บท
ตั้งค่า

ตอนที่ 2 รับๆล่อๆ 2

ชีวิตใครก็ชีวิตมัน เธออยากใช้ชีวิตของเธอบ้าง เพราะไม่รู้ว่าอาจจะตายอีกเมื่อไหร่ก็ได้ เพราะงั้นหาความสุขให้ตัวเองดีกว่าเอาเวลาไปวิ่งตามผู้ชายจนถูกรถชนตายแบบชาติที่แล้ว

"เอาไวน์ไหม เดี๋ยวเราไปหยิบให้" น่านฟ้าเอ่ยถามเธอ

"ลินก็ลืมหยิบมาเผื่อ เดี๋ยวลินไปหยิบให้นะ"

"ไม่ต้อง...กินกันไปเถอะ" เธอรีบเอ่ยห้าม นลินทิพย์ก็สีหน้าแปลกขึ้นทันที "เอ่อ...พอดีฉันจะไปห้องน้ำน่ะ เดี๋ยวจัดการเอง"

เธอเอ่ยแค่นั้นแล้วก็ลุกออกมาจากโต๊ะ ไม่ได้อยากเข้าห้องน้ำหรอก แต่ขี้เกียจนั่งเป็นก้างขวางคอคนทั้งคู่

เธอเดินออกมาจากตรงนั้น แล้วไม่รู้จะไปทางไหนดีสุดท้ายก็ต้องตรงไปทางห้องน้ำ

ทางเดินไปห้องน้ำต้องผ่านห้องนั่งเล่นใหญ่ และส่วนที่เป็นบาร์เหล้าของสะสมของคุณลุงเมฆอดีตพ่อสามีเธอเรียกแบบนี้ก็คงไม่ผิด และเธอก็เจอท่านอยู่ตรงนั้นจริงๆ ด้วย

ครั้นจะเดินผ่านไปเฉยๆ ก็คงจะเสียมารยาท เธอจึงต้องแวะทักทายท่าน

"สวัสดีค่ะ ลุงเมฆ"

พอเธอยกมือขึ้นไหว้ ท่านก็รีบรับไหว้ และเธอก็ต้องไหว้ผู้ใหญ่อีกหลายคนที่ยืนจับกลุ่มคุยกันอยู่หน้าบาร์

มือที่ยกกระพุ่มไหว้นั้นยังต้องเลยไปถึงลูกชายคนโตของท่านที่ยืนอยู่ข้างๆ นั้น อย่างเสียไม่ได้

'หมดเวรหมดกรรมแล้วนะซายน์ ขอให้คุณไปอยู่ในที่ที่ดี'

และคำพูดบางคำของเขาที่เธอได้ยินในตอนนั้นก็กลับมาก้องอยู่ในหูอีกครั้ง ที่ที่ดีของเขาทำไมถึงกลายเป็นที่นี่ไปได้ เธอไม่ได้อยากมาที่ตรงนี้สักหน่อย และยิ่งไม่อยากเจอเขาด้วย

"สวัสดีค่ะ คุณเหนือ"

เธอแทบจะไม่เงยหน้ามองคนตัวสูงที่อยู่ในชุดสูทสากลสีดำนั้นเลย

"อ้าว...ยายซายน์ไหงอยู่คนเดียวล่ะ เจ้าน่านไม่ได้อยู่เป็นเพื่อนหรือ" และคำทักทายของลุงเมฆก็ช่วยเธอได้เยอะทีเดียว ทำให้เธอไม่ต้องหันไปมองเขาอีก

"เอ่อ...พอดีซายน์มาเข้าห้องน้ำน่ะค่ะ ขอตัวก่อนนะคะ"

"ตามสบายลูก ตามสบาย"

และข้ออ้างนั้นก็ทำให้เธอแยกตัวออกมาได้ หลุดพ้นสายตาคมที่จ้องมองเธอเขม็ง ถ้าเป็นเมื่อก่อนเธอก็คงจะจ้องหน้าเขากลับ

แต่ตอนนี้ไม่อยากยุ่งเกี่ยว

เมื่อข้ออ้างคือการหลบเข้าห้องน้ำ แต่เข้ามาแล้วเธอก็ได้แต่ยืนสำรวจตัวเองในกระจกเงาบานใหญ่ เติมลิปกลอสเคลือบริมฝีปากอีกนิด ก่อนจะเดินออกมาจากห้องน้ำ

เพราะตอนที่เดินออกมามัวแต่ก้มมองชายกระโปรงของตัวเอง พอเงยหน้าขึ้นก็เห็นใครบางคนที่ไม่อยากเจอเขากำลังยืนเตร็ดเตร่อยู่แถวทางแยกที่จะเดินมาห้องน้ำ

เธอจึงแกล้งหยิบโทรศัพท์ออกมาจากกระเป๋าถือใบเล็ก ยกโทรศัพท์ขึ้นแนบหูทั้งที่เธอยังไม่ทันกดเบอร์โทรของใคร และก็อาศัยจังหวะนี้หมุนตัวกลับเดินไปอีกทาง แม้ทางนี้จะต้องเดินอ้อมตัวบ้านไปที่ริมสระว่ายน้ำอีกฝั่งก็ตาม

ตลอดทางเดินรอบบ้านที่กรุไปด้วยผนังกระจกพอได้มองเห็นภายนอก บ้านทั้งบ้านถูกตกแต่งประดับไปด้วยดอกไม้ตลอดทางเดินแม้แต่ด้านหลัง

เธอมองเหม่อออกไปนอกกระจกอย่างไร้จุดหมาย ออกจะคุ้นเคยบ้านหลังนี้ไม่น้อย รู้ว่าจุดไหนมุมไหนที่จะมีโต๊ะเก้าอี้ หรือแม้แต่ศาลาแปดเหลี่ยมในสวนข้างบ้าน

เมื่อไม่อยากเห็นหน้าใครเธอจึงเดินออกจากตัวบ้านที่ประตูด้านข้างก่อนถึงสระว่ายน้ำไปที่สวนศาลาแปดเหลี่ยมนั่น

ในตอนกลางวันมันร่มรื่นไปด้วยไม้ใหญ่หนาทึบจนแทบไม่รู้ว่าบ้านหลังใหญ่ราวคฤหาสน์นี้อยู่ใจกลางเมืองหลวงที่แออัดไปด้วยตึกสูงท่วมหัว

ในตอนกลางคืนแม้จะมีโคมไฟติดอยู่ตลอดทางเดินแต่มันก็ยังดูมืดมิด แต่สำหรับเธอมันคุ้นเคยจนไม่น่ากลัว

เธอยังไม่ทันได้หย่อนตัวลงนั่งที่ศาลาแปดเหลี่ยม อยู่ๆ แขนข้างหนึ่งของเธอก็ถูกฝ่ามือใหญ่ของใครบางคนกำไว้แน่นแล้วรั้งให้รีบเดินเร็วๆ

เธอเกือบจะกรีดร้องขึ้นด้วยความตกใจ แต่เมื่อหันหน้าไปมองแล้วเห็นว่าเป็นใคร มันก็เลยร้องไม่ออก

"อะไรของคุณเนี่ย คุณเหนือ"

"ชู่..." เขาทำเสียงลมออกจากปากเป็นสัญญาณให้เธอเบาเสียง

"อะไร"

"บอกให้เบาๆ"

เขาลากเธอมาที่หลังต้นก้ามปูใหญ่อายุหลายสิบปีได้มั้ง เพราะลำต้นของมันบดบังเธอกับเขาไว้จนคนที่เดินมาถึงต้นไม้ใหญ่อีกฝั่งข้างศาลาแปดเหลี่ยมมองไม่เห็น

เขาจับเธอหันหลังพิงต้นก้ามปูไว้ ส่วนตัวเองก็ยืนประกบอยู่ตรงหน้า แขนข้างหนึ่งของเขาที่เท้าต้นไม้ไว้อยู่เฉียดลำคอเธอไปนิดเดียว ด้วยพื้นที่จำกัดจึงดูเหมือนยิ่งแนบชิด

เธอเอี้ยวหน้าไปมองตามสายตาเขา และยิ่งสงสัยไอ้ท่าทางลับๆ ล่อๆ ของเขา แต่เมื่อเห็นว่าอีกฝั่งเป็นใคร คราวนี้เธอกลับสงสัยคนตรงนั้นมากกว่า

นลินทิพย์

ถ้าหลานนอกไส้ของคุณย่าจะนัดแนะกับน้องชายเขามาพลอดรักกันในที่ลับตาคนเธอก็จะไม่สงสัยสักนิด แต่คนนั้นกลับเป็นพนักงานบริกรที่เดินเสิร์ฟเครื่องดื่มในงาน ท่าทางคุยกันเหมือนสนิทสนมนั่นก็ยังไม่น่าตกใจเท่า ตอนที่นลินทิพยกำลังเทอะไรบางอย่างลงในแก้วน้ำส้มนั่น

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel