นังเด็กสารเลวจะฆ่าข้าแล้ว
หนิงอันกลอกตาอย่างเบื่อหน่าย ประโยคพวกนี้นางล้วนแต่ฟังจนชินชา “ข้าย่อมจดจำได้ว่า ท่านย่าให้ข้าวน้ำพวกข้าสองพี่น้องในแต่ละวันน้อยนิดเพียงใด หากเทียบกับข้าและน้องชาย ต้องตื่นมาเตรียมอาหารให้คนทั้งเรือน ไหนจะต้องไปหาหญ้ามาให้หมูให้ไก่ก่อนจะได้กินข้าว กลับมาก็แทบไม่เหลือสิ่งใดไว้ให้กิน เสื้อผ้าของคนทั้งเรือนก็เป็นข้าที่ต้องขนไปซัก” นางแบมือที่เริ่มด้านยื่นไปตรงหน้าของนางถงซื่อ จนนางเผลอถอยหลังด้วยความตกใจ
“ดี ดี...วันนี้ข้าจะตีเจ้าให้ตาย กล้าเถียงข้าเลยหรือ!!!” นางมองหาไม้ที่หนิงอันโยนทิ้งไป
แต่หนิงอันไวกว่า นางวิ่งไปหยิบไม้มาถือไว้ในมือ “หากท่านจะตีข้าจนตาย เช่นนั้นข้าก็ขอสู้ตาย”
“สวรรค์!!! นังเด็กสารเลวจะฆ่าข้าแล้ว” นางร้องโวยวายเสียงดัง
จนคนภายในเรือนต้องออกมาดู ฝูกุ้ยขยี้ผมอย่างหงุดหงิด เมื่อต้องลุกขึ้นมาก่อนเวลาที่ตนจะต้องตื่น ฝูเจาออกมายังสวมเสื้อผ้าไม่เรียบร้อย แต่พอเห็นหนิงอันนางถือไม้ชี้หน้านางถงซื่อ และจับน้องชายของตนเอาไว้ด้านหลัง ก็รีบวิ่งเข้าไปสอบถามทันที
“มันเกิดเรื่องใดขึ้น อันเออร์ เจ้าจะตีย่าของเจ้าหรือ”
หนิงอันหันไปมองท่านปู่ที่พอจะมีความเมตตาต่อนางและน้องชายอยู่บ้าง “ข้าไม่ได้คิดจะตีท่านย่าเจ้าค่ะ แต่ท่านย่าตีหยางเออร์ ทั้งๆ ที่เขาไม่ได้ผิดอันใด ทั้งยังจะตีข้าจนตาย พอข้าพูดเรื่องจริง”
“เรื่องจริงอันใดของเจ้ากัน!!! นังเด็กสารเลวทั้งสองคนมันขี้เกียจไม่ยอมลุกไม่ทำงาน ข้าก็ต้องสั่งสอนมันอย่างไรเล่า”
“ท่านเข้าไปดูในครัวก่อนจะพูดว่าข้าไม่ได้ทำอันใด ในเมื่อจ้านเออร์ที่โตกว่าหยางเออร์นอนจนฟ้าสว่างได้ เหตุใดข้าจะให้น้องชายข้านอนต่อบ้างไม่ได้ ข้าเองก็ลุกขึ้นมาทำงานแทน ท่านใช้งานข้ากับหยางเออร์ราวกับทาส แต่พี่หญิงใหญ่และจ้านเออร์ ท่านปล่อยให้อยู่ราวกับคุณหนูคุณชาย ทั้งสองเป็นหลานของท่าน แล้วข้ากับหยางเออร์มิใช่หรือ”
นางถงซื่อโกรธหนิงอันจนตัวสั่นที่ต่อว่านางให้อับอายจึงได้พุ่งตัวเข้ามาตบใบหน้าของหนิงอันเต็มแรง แม้นางจะถือไม้เอาไว้ในมือ แต่ไม่ได้ตอบโต้กลับไป ด้วยรู้ดีว่าหากนางลงมือกับผู้อาวุโสผลที่ออกมาจะเลวร้ายเพียงใด
“พี่สาว!!!” ฝูหยางรีบเข้ามาดูใบหน้าของหนิงอันทันที
หนิงอันดันตัวน้องชายให้ไปอยู่ด้านหลังตามเดิม นางเช็ดเลือดที่ไหลออกมาจากมุมปากอย่างเย็นชา “ต่อให้ข้าทำงานจนตาย ท่านก็ไม่เคยมองข้าเป็นหลานเช่นนั้น ข้าสองพี่น้องก็จะกลับไปใช้ชีวิตอยู่ที่เรือนท้ายหมู่บ้านกันตามลำพัง” นางดึงมือน้องชายจะเข้าไปเก็บของ
เสียงร้องของถงเจินก็ดังห้ามขึ้นมาเสียก่อน “ไม่ได้!!! เจ้าจะไปอยู่กันเช่นใด เป็นเพียงเด็กน้อยสองคน บิดามารดาก็ไม่รู้ว่าเป็นตายเช่นใด อยู่ที่นี่ยังมีท่านปู่ ท่านย่า และท่านลุงของเจ้าช่วยดูแล” นางยิ้มเอาใจหนิงอันและฝูหยาง ที่ตอนนี้ถอยห่างไปหลายก้าว เมื่อเห็นนางถงเจินเดินเข้ามาหา
“หึ ท่านกลัวว่าต้องทำงานเรือนทั้งหมดเองหรือถึงได้รั้งข้าสองพี่น้องเอาไว้ แต่ท่านไม่ต้องกลัว...ท่านมีบุตรสาวคอยช่วย ไม่เหนื่อยแน่เจ้าค่ะ” นางถงเจินและฝูจินเม่ยเขย่าแขนฝูกุ้ยให้ช่วยรั้งสองพี่น้องเอาไว้
“ป้าสะใภ้เจ้าพูดถูก เจ้าจะไปอยู่กันตามลำพังได้อย่างไร อยู่ที่นี่ต่อเถิด ท่านแม่...ท่านก็อย่าได้ไปทุบตีอันเออร์ หยางเออร์อีกเลยขอรับ”
