บท
ตั้งค่า

เหมือนกับนางขอรับ

ฝูหยางเห็นของว่างตรงหน้าก็ลอบกลืนน้ำลายลงคอ หนิงอันหยิบผ้ามาเช็ดมือให้น้องชายอย่างใส่ใจ “กินเถิด” ส่วนนางดื่มเพียงน้ำชาเพื่อดับกระหายเท่านั้น

ทุกการกระทำของหนิงอันถูกเถียนซีโหยว่จ้องมองเงียบๆ นิสัยของนางดูแตกต่างจากที่เขาได้รู้มามากนัก ฝูจินเม่ยคอยไปช่วยดูแลมารดาของเขาอยู่เป็นประจำ นางมักจะเล่าเรื่องของหนิงอันว่านางอยู่ในเรือนตระกูลฝูร้ายกาจเช่นใด เขาเองก็ยังเคยเห็นฝูหนิงอันลงมือตบตีสหายของฝูจินเม่ยอีกด้วย

เถียนซีโหยว่เพียงแค่เห็นฝูหนิงอันลงมือทำร้ายสหายของฝูจินเม่ย แต่เขาไม่รู้ว่าเหตุใดนางถึงต้องทำเช่นนั้น หากสหายของฝูจินเม่ยไม่ยั่วโมโหฝูหนิงอันก่อน พวกนางต่างก็รู้ว่าฝูหนิงอันชมชอบเถียนซีโหยว่ แต่ยังพูดยั่วนางว่าเถียนซีโหยว่ชมชอบฝูจินเม่ย กล่าวหาว่าฝูจินเม่ยคิดจะแย่งคนรักของพี่สาว โดยไม่ดูว่าตนเองมีสิ่งใดคู่ควรกับเถียนซีโหยว่หรือไม่

ทุกสิ่งก็เป็นบทปูทางที่หนิงอันนางเขียนเอาไว้ เพื่อให้ฝูหนิงอันถูกมองว่าเป็นตัวอิจฉา ให้เถียนซีโหยว่ได้บังเอิญผ่านมาเห็น เขาจะเข้าใจผิดก็ไม่แปลก

“ท่านพี่ พี่โหยว่ท่านก็กินด้วยกันเถิดขอรับ” ฝูหยางส่งของว่างให้ทั้งสองคน

“เจ้ากินเลยพี่มีหมั่นโถวที่เตรียมมา” หนิงอันล้วงห่อหมั่นโถวในตะกร้าขึ้นมาชูให้น้องชายดู

“อืม...เจ้ากินเถิด ข้าจะกินหมั่นโถวกับพี่สาวเจ้า”

หนิงอันเลิกคิ้วมองเถียนซีโหยว่อย่างแปลกใจ นางคิดว่าเขาเพียงพูดปฏิเสธฝูหยางเท่านั้น แต่เมื่อเขาเอื้อมมือมาหยิบหมั่นโถวในห่อผ้าไปกัดกิน นางก็ต้องอ้าปากค้างมองการกระทำของเขาอย่างไม่เข้าใจ

“เจ้าทำเองหรือ รสชาติดีไม่น้อย”

“หึ มีเพียงแป้งอย่างเดียว อันใดข้าก็ไม่ได้ใส่จะอร่อยเพียงนั้นได้อย่างไร” นางมองเขาอย่างมองคนโง่

“อ้อ...” เถียนซีโหยว่ยัดหมั่นโถวทั้งหมดเข้าไปในคำเดียว

หนิงอันกัดกินช้าๆ จนหมดลูก หลงจู๊ก็เข้ามาพร้อมกับท่านหมอเพื่อประเมินราคาโสมแดงทั้งสองหัว โสมแดงของหนิงอันแม้จะมีขนาดใหญ่กว่า แต่เพราะรากของมันขาดไปหนึ่งเส้นทำให้ราคาลดลงจนเกือบจะได้เท่ากับของเถียนซีโหยว่ที่หัวโสมแดงมีขนาดเล็กกว่า

“หากรากไม่ขาดไปหนึ่งเส้น ข้าคงเพิ่มราคาให้เจ้าได้มากกว่านี้” ท่านหมอถอนหายใจออกมาอย่างเสียดาย เพราะโสมแดงของหนิงอันมีอายุมากถึงห้าร้อยปี

“มิเป็นอันใดเจ้าค่ะ” นางเองก็พอเข้าใจว่าราคามันยอมลดลงเมื่อเกิดความเสียหาย

โสมแดงทั้งสองหัวได้เงินมากถึงสองพันตำลึงทอง ฝูหยางกับเถียนซีโหยว่ได้แต่นั่งอึ้งราวกับวิญญาณได้หลุดออกจากร่างไปแล้ว เหลือเพียงหนิงอันที่ยังคงพูดจากับหลงจู๊และท่านหมอได้

“ข้าจะให้หลงจู๊ไปนำเงินมาให้ อยากได้เป็นตั๋วเงินทั้งหมดเลยหรือไม่”

“ข้าขอเงินตำลึงสักห้าสิบตำลึงเงินเจ้าค่ะ ที่เหลือขอรับเป็นตั๋วเงินเจ้าค่ะ”

“ได้...แล้วเจ้าเล่าอาโหยว่ จะรับเป็นเช่นใด”

หนิงอันต้องเตะขาเถียนซีโหยว่ที่ยังไม่ได้สติ “เออ...เหมือนกับนางขอรับ” เขาไม่รู้ด้วยซ้ำว่าหนิงอันนางขอไปเช่นใด แต่ก็ไม่อยากทำให้ยุ่งยาก เพราะอย่างไรเงินที่ได้มา เขาต้องนำไปฝากไว้ที่โรงรับฝากเงินอยู่แล้ว

ไม่นานหลงจู๊ก็กลับมาพร้อมถุงเงินที่ใส่เงินด้านในไว้ถุงละห้าสิบตำลึงเงินและตั๋วเงินปึกใหญ่ส่งให้ทั้งสองคน

“หากพวกเจ้าหามาได้อีกก็นำมาขายได้ทุกเมื่อ” หลงจู๊ยิ้มกว้างมองทั้งสองคนอย่างยินดี

“เจ้าค่ะ/ขอรับ” หนิงอันดึงตัวน้องชายมาก้มหัวให้หลงจู๊ แล้วขอตัวกลับออกไป

เถียนซีโหยว่กอดตะกร้าที่ใส่ตั๋วเงินเอาไว้แน่น หนิงอันนางนำตั๋วเงินและถุงเงินทั้งหมดใส่ไว้ใต้ตะกร้าแล้วใช้ผักป่าคุมทับด้านบนเอาไว้ตามเดิม

“หากท่านยังคงทำตัวน่าสงสัย ประเดี๋ยวได้มีโจรมาแย่งชิงของในตะกร้าไปแน่” นางเดินเข้าไปกระแทกไหล่ของเถียนซีโหยว่ที่เดินด้วยความหวาดระแวง

“อ้อ...เข้าใจแล้ว เจ้า...ไม่ตกใจเลยหรือที่ขายได้มากเพียงนี้” เขาโน้มตัวเข้ามากระซิบถามเสียงเบา กลัวว่าจะมีคนได้ยิน

“ตกใจแล้วจะได้อันใด กลายเป็นเรียกโจรมากกว่า ข้าจะไปโรงรับฝากเงินท่านจะไปด้วยหรือไม่ หากไม่ไปบอกทางข้าหน่อยเถิดว่าอยู่ที่ใด”

“ไป ข้าไปด้วย เจ้าตามข้ามา”

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel