้วกัน” ป้าจวงเองก็ไม่อาจเสียเวลาได้ ของที่นางนำมาขาย ชาวบ้านคนอื่นก็นำมาขายเช่นกัน หากไปช้านางคงไม่อาจขายได้
หนิงอันพาฝูหยางหลบเข้าไปนั่งใต้ต้นไม้ข้างทางเพื่อพักเหนื่อย นางนำน้ำออกมาส่งให้น้องชายดื่มก่อนจะรับมาดื่มต่อ
“เท้าเจ้าเป็นเช่นใดบ้าง” นางมองไปที่เท้าของฝูหยางอย่างเป็นกังวล
“ยังทนได้ขอรับ” แม้จะเริ่มเจ็บปวดแล้ว แต่เขาก็ไม่อยากเป็นตัวถ่วงให้พี่สาวของตน
หนิงอันเองก็เริ่มเจ็บแล้วเช่นกัน แม้จะเคยเดินขึ้นเขา ทำงานอยู่เป็นประจำ แต่ก็ยังไม่เคยต้องเดนมากถึงเพียงนี้ รองเท้าฟางที่สวมใส่ก็แทบจะป้องกันหินกรวดตามทางไม่ได้ ทำให้ถูกทิ่มแทงจนเป็นแผลไม่น้อยเลย
“อีกเพียงครึ่งทางเท่านั้น หากเจ้าไม่ไหวพี่จะแบกเจ้าเอง”
“มะ ไม่ต้องขอรับ” พี่สาวก็เหนื่อยและเจ็บเท้า เขาจะยอมให้นางแบกได้อย่างไร “ข้าหายเหนื่อยแล้ว รีบเดินกันต่อเถิดท่านพี่”
“อืม ไปกันเถิด”
ทั้งสองเริ่มออกเดินได้ไม่นาน เกวียนวัวที่เพิ่งวิ่งผ่านเลยไปก็หยุดลงทันที เถียนซีโหยว่รีบลงมาวิ่งเข้ามาหาสองพี่น้อง
“ข้าไปหาพวกเจ้าที่เรือน แต่พวกเจ้าออกมาก่อน รีบไปขึ้นเกวียนวัวเถิด ข้าจ่ายเงินซื้อที่นั่งเอาไว้ให้พวกเจ้าแล้ว”
“เออ...ขอบคุณมากเจ้าค่ะ” หนิงอันปฏิเสธไม่ลง นางเองก็ไม่อยากจะเดินแล้ว ทั้งยังสงสารน้องชายอีกด้วย จึงรีบตามเถียนซีโหยว่ไปขึ้นนั่งเกวียน
ชาวบ้านที่อยู่บนเกวียนรู้ตั้งแต่แรกแล้วว่าเถียนซีโหยว่ซื้อที่นั่งเอาไว้ให้สองพี่น้องบ้านรองฝู จึงขยับที่นั่งให้ทั้งสองอย่างเต็มใจ แล้วเอ่ยพูดคุยสอบถามว่านำสิ่งใดเข้าไปขาย
ฝูหยางนั่งเกวียนวัวได้ไม่นานก็พิงหนิงอันหลับไป เถียนซีโหยว่ที่นั่งอยู่ด้านข้างของฝูหยางจับตัวของเขาให้มาพิงตัวเอง “เจ้าเองก็พักสักหน่อยเถิด ถึงเมืองแล้วข้าจะเรียก”
“ขอบคุณเจ้าค่ะ” หนิงอันยิ้มบางขอบคุณเขา แล้วนางก็หลับตาพักตามน้องชายไป
ไม่นานเกวียนวัวก็มาหยุดลงที่หน้าประตูเมือง “ถึงแล้ว” เถียนซีโหยว่เขย่าเรียกฝูหยางและร้องบอกหนิงอัน
“อือ...” หนิงอันบิดขี้เกียจ จัดทรงผมของนางให้เข้าที่ แล้วตามฝูหยางกับเถียนซีโหยว่ลงจากเกวียนวัว
เถียนซีโหยว่เดินเข้าไปจ่ายค่าผ่านประตูเมืองให้ทั้งสามคน พอเดินกลับมาหนิงอันนางเลยก้มหัวขอบคุณเขา “ประเดี๋ยวข้าได้เงินมา ข้าจะคืนให้เจ้าค่ะ”
“ไม่ต้อง เงินไม่กี่อิแปะจะนับเป็นอันใด เมื่อเทียบสิ่งที่เจ้าให้ข้า ไปเถิด...ข้าจะพาไปโรงหมอ”
หนิงอันยิ้มแห้ง นางรู้อยู่แก่ใจดีว่าตนเองขโมยโชควาสนาของผู้อื่น แต่ปากท้องของนางและฝูหยางก็สำคัญ เถียนซีโหยว่เข้าเมืองมาซื้อยาให้มารดาบ่อยครั้ง เขาย่อมรู้ดีว่าโรงหมอใดที่ให้ราคายุติธรรมที่สุด
เดินมาได้หนึ่งก้านธูป ก็มาถึงโรงหมอขนาดกลาง ที่มีชาวบ้านเดินเข้าออกนำสมุนไพรมาขาย และมาหาหมอ เสี่ยวเอ้อหน้าร้านที่ยืนต้อนรับลูกค้า เดินเข้ามาหาเถียนซีโหยว่ทักทายเขาอย่างสนิทสนม
“บัณฑิตเถียน รับเหมือนเดิมใช่หรือไม่ขอรับ”
เขาส่ายหน้าเล็กน้อย “ไม่ วันนี้ข้ามีสมุนไพรมาขาย ช่วยแจ้งหลงจู๊ให้หน่อย” เถียนซีโหยว่เปิดห่อผ้าในตะกร้าออกเล็กน้อย เพื่อให้เสี่ยวเอ้อได้เห็นของที่อยู่ด้านใน พอเห็นว่าเป็นโสมแดงต้นใหญ่ ก็รีบร้อนเข้าไปแจ้งหลงจู๊ตามที่เถียนซีโหยว่บอกทันที
ไม่กี่ชั่วอึดใจ หลงจู๊ก็ออกมาต้อนรับเถียนซีโหยว่ด้วยตนเอง สองพี่น้องจึงได้เดินตามเข้าไปด้วย หลงจู๊เห็นก็จ้องมองสองพี่น้องด้วยความสงสัย
“แม่นางฝูกับน้องชายก็มีมาขายเช่นกัน”
หลงจู๊ยิ้มกว้างมองสองพี่น้อง “เช่นกันก็เชิญทางด้านนี้” หลงจู๊เดินนำทั้งสามไปที่ห้องรับรองด้านใน เขายังร้องสั่งให้คนงานในโรงหมอหาน้ำชาของว่างมารับรองทั้งสามอีกด้วย
