บท
ตั้งค่า

ข้าไม่ได้ขโมยนะเจ้าคะ

หนิงอันเกาแก้มเพื่อหาข้อแก้ตัวดีๆ “วันนี้ข้าโชคดีที่ออกมาจากเรือนตระกูลฝูได้ หากเปลี่ยนเส้นทางเดิน อาจจะพบเรื่องดีก็ได้ เจ้าอย่าได้ถามมาก ตามข้ามาเถิด ไม่มีอันตรายใดแน่นอนเชื่อข้า” นางจับมือน้องชายเอาไว้แน่น เพื่อให้เขาอุ่นใจ

สองพี่น้องเดินเข้าไปในป่าลึก หนิงอันนางอาศัยความจำจากนิยายที่นางเขียนเอาไว้ ว่าโสมป่าที่พระเอกของเรื่องจะต้องเป็นผู้พบเจออยู่ระหว่างต้นไม้ใหญ่สองต้นยืนเคียงข้างกัน แต่เดินเข้ามาไกลแล้วก็ยังไม่เห็นว่าจะมีต้นไม้ใหญ่สองต้นที่ว่าเลย

“ท่านพี่ พวกเราเข้ามาไกลแล้วขอรับ ท่านต้องการหาสิ่งใดกันแน่” ฝูหยางเดินต่อไม่ไหวแล้ว เขาทรุดตัวนั่งลงที่ก้อนหินข้างทาง

หนิงอันเองก็เหนื่อยเสียจนหอบตัวโยน นางทรุดตัวนั่งยองๆ อยู่ข้างน้องชาย “ข้าจำได้...ไม่ผิดแน่ เพียงแต่...ไม่รู้อีกไกลเพียงใด” นางพูดไปหอบไป

“เดินมาครึ่งวันแล้ว ข้าหิวแล้วขอรับ” ฝูหยางลูบท้องที่แบนราบของตน

“พักกินข้าวก่อน ประเดี๋ยวค่อยเดินต่อ”

สองพี่น้องช่วยกันหยิบห่อข้าวที่เตรียมมาออกมาจากในตะกร้าแล้วนั่งลงกินข้าวกลางวัน หนิงอันกินไปก็ทบทวนความจำไปด้วย ว่าก่อนที่จะไปเจอต้นไม้ใหญ่ต้องเจอสิ่งใดก่อน แล้วนางก็เหมือนคิดสิ่งใดได้ จนตบหน้าผากตนเองเสียงดัง ฝูหยางที่นั่งอยู่ใกล้มองพี่สาวอย่างไม่เข้าใจ

“ท่านตีตนเองเพื่ออันใดขอรับ”

“ข้าพาเจ้ามาผิดทาง หากขึ้นเขาทางด้านอีกฟากหนึ่งของหมู่บ้านจะเร็วกว่านี้ แต่นี่...” นางมองไปรอบๆ ตัว “มาทางนี้ก็ได้เหมือนกัน” เพียงแต่ต้องเดินไกลหน่อย

เพราะเถียนซีโหยว่พบเจอโสมแดง ที่ภูเขาทางฟากหลังเรือนของเขา หนิงอันนางขึ้นเขาที่หลังเรือนของนาง ย่อมต้องใช้เวลาเดินไกลกว่าแน่นอน

ฝูหยางถอนหายใจออกมา เขาไม่รู้ว่าพี่สาวยอมเดินเหนื่อยเพียงนี้เพื่อสิ่งใด แม้แต่ของกินข้างทางนางก็ไม่ยอมเก็บติดมือมาด้วย

“อิ่มแล้วก็ไปกันเถิด ประเดี๋ยวลงจากเขามืดเกินไป” หนิงอันพุ้ยข้าวคำสุดท้ายเข้าปาก แล้วเก็บข้าวของลงตะกร้าตามเดิม ฝูหยางเองก็รีบทำตาม เพราะไม่อยากลงจากเขาก่อนที่ฟ้าจะมืด

เดินมาได้อีกหนึ่งก้านธูป (ประมาณ30นาที) ต้นไม้ใหญ่ที่หนิงอันนางเขียนเอาไว้ในนิยายก็ปรากฏอยู่ตรงหน้า เพียงแต่...ไม่ไกลออกไป มีร่างของบุรุษที่มองไม่ชัดว่าเป็นผู้ใดกำลังเดินมาทางนี้เช่นกัน

“หยางเออร์ เจ้าไปขวางบุรุษผู้นั้นไว้ อย่าให้เขาเข้ามาทางต้นไม้สองต้นนี้เป็นอันขาด”

“เพราะอันใดเล่าขอรับ”

“ไม่มีเวลาแล้วเจ้ารีบไปเร็วเข้า” นางดันตัวน้องชายที่ยังคงยืนงงให้รีบออกเดิน

ฝูหยางเกาหัวอย่างไม่เข้าใจ แต่เขาก็รีบไปทำตามที่พี่สาวสั่งเอาไว้ หนิงอันนางไม่สนใจเสียงสนทนาของทั้งสองคน นางรีบมองหาโสมแดงที่นางเขียนถึงเอาไว้ทันที

และไม่นานนางก็พบว่ามันอยู่ต้องซอกก้อนหินใหญ่ข้างต้นไม้ หากไม่มองหาดีๆ ก็คงไม่เห็นถึงการมีอยู่ของมัน นางรีบนำที่ขุดที่เตรียมมาลงมือขุดโสมอย่างเบามือ

เสียงฝีเท้าสองคู่ที่เดินเข้ามาหาก็ไม่อาจเรียกความสนใจของหนิงอันไปได้ “ท่านพี่ เป็นพี่โหยว่ขอรับ”

โสมแดงในมือของหนิงอันที่กำลังจะขึ้นมาจากดินทั้งหัวอย่างสมบูรณ์ รากที่สวยงามของมันขาดออกไปเส้นหนึ่งเมื่อนางได้ยินนามของผู้มาเยือน

หนิงอันหันไปมองเถียนซีโหยว่ด้วยความตกใจ เหมือนว่านางกำลังขโมยของแล้วถูกผู้เป็นเจ้าของจับได้ ฝูหยางและเถียนซีโหยว่เห็นโสมแดงต้นใหญ่ในมือของนางก็ตกใจไม่น้อย

“เออ...ท่านเองหรือ” นางยิ้มแห้งออกมา

“ในมือเจ้า?” เถียนซีโหยว่ชี้มาที่โสมแดง

“ข้าไม่ได้ขโมยนะเจ้าคะ” นางร้องออกมาอย่างร้อนตัว

“ข้ายังไม่ได้กล่าวหาว่าเจ้าขโมยเลย แล้วเจ้ารู้หรือว่ามันคือสิ่งใด”

“ก็...โสมแดงอย่างไรเล่าเจ้าคะ”

“อืม...” เขามองนางอย่างสงสัย

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel