ตอนที่ 1 ย้อนอดีตหรือความฝัน 2
แม้ความคิดจะยังสับสนวุ่นวายอยู่ในหัว เรื่องที่คุณย่าพูดถึงมันก็ฟังดูแปลกๆ ที่จริงเธอควรจะต้องกลับไปแต่งตัวที่บ้านเขาสิ แล้วทำไมชุดราตรีถึงมาส่งที่บ้านคุณย่า
เธอได้แต่เก็บความสงสัยไว้แล้วก็เดินกลับเข้าไปในบ้านหลังใหญ่
ห้องนอนเธอยังคงตกแต่งเหมือนเดิม ตั้งแต่เธอแต่งงานออกไปก็ไม่ได้กลับมานอนที่นี่อีก เพราะขืนกลับมาคุณย่าคงมีคำถามมากมาย เวลาทะเลาะกับเขาเธอก็มักจะไปอยู่ที่ร้านเหล้าหรือไม่ก็กลับไปนอนคอนโดของตัวเองเสียมากกว่า
เธอมองดูชุดสีแดงเพลิงหน้าตู้เสื้อผ้าในห้องแต่งตัว ชุดที่คุณย่าบอกว่าร้านเอามาส่ง มันเป็นชุดเดียวกับเมื่องานวันเกิดปีที่แล้วของย่าเดือน
เธอไม่มีทางที่จะตัดชุดใหม่แบบเดิมให้เหมือนใส่ซ้ำแน่นอน
แต่ทำไมจึงเป็นชุดนี้
ความคิดบางอย่างทำให้เธอเดินออกจากห้องแต่งตัวไปที่เตียงนอน โทรศัพท์ที่วางอยู่หัวเตียงทำเธอชะงักปลายเท้าอยู่แค่ตรงนั้น
มันเป็นโทรศัพท์รุ่นเก่าที่เธอเคยใช้ หลังจากแต่งงานเธอเพิ่งเปลี่ยนเป็นรุ่นใหม่ล่าสุดราคากว่าครึ่งแสนนั่น พลันสายตาก็หันไปมองปฏิทินที่ตั้งอยู่ข้างจอทีวีใหญ่ มันเป็นปฏิทินของปีที่แล้ว
รษิกา ยืนนิ่งงันอยู่ตรงนั้น อย่างไม่เข้าใจว่ามันกำลังเกิดอะไรขึ้น
เธอย้อนกลับมาในอดีต...แต่ก็ยังแอบคาดหวังว่านี่อาจจะเป็นความฝัน
แต่ตอนนี้เธอแน่ใจตัวเองแล้วว่าเธอกำลังอยู่ในวันเกิดปีที่เจ็ดสิบของย่าเดือน
เมื่อทุกอย่างมันย้อนกลับมาได้ งั้นต่อจากนี้เธอจะต้องใช้ชีวิตใหม่นี้อย่างดี
วันนี้เธอจะไม่พลาดซ้ำจนต้องแต่งงานกับเขา ส่วนน้องชายเขาที่เธอหลงรักหัวปักหัวปำจนทำตัวน่ารังเกียจเพียงเพื่ออยากเอาชนะนลินทิพย์นั่น เธอก็จะไม่แยแสผู้ชายที่ไม่เห็นค่าเธอเองอีกต่อไป
รษิกาหยิบชุดสีแดงขึ้นมาดูแล้วก็แขวนมันกลับที่เก่า เปิดตู้ออกเลือกหยิบชุดราตรียาวสีเทาแบบเรียบเปิดไหล่ข้างหนึ่งอวดผิวขาวเนียนสะอาดตา ตรงมุมหัวไหล่อีกข้างมีผ้าลูกไม้ตกแต่งระบายไว้อย่างสวยงาม เพราะมันดูเซ็กซี่น้อยกว่าชุดสีแดงที่เปิดแผ่นหลังนั่น
เธอยังใส่ชุดเดิมได้พอดีตัวทั้งที่คิดว่าน้ำหนักขึ้นมาเกือบสองกิโลกรัมผลจากการดื่มหนักและไม่ค่อยได้ออกกำลังกาย
ย่ากิ่งขมวดคิ้วมองหลานสาวคนเดียวของตัวเอง เมื่อชุดสีแดงเพลิงนั้นไม่ได้อยู่บนตัวของหลานสาว แต่กลับเป็นชุดราตรีสีเทา ทั้งที่ก่อนหน้านั้นเจ้าตัววุ่นวายจะให้ร้านเร่งตัดชุดสีแดงให้เสร็จภายในเวลากระชั้นชิดเช่นนี้
"ชุดไม่พอดีตัวหรือยายซายน์"
"พอดีค่ะ แต่ซายน์อยากใส่ชุดนี้มากกว่าค่ะ สวยไหมคะ"
พูดจบเจ้าตัวก็หมุนอวดคุณย่าหนึ่งรอบพ้อยท์เท้าอวดเรียวขาขาวเนียนตรงรอยผ่าสูงเกือบถึงหน้าขาพอดี
"ก็สวยดี งั้นไปกันเถอะ เดี๋ยวเย็นมากรถจะติดเอา"
"ค่ะ"
พอท่านขยับตัวลุกขึ้น หลานสาวนอกไส้อย่างนลินทิพย์ก็รีบช่วยพยุงคุณย่าให้ลุกขึ้น
เธอแอบมองคนที่เดินนำหน้าคู่กับคุณย่า นลินทิพย์เป็นหลานสาวของพี่ชายคุณย่าที่ถูกรับมาเลี้ยงเมื่อช่วงมัธยมต้น
ตอนเด็กๆ นลินทิพย์กับเธอยังเป็นเพื่อนเล่นกันและออกจะสนิทสนมกันมากทีเดียว แต่หลังจากที่เธอเรียนจบมัธยมต้นก็ไปเรียนต่อต่างประเทศและอยู่ที่นั่นจนจบปริญญาโท
พอกลับมาถึงเมืองไทย ไม่รู้ตั้งแต่เมื่อไหร่ที่เธอกับหลานสาวนอกไส้ของคุณย่าเริ่มหมางเมินต่อกัน
มาคิดดูตอนนี้ คงจะเป็นเพราะยายนี่ไปแอบชอบน่านฟ้า ซึ่งหลานคนเล็กของย่าเดือนคนนี้เองเป็นคนที่เธอก็หลงรักจนหน้ามืดตามัว
พอเธอกลับมาจากต่างประเทศได้ไม่เท่าไรแล้วคุณย่าพาไปเยี่ยมย่าเดือน วันที่เธอเจอน่านฟ้าครั้งแรกเธอก็หลงรักเขาทันที เพราะยังจำความสัมพันธ์ตั้งแต่เด็กได้ดี
น่านฟ้าเป็นคนใจดี ตามใจเธอทุกอย่าง ไม่ว่าเด็กน้อยตัวอวบอ้วนในวัยอนุบาลจะอยากได้อยากเล่นอะไรก็เป็นเขาที่ตามใจ ผิดกับพี่ชายเขาที่คอยขัดเธอไปทุกเรื่อง
และเมื่อรู้ว่าเขายังไม่มีใคร จากที่พูดคุยไปมาหาสู่กันบ่อยขึ้น ก็ไม่ใช่เรื่องยากที่เธอจะหลงรักเขาอย่างจริงจัง
"แล้วนี่เราจะขับรถไปเองหรือไปกับย่าล่ะ"
พอย่ากิ่งขึ้นไปนั่งบนรถมินิแวนสีดำคันหรูแล้ว ก็เอ่ยถามหลานสาวเพราะรู้ว่ารษิกาชอบที่จะขับรถเองมากกว่านั่งรถตู้มีคนขับให้แบบนี้
"ไปกับคุณย่าค่ะ"
นลินทิพย์ที่กำลังจะทิ้งตัวนั่งลงที่เบาะข้างคุณย่ายืดตัวขึ้นทันทีที่ได้ยินคำตอบของเธอ แล้วก็ลุกขึ้นเดินเข้าไปที่เบาะด้านหลังอย่างรู้ตำแหน่งแห่งหนของตนเอง
"งั้นก็ขึ้นมา ย่านึกว่าเราจะขับรถไปเองเสียอีก"
เธอจึงขึ้นไปนั่งที่เบาะเดี่ยวตัวใหญ่อีกตัวข้างคุณย่า พลางปรายตามองคนที่เบาะยาวด้านหลัง
เธอไม่ได้คิดไปเองแน่นอน สายตาของนลินทิพย์ที่มองเธอนั้นดูไม่ค่อยเป็นมิตรนัก เมื่อก่อนเธอไม่เคยสังเกต ไม่สนใจ หรือพูดง่ายๆ ก็เห็นหลานนอกไส้คนนี้เป็นเหมือนธาตุอากาศเสียมากกว่า
ต่อไปเธอคงต้องมองหลานคุณย่าคนนี้ใหม่เสียแล้ว
