บท
ตั้งค่า

อย่าได้เผยอีกด้านออกมาเล่า

หนิงอันยิ้มเยาะออกมา “ข้าไม่ไปก็ได้เจ้าค่ะ แต่ต่อไปข้าจะไม่ลุกขึ้นไปทำอาหารให้คนทั้งเรือนแล้ว ข้าจะยอมทำให้เพียงท่านย่าและท่านปู่เท่านั้น ส่วนเสื้อผ้าก็เช่นกัน ของผู้ใดก็ซักกันเอาเอง”

“ท่านย่า หากน้องรองอยากให้ข้าลุกขึ้นมาช่วยงาน นางน่าจะบอกข้าดีๆ ไม่ควรทำให้เป็นเรื่องใหญ่ให้ท่านปู่ ท่านย่าต้องหนักใจเช่นนี้” ฝูจินเม่ยรีบเข้ามากอดแขนนางถงซื่ออย่างออดอ้อน

“เด็กดีของย่า จะไปเชื่ออันใดมัน หากมันจะอยู่ที่นี่ก็ต้องทำงานทั้งหมดเหมือนเดิม ย่าไม่มีทางยอมให้เจ้าต้องทำงานหนักแน่” นางมองหลานสาวคนโตของนางอย่างรักใคร่ เลี้ยงดูมาอย่างดี หวังว่าจะได้แต่งเข้าตระกูลร่ำรวยส่งเงินกลับมาช่วยบ้านเดิมให้ไม่ลำบาก

หนิงอันส่ายหัวอย่างเหนื่อยใจ นางสร้างตัวละครฝูจินเม่ยขึ้นมาเอง พอมาถูกนางเสแสร้งใส่ก็อดที่จะโมโหไม่ได้เช่นกัน “ท่านปู่ ท่านก็คิดเหมือนท่านย่าและคนอื่นในเรือนใช่หรือไม่ ที่เห็นเพียงข้าสองพี่น้องเป็นทาสในเรือน” นางมองไปทางฝูเจาอย่างตัดพ้อ

“ตาเฒ่า!!! เจ้าหุบปากของเจ้าไปเลย หากมันไม่ยอมทำงาน ข้าไม่ยอมให้มันอยู่อย่างแน่นอน” ฝูจินเม่ยและมารดาของนางมองนางถงซื่ออย่างร้อนใจ

หนิงอันดึงตัวฝูหยางให้ขึ้นมายืนข้างนาง พอนางก้มหัวลง ฝูหยางก็รู้ได้ทันทีว่าพี่สาวคิดสิ่งใด เขาจึงรีบทำตาม “ข้ากับหยางเออร์ ขอบพระคุณที่พวกท่านเมตตาให้ที่อยู่อาศัย ให้อาหารประทังชีวิต แม้จะเป็นเงินที่ได้มาจากบิดามารดาข้าทิ้งเอาไว้ก็ตาม แต่ต่อจากนี้ข้าสองพี่น้องขอกลับไปใช้ชีวิตลำบากกันสองคน โดยไม่คิดจะกลับมารบกวนพวกท่านอีก แม้จะต้องอดตายเจ้าค่ะ”

ฝูกุ้ยขมวดคิ้วกับความดื้อรั้นของหนิงอัน นางถงเจินและฝูจินเม่ยกระวนกระวายที่ต้องสูญเสียคนใช้ของตนไป ฝูเจาถอนหายใจออกมาอย่างปลงตก ที่ตนเองไม่อาจทำสิ่งใดได้และไม่รู้ว่าจะต้องพูดเช่นใดออกมา เพราะทุกอย่างล้วนเป็นภรรยาของตนออกความคิดทั้งสิ้น

นางถงซื่อถ่มน้ำลายมาตรงเท้าของสองพี่น้อง “ดี ข้าก็อยากรู้ว่าพวกเจ้าจะอยู่รอดไปได้กี่วัน อากุ้ยไปตามท่านผู้นำหมู่บ้านมา ประเดี๋ยวนังเด็กสารเลวจะนำไปพูดได้ว่าพวกเราเป็นคนไล่นาง ให้ชาวบ้านได้รับรู้ว่ามันต้องการจะไปเอง ต่อไปเกิดอดตายขึ้นมา จะได้ไม่มีผู้ใดกล่าวโทษข้า ไปสิ!!!” นางตวาดสั่งบุตรชาย จนเขาต้องรีบวิ่งไปเรียกผู้นำหมู่บ้านที่อยู่ห่างไปไม่กี่เรือนมาให้

ฝูจินเม่ยเห็นหนิงอันกำลังจะเดินกลับเข้าไปในห้องนอนของนาง ก็รีบเดินเข้ามาจับมือเอาไว้ “อันเออร์ ท่านย่าเพียงแค่พูดไปด้วยความโมโห มิคิดจะไล่เจ้าสองพี่น้องเช่นที่พูด เจ้าเองก็รู้นิสัยของท่านย่ามิใช่หรือ” นางยิ้มบางมองหนิงอัน

หนิงอันเอียงคออมยิ้มออกมา ก่อนจะขยับเข้าไปใกล้ใบหูจองฝูจินเม่ย “ข้าเองก็รู้นิสัยของเจ้าดี ต่อไปนี้...เตรียมตัวหน้าดำมือแตกได้เลย” นางถอยออกมาแล้วยิ้มหวานให้ฝูจินเม่ย ก่อนจะดึงมือของฝูจินเม่ยที่จิกเล็บเข้ามาในเนื้อของนางออก

“อย่าได้เผยอีกด้านออกมาเล่า ประเดี๋ยวพี่โหยว่ของเจ้ารู้แล้วเขาจะรับไม่ได้” หนิงอันชูมือที่มีรอยเล็บให้ฝูจินเม่ยดู ทั้งยังขยิบตาให้นาง แล้วพาตัวฝูหยางเข้าไปในห้องนอน

ฝูจินเม่ยได้แต่ยืนตัวสั่นไปด้วยความโกรธ แต่ไม่กล้าจะแสดงออกมาให้คนอื่นได้เห็น เป็นเช่นที่หนิงอันนางพูด เพราะคนอื่นล้วนแต่เคยเห็นด้านที่เรียบร้อยอ่อนหวานของนางเท่านั้น แต่ยังไม่เคยมีผู้ใดเห็นอีกด้าน

หนิงอันพอเข้ามาในห้อง นางก็สำรวจร่างกายของฝูหยางก่อน ว่าได้รับบาดเจ็บที่ใดบ้าง “ท่านพี่ ข้าไม่ได้เป็นอันใดมากขอรับ อีกอย่างข้าโตแล้วนะขอรับ” ฝูหยางดึงเสื้อผ้าที่ถูกหนิงอันเปิดดูอย่างเขินอาย

“หึ” หนิงอันดีดหน้าผากน้องชาย “เจ้ายังคิดเรื่องชายหญิงห้ามโดนตัวกันหลังจากอายุเจ็ดหนาวอยู่อีกหรือ แล้วที่เจ้านอนกอดข้าทุกคืนเล่า จะว่าเช่นใด” นางมองน้องชายอย่างหยอกล้อ

“ตะ ตอนนั้นข้าไม่รู้ตัว อีกอย่างเตียงเล็กเพียงเท่านี้ ข้าย่อมต้องถูกตัวท่าน จะเรียกว่ากอดได้อย่างไร”

“เอาเถิด ข้าไม่ล้อเจ้าแล้ว ให้พี่ดูหน่อย” ฝูหยางยอมเปิดเสื้อให้หนิงอันดู

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel