บท
ตั้งค่า

บทที่ 1.3

เมื่อมีโอกาสได้อยู่ตามลำพัง ลี่ชิงหย่าคลี่กระดาษใบหนึ่งออกอ่าน ในนั้นมีเรื่องราวทุกอย่างที่นางอยากรู้เกี่ยวกับอันหรูเซียง คุณหนูใหญ่ตระกูลอันที่สิ้นลมตั้งแต่เดือนที่แล้ว หากจะนับดูก็เป็นช่วงที่นางเริ่มฝันถึงอีกฝ่ายนั่นเอง

อันหรูเซียงผู้นี้ร่างกายอ่อนแอตั้งแต่ยังเด็ก อันชางเฉิง พี่ชายของหญิงสาว เป็นหนึ่งในศิษย์ของสำนักกระบี่วายุ หนึ่งในสามสำนักใหญ่แห่งหานซาน นางหมั้นหมายกับหม่าฟู่อวี้ และกำลังจะมีงานมงคล กระทั่งล้มป่วยและสิ้นใจไปในที่สุด

“หากข้ารู้ว่าจอมยุทธ์หญิงผู้นั้นคือใครก็คงง่ายกว่านี้”

นางพึมพำพร้อมกับลุกขึ้นเหม่อมองออกไปนอกหน้าต่าง นึกถึงประโยคที่เจ้าอาวาสจากวัดนอกเมืองจีชางกล่าว หัวใจของนางสงบลงมาก

‘ทุกคนเกิดมาล้วนมีกรรมเป็นตัวกำหนดชะตา วันนี้สามารถหลีกเลี่ยงได้ วันหน้าก็ต้องพานพบ มีเหตุย่อมมีผล ไร้เหตุย่อมไร้ผล’

“เอาเถิด ข้าเองก็อยากรู้ว่าเพราะอะไรข้าจึงเห็นในสิ่งที่ผู้อื่นไม่เห็น”

นางสังเกตมาตั้งแต่แรกเริ่มที่เกิดเรื่องแปลกๆ ขึ้น เพราะตนไม่ได้มองเห็นเงาแห่งความตายของทุกคน แต่เฉพาะบางคนเท่านั้น ราวกับมีใครกำหนดเอาไว้แล้ว

หากมีบางอย่าง หรือใครบางคน กำหนดให้นางสามารถมองเห็นภาพเหล่านั้น ตอนนี้นางก็ได้แต่พยายามหาคำตอบแล้วว่าทำไมนางจึงถูกดึงเข้ามาเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้

เช้าวันต่อมาลี่ชิงหย่าได้มีโอกาสเข้าไปคารวะเสิ่นอิงและเสิ่นซี นั่นยิ่งตอกย้ำให้นางตระหนักถึงความสำคัญของพี่สาวในสำนักเมฆหวน

เสิ่นอิงมีฮูหยินสองคนก็จริง หากแต่ทั้งสองล้วนสุขภาพร่างกายไม่แข็งแรง และไม่เคยยุ่งเกี่ยวกับเรื่องในยุทธภพ ดังนั้นหลังจากเสิ่นซีแต่งฮูหยิน เรื่องราวในเรือนหลังทั้งหมดจึงมีลี่หลันเยว่ดูแลแต่เพียงผู้เดียว

เรื่องงานเลี้ยงและการชุมนุมในสำนักเมฆหวน ลี่ชิงหย่าหาได้ใส่ใจมากนัก เพราะลึกๆ แล้วจะอย่างไรนางก็ยังคิดว่านั่นหาใช่โลกที่นางคุ้นเคยไม่

โลกของเหล่ายอดฝีมือและการฝึกยุทธ์ ไม่ใช่เรื่องที่สตรีธรรมดาเช่นนางจะพาตัวเองเข้าไปข้องเกี่ยว ดังนั้นนางจึงขออนุญาตผู้เป็นพี่สาว เข้าไปเดินเที่ยวเล่นยังตลาดเมืองเจียงเล่อ ทั้งนี้จุดประสงค์ก็เพื่อเข้าไปสืบความเป็นไปของอันหรูเซียงเพิ่มเติม

ลี่หลันเยว่มอบคนของสำนักเมฆหวนมาคุ้มกันนางสองคน ดังนั้นเรื่องการหาสุสานตระกูลอันจึงไม่ยาก เพราะทันทีที่นางอ้างว่าสหายของนางในจีชางรู้จักอันหรูเซียง ทั้งยังไหว้วานให้นางมาไหว้หลุมศพสักครั้ง คนทั้งสองก็รีบช่วยเหลือพานางมายังสุสานดังกล่าวทันที

มองดูสุสานตระกูลอันที่นางเพิ่งเคยมาเป็นครั้งแรก ทุกอย่างกลับไม่ได้แปลกตา เพราะนางเคยเห็นที่แห่งนี้มาก่อน

ป้ายวิญญาณที่ยังคงใหม่ บอกชัดว่าสิ่งที่นางเห็นนั้นคือความจริง ในความฝันอันหรูเซียงยืนอยู่ข้างป้ายวิญญาณนั้น มองนางด้วยดวงตาขอร้อง

“วางใจเถิดนะ ข้าจะลองทำทุกอย่างที่ข้าสามารถทำได้ แต่จะสำเร็จหรือไม่นั้นก็แล้วแต่ฟ้าดินเถิด ที่สำคัญหากอยากให้ข้าช่วยจริง อย่างน้อยก็บอกสักนิดว่าข้าควรทำเช่นไรจึงจะช่วยจอมยุทธ์หญิงผู้นั้นได้”

หลังจากคนคุ้มกันของสำนักเมฆหวนพาลี่ชิงหย่าจากไป คนกลุ่มหนึ่งกลับก้าวออกมาจากที่ซ่อนตัว พวกเขาทั้งหมดล้วนแต่งกายด้วยชุดคลุมยาวสีขาวสะอาดตา ในมือมีกระบี่คู่กายคล้ายเป็นชาวยุทธ์ ฝักกระบี่ล้วนถูกสลักนางแอ่นเหินลมราวกับมีชีวิต

“ศิษย์พี่ใหญ่ ท่านจะให้คนของเราไปสืบดูหรือไม่ขอรับว่านางเป็นใคร”

“ไม่ต้อง”

บุรุษผู้ซึ่งถูกเรียกขานว่า ‘ศิษย์พี่ใหญ่’ ยังคงมองตามรถม้าซึ่งลับตาไปแล้ว สายตาคมหันกลับมามองยังสุสานตระกูลอัน ด้านหน้ามีของไหว้ครบครัน ราวกับผู้มาเตรียมตัวมาเป็นอย่างดี

ใบหน้าหล่อเหลาหันกลับไปมองศิษย์น้องของตน “นางก็คือคุณหนูเล็กตระกูลลี่”

“เป็นนางหรือขอรับที่ส่งคนมาสืบประวัติของคุณหนูอันผู้นี้”
ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel