บท
ตั้งค่า

บทที่ 2.2

โต๊ะที่หญิงสาวนั่งอยู่เยื้องไปด้านหลังเสิ่นอิง ด้านหน้ายังมีพี่สาวนั่งอยู่อีกต่อหนึ่ง ทำให้มองเห็นเหล่าชาวยุทธ์ไม่ใคร่จะถนัดนัก ถึงอย่างนั้นจากหางตากลับมองเห็นกลุ่มชาวยุทธ์ในชุดสีขาวโดดเด่น นั่งรวมตัวกันอยู่ฝั่งซ้ายมือของจ้าวยุทธจักร

ลี่ชิงหย่าพยายามไม่หันไปมอง แต่ถึงอย่างนั้นกลับรับรู้ถึงสายตาคมที่มองมาเป็นระยะ ความคับข้องใจทำให้นางขมวดคิ้วครุ่นคิด จากนั้นจึงหันไปมองอย่างไม่อาจห้าม

เป็นอย่างที่คิดเยี่ยสวินผู้นั้นกำลังจ้องตรงมายังนางจริงๆ

“คุณหนูเจ้าคะ”

เสี่ยวเถาสังเกตเห็นผู้เป็นนายของตนกำลังนั่งสบตากับบุรุษผู้หนึ่ง ดังนั้นจึงกระซิบเตือนเสียงเบา ถึงตอนนี้ชาวยุทธ์หลายคนเองก็หันมาให้ความสนใจลี่ชิงหย่า ทั้งที่จุดซึ่งผู้เป็นนายของนางนั่งอยู่นั้นไม่สะดุดตาแต่อย่างใด

ลี่ชิงหย่ารีบก้มหน้าเพราะรับรู้ว่าตนกำลังตกเป็นเป้าสายตา ชาวยุทธ์หลายคนต่างก็หันมามองนางและเยี่ยสวินสลับกัน กระทั่งในที่สุดก็เริ่มซุบซิบด้วยท่าทีเป็นนัย

คิ้วเรียวขมวดมุ่นพร้อมกับหันมากระซิบเสี่ยวเถา “ข้าว่าเรานั่งอีกสักครู่แล้วค่อยแอบออกไปดีกันดีหรือไม่”

สายตาหลายคู่ทำให้นางหายใจไม่ออก ยิ่งเป็นดวงตาคมของเยี่ยสวินที่มองมายังนาง ราวกับว่าเขาพยายามอ่านทุกอย่างที่นางซุกซ่อนอยู่ นั่นยิ่งทำให้นางอึดอัด อยากไปจากตรงนี้ให้เร็วที่สุด

ในขณะเดียวกันนั้น เหวินหลานก็กระซิบเยี่ยสวินเสียงเบา “ศิษย์พี่ใหญ่ ท่านว่าสำนักเมฆหวนจงใจหรือไม่ ทำไมจึงให้แม่นางลี่ออกมาปรากฏตัวอย่างโจ่งแจ้งเช่นนี้”

เยี่ยสวินหรุบดวงตาลงมองจอกสุราในมือ “เรื่องที่คุณหนูลี่ส่งคนมาสืบประวัติคุณหนูอัน เจ้าสืบไปถึงไหนแล้ว”

“ข้าหาความเชื่อมโยงของพวกนางไปพบเลยขอรับ”

“น้อยคนนักจะล่วงรู้ว่าหลันเอ๋อร์รู้จักกับคุณหนูอัน เจ้าไม่คิดว่าเรื่องนี้ฟังดูแปลกหรอกหรือ คุณหนูลี่ที่ไม่เคยก้าวออกมาจากจีชาง กลับส่งคนมาสืบประวัติคนที่ไม่เคยรู้จัก อีกทั้งยังไม่ได้พยายามปกปิด ส่วนคุณหนูอันเพราะสุขภาพของนางอ่อนแอจึงไม่เคยออกจากเมืองเจียงเล่อ สองเดือนก่อนมีคนพบหลันเอ๋อร์ที่จีชาง บางทีสหายที่นางบอกว่าไหว้วานมาไหว้หลุมศพคุณหนูอัน อาจจะ...”

“หรือว่าเป็นศิษย์น้องเล็กหรือขอรับ”

เยี่ยสวินไม่ได้ตอบ สายตากลับเหลือบมองไปยังโต๊ะด้านหลังเสิ่นอิง กระนั้นทิศทางนั้นกลับว่างเปล่า ลี่ชิงหย่ากับสาวใช้ที่เคยนั่งอยู่หายไปแล้ว

หลังจากพี่สาวของนางมองด้วยสายตาเข้าอกเข้าใจ ลี่ชิงหย่าก็แอบออกมาจากงานชุมนุมเงียบๆ ได้สำเร็จ มองดูเสี่ยวเถาที่เพิ่งจะถอนหายใจด้วยความโล่งอก ลี่ชิงหย่าอดไม่ได้ที่จะหัวเราะออกมาเบาๆ

“คุณหนูวันนี้อากาศดีอีกทั้งยังไม่ดึกมาก ท่านอยากไปนั่งเล่นที่ศาลาแปดเหลี่ยมหรือไม่เจ้าคะ” สาวใช้ของสำนักเมฆหวนที่พี่สาวของลี่ชิงหย่าส่งมาดูแลกล่าวด้วยท่าทีนอบน้อม

หญิงสาวใคร่ครวญครู่หนึ่ง เพราะสำนักเมฆหวนการคุ้มกันแน่นหนา อีกทั้งศาลาแปดเหลี่ยมยังอยู่ลึกเข้าไปในหอหลัง ดังนั้นลี่ชิงหย่าจึงไม่จำเป็นต้องกังวลเรื่องคนนอก

“ก็ดีเหมือนกัน ข้ายังไม่ง่วง”

“เช่นนั้นคุณหนูจะรับชากับของว่างด้วยหรือไม่เจ้าคะ”

“ดีสิ เจ้าไปจัดการเถิดข้าจะพาคุณหนูไปรอที่ศาลา” เสี่ยวเถาตอบด้วยน้ำเสียงร่าเริง ทั้งสองเดินตรงไปยังศาลาแปดเหลี่ยมซึ่งตั้งอยู่ริมผา

กวาดสายตามองลงไปยังเนินเขาเบื้องล่าง แสงไฟริบหรี่จากเมืองเจียงเล่อ และแสงจันทร์สว่างไสว ก่อให้เกิดเป็นทัศนียภาพอันงดงามยามค่ำคืน

“คุณหนูนั่งได้ครู่เดียวนะเจ้าคะ ท่านยังต้องดูแลสุขภาพให้ดี ร่างกายอาจยังไม่อาจปรับตัวกับที่นี่”

“ข้ารู้แล้วเจ้าไม่ต้องกังวล”

แกร็ก!!!

เสียงบางอย่างดังมาจากอีกฝั่งของศาลา ทำให้หญิงสาวชะงัก เสียงนั้นเหมือนหินกระทบกับขอบผา กระทั่งร่วงหล่นลงไปยังเบื้องล่าง นางกับสาวใช้หันไปสบตากัน จากนั้นลี่ชิงหย่าก็เดินไปยังจุดดังกล่าว

“คุณหนู” เสี่ยวเถารู้สึกกังวลขึ้นมาโดยไม่ทราบสาเหตุ
ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel