ตอนที่ 4 ไม่ใช่ผม 1
รษิกามองหน้าหลานชายคนเล็กของย่าเดือนแล้วก็แค่นหัวเราะออกมา
"ฉันไม่ได้โกรธนายนะ ฉันหวังดีจริงๆ เพราะไงเดี๋ยวนายก็..."
เธอยั้งปากไว้แค่นั้น เกือบพูดเรื่องที่ไม่ควรพูดเสียแล้ว อนาคตต่อจากนี้อาจจะเปลี่ยนแปลงก็ได้ ก็ให้เป็นเรื่องของเขาสองคนเองเถอะ เธอขอลอยตัวเหนือปัญหา ยังไม่อยากตายทั้งที่ยังไม่มีผัว อ้อ...จะว่าไม่มีผัวก็ไม่ได้ ขอตายแบบที่ผัวจะร้องไห้เสียใจดีกว่า ไม่ใช่ทำสีหน้าสมเพชมองเธอเหมือนหมาถูกรถชนตายข้างถนนแบบนั้น
คิดมาถึงตรงนี้แล้วก็โมโห
"เอาเป็นว่า...เมื่อก่อนฉันจะเป็นยังไงก็ช่าง จะเคยคลั่งไคล้นายขนาดไหนก็ตาม เอาเป็นว่านะ...ต่อจากนี้นายสบายใจได้ ฉันจะไม่ชายตาแลนายสักนิดน่านฟ้า"
เห็นสีหน้าเหวอๆ ของน่านฟ้าแล้ว เธอก็อยากจะหัวเราะดังๆ ออกมา นายนี่คงคิดไม่ถึงว่าคนที่เคยตามตื๊อตัวเองจนแทบจะเหมือนผีสิงอยู่ๆ ก็มาบอกว่าจะไม่ชอบนายอีกแล้ว
น่านฟ้าทำเสียงหยันอยู่ในลำคอ ใช้ลิ้นดันกระพุ้งแก้มในท่าแบดบอย
ถ้าเป็นเมื่อก่อนเธอคงแทบอยากกรี๊ดไอ้ท่ากร้าวใจดิบเถื่อนแบบนั้น ยิ่งไอ้ท่าแลบลิ้นเลียริมฝีปากนั่นอีก เธอคงแทบอยากฉกลิ้นลากออกมาเลีย แต่ตอนนี้เธอได้แต่ทำเสียงหยันในลำคอไม่ต่างกัน
"เธอคิดว่าตัวเองสวยตายล่ะ ยายซายน์"
'ไอ้นี่...รษิกากัดฟันกรอดด้วยความโมโห ด่าอะไรก็ด่า แต่มาด่าว่าสวยตายนี่ยอมไม่ได้เด็ดขาด'
เธอลุกขึ้นยืนในท่าทิ้งสะโพกบิดเอวอีกนิด ทรวดทรงส่วนเว้าส่วนโค้งบนร่างกายก็ยิ่งอวดชัดสายตา ฝ่ามือเล็กยกขึ้นเท้าสะเอวแล้วก็ทิ้งลงข้างตัวด้วยความหงุดหงิด
เธอขยับตัวเข้าใกล้น่านฟ้า ขยับแก้วไวน์ที่เขาวางไว้แล้วเกยสะโพกลงบนโต๊ะ โน้มตัวเข้าหาชายหนุ่มที่นั่งอยู่บนเก้าอี้ แล้วใช้ปลายนิ้วชี้ช้อนคางเขาเชิดขึ้น
"ฉันว่าฉันสวย แล้วก็มั่นใจว่าสวย ถ้าไม่เชื่อนายลองมองฉันดีๆ สิ"
ดวงตาดำขลับของน่านฟ้าจ้องเธอเขม็ง รอยคิ้วก็ยิ่งขมวดมุ่นจนน่าขำ เธอโปรยยิ้มหวานพลางขยับนิ้วโป้งของตัวเองกรีดไปตามริมฝีปากของชายหนุ่มรุ่นราวคราวเดียวกัน
"ไวน์เลอะขอบปากน่ะ" เธอเช็ดเสร็จคราบไวน์ที่ติดอยู่เพียงเล็กน้อยนั่นเสร็จแล้ว ก็ดึงนิ้วโป้งตัวเองกลับ ในจังหวะเดียวกับที่เขาสะบัดหน้าหนีอย่างแรง
และยิ่งทำให้ชายหนุ่มหงุดหงิดขึ้น คงจะเป็นตอนที่เธอส่งนิ้วโป้งนั้นเข้าปากตัวเองช้าๆ สีหน้าเขาก็ยิ่งโกรธจนหน้าแดง
"สวย...แต่นิสัยแบบนี้อย่าว่าแต่ห้าร้อยล้านเลย ห้าหมื่นฉันยังเสียดายเงิน"
เธอเลิกคิ้วสูง หัวเราะใส่เขาเบาๆ ด้วยท่าทางอย่างมีจริต
"ก็ดีแล้ว เก็บเงินห้าหมื่นของนายไปขอนลินทิพย์เถอะ เพราะฉันอยากได้ห้าร้อยล้านมากกว่า ที่สำคัญฉันก็ไม่ได้อยากได้นายด้วย"
"ยายซายน์ ฉันแค่คิดว่าเธอแค่เป็นเด็กเอาแต่ใจ ไม่คิดว่าเธอจะนิสัยเสียแบบนี้ด้วย ดีนะที่ฉันไม่หลงความสวยของเธอ"
น่านฟ้าหมุนตัวกลับอย่างรวดเร็ว เธอมองตามไปแล้วก็ได้แต่แลบลิ้นใส่
'คนอุตส่าห์อยากอยู่เงียบๆ ไม่อยากยุ่งด้วย ก็ยังมายั่วโมโห'
แต่พอเธอหมุนตัวจะกลับไปนั่งที่เก้าอี้ตัวเก่า สายตาก็ไปสะดุดกับเหนือที่ยืนพิงผนังในท่าสบายๆ ทั้งที่ในมือข้างหนึ่งเขาถือแก้วแชมเปญอยู่สองใบอีกมือก็ถือขวดแชมเปญ และดูท่าทางเขาคงยืนดูเธอกับน้องชายตัวเองอยู่นานแล้วด้วย
เธอแกล้งทำไม่สนใจ แล้วก็หมุนตัวกลับไปนั่งที่เก้าอี้ เขาเดินมาถึงก็จัดการกับขวดแชมเปญไม่เอ่ยถึงเรื่องตลกที่เขาเพิ่งเห็นไปเมื่อครู่
พอเขายื่นแก้วแชมเปญให้เธอก็รีบดื่มเสียอึกใหญ่ ราวกับเมื่อครู่ที่ต่อปากต่อคำกับน่านฟ้ามันทำให้คอแห้งจนกระหาย และเขาก็รินเพิ่มให้เธอ
"เอาจริงหรือเนี่ย"
"อะไรของคุณ" เธอวางแก้วที่โต๊ะเสียงดัง แล้วก็ถามเขา
กับน่านฟ้าเมื่อครู่ดูก็รู้เธอเหนือกว่าแน่นอน แต่กับเขาทำไมรู้สึกเหมือนถูกเขาข่มอยู่ตลอดเวลา ไอ้ท่าทางวางมาดขรึมนั่นก็น่าหมั่นไส้ ไม่ว่าจะเคยเถียงกับเขายังไง เขาก็ไม่เคยหลุดอาการเหมือนน่านฟ้า มีแต่เธอเสียอีกที่ชอบเสียอาการต่อหน้าเขา
"เปล่า..." เธอเหลือบตามองคนทำเสียงสูง
"จะพูดอะไรก็พูด"
"ไม่นึกว่าคุณจะตัดใจได้ง่ายๆ แบบนี้ เห็นคุณคลั่งรักมันจะเป็นจะตาย"
"แล้วทำไมฉันต้องไปสนใจคนที่ไม่ได้ชอบฉันด้วยล่ะ ใครไม่ชอบก็ช่างเขา ฉันเอาเวลาชีวิตตัวเองไปทำอย่างอื่นดีกว่า"
"ก็จริงของคุณ คุณคิดได้แบบนี้ก็ดี ว่าแต่...ญาติคุณนั่นล่ะ"
เธอแค่อยากใช้ชีวิตตัวเองให้คุ้มค่า แต่ก็ไม่พ้นมีมารมาผจญสินะ
"ครั้งนี้คุณรอด ครั้งหน้าคุณอาจไม่รอดก็ได้" น้ำเสียงเขาจริงจังขึ้น
"งั้นก็ไปบอกน้องชายคุณให้รีบแต่งงานกับนลินทิพย์นั่นเร็วๆ เข้าสิ ยายนั่นจะได้หายบ้า"
"ง่ายขนาดนั้นก็ดีนะสิ...คุณก็ระวังตัวเอาหน่อยแล้วกัน"
"ระวังตัวหรือ" เสียงแผ่วเบาที่เอ่ยออกมาเหมือนพูดกับตัวเองเสียมากกว่า
