ตอนที่ 1 ย้อนอดีตหรือความฝัน 1
เวลามักจะผ่านไปอย่างรวดเร็ว
เธอได้ยินคำนี้มานักต่อนัก แต่ก็ไม่เคยคิดจะใส่ใจ คงเพราะด้วยวัยเพียงยี่สิบห้าปี เพิ่งได้ใช้ชีวิตของตัวเองอย่างจริงจังก็เมื่อไม่กี่ปีนี้เอง ยังคิดว่าเวลาที่เหลือนั้นอีกยาวไกลเกินกว่าจะมานั่งคิดว่าควรรีบทำอะไร
ชีวิตในแต่ละวันที่ผ่านมาจึงเหมือนไร้ค่า แม้แต่ความสุขที่แท้จริงของตัวเองเธอก็ยังไม่เข้าใจ คิดเพียงแค่เธอชนะนั่นก็คือ…ความสุขแล้ว
สุดท้ายเวลานั้นก็หมดลงอย่างรวดเร็ว ความสุขที่ดิ้นรนไขว่คว้าสุดท้ายก็ว่างเปล่า
มือนั้นหยิบจับอะไรไปไม่ได้สักอย่าง หลงเหลือเพียงกองเลือดที่เกรอะกรังอยู่บนฝ่ามือ
เธอยืนมองตัวเองในสภาพน่าสังเวช ผู้ชายอีกสองคนที่เพิ่งมาถึงในที่เกิดเหตุก็คงคิดไม่ต่างกัน
คนหนึ่งเธอรักเขาสุดหัวใจ พยายามไขว่คว้าแย่งชิงแต่สุดท้ายก็ไม่สำเร็จ
ผู้ชายอีกคนเธอไม่ได้ชอบเขา และเขาเองก็ไม่ได้ชอบเธอ อาจจะถึงขั้นเกลียดก็ว่าได้ แต่จะทำยังไงได้ในเมื่อเราทั้งสองต้องแต่งงานกันทั้งที่ไม่ได้รัก เพียงเพราะอุบัติเหตุโง่ๆ บนเตียงในห้องนอนเขา
และดูตอนนี้สิ ผู้ชายทั้งสองคนนั้นยืนมองดูเธอเหมือนกับสัตว์อะไรสักอย่างที่ถูกรถทับตายข้างถนนอย่างไร้ค่า ไร้น้ำตา ไร้ความเสียใจ
ส่วนผู้ชายที่เธอรักเขาหัวปักหัวปำน่ะหรือ เขากำลังยืนโอบกอดญาติห่างๆ ของเธออยู่ เสียงร้องไห้สะอึกสะอื้นเสียใจของยายนั่นทำราวกับสนิทสนมรักใคร่กับเธอเสียเต็มประดา
"หมดเวรหมดกรรมแล้วนะซายน์ ขอให้คุณไปอยู่ในที่ที่ดี" นั่นเป็นคำพูดของคนที่ได้ชื่อว่าเป็นสามีเธอ
แน่นอน! เธอต้องไปอยู่ในที่ที่ดีแน่
ที่ที่ไม่มีเขา ไม่มีคนพวกนั้น แค่นั้นก็จะถือเสียว่าที่นั่นดีที่สุดต่อให้จะเป็นนรกขุมไหนก็ตาม
~~~~~~~~~~
"ซายน์...ซายน์"
เสียงเรียกที่ดังแว่วอยู่ไม่ไกลนั่น เป็นเสียงคุณย่า
"ซายน์...ซายน์...ตื่นได้แล้วลูก"
เธอสะดุ้งตัวพรวดตื่นขึ้นด้วยความตกใจ ลมหายใจหอบเหนื่อยนั้นต้องการอากาศเข้าปอดให้เร็วที่สุด ราวกับเมื่อครู่เธอขาดอากาศหายใจไปอย่างนั้น
"หลับเป็นตายอะไรขนาดนั้นยายซายน์ เมื่อคืนกลับดึกล่ะสิท่า"
เธอหันมองไปรอบๆ ก่อนจะหันมาจ้องหน้าคุณย่ากิ่ง เป็นท่านจริงๆ เธอโผเข้ากอดคุณย่าที่นั่งลงข้างแคร่ไม้ไผ่ใต้ต้นจามจุรี
"อะไรของเราน่ะ"
"เอ่อ...คิดถึงคุณย่านี่คะ ขอกอดหน่อย"
เธอเกือบจะหลุดคำพูดประหลาดออกไปเสียแล้ว ความฝันเมื่อครู่มันช่างดูสมจริงน่ากลัวจนเธอสลัดภาพในฝันนั้นออกจากหัวยังไม่ได้ ความรู้สึกเจ็บแปลบก็ยังติดอยู่ในหัวใจ
"คิดถึงก็อยู่ให้ย่าเห็นหน้าบ้างสิ ไม่ใช่ปาร์ตี้ทุกวันแบบนี้ จนย่านึกว่าเรายังไม่กลับจากเมืองนอกซะอีก"
"ค่ะ ทีนี้ซายน์จะปาร์ตี้น้อยๆ แล้วก็มานอนกับคุณย่าบ่อยๆ" จะได้ไม่ต้องอยู่เห็นหน้าสามีหน้ายักษ์ของตัวเองให้หงุดหงิดสายตา
"พูดอะไรของเรา ไป...ไปแต่งตัวได้แล้ว จะได้รีบไปงานวันเกิดย่าเดือนเขา"
เธอคลายอ้อมแขนที่โอบรัดร่างอวบของคนสูงวัยออกทันที
"วันเกิดย่าเดือน...ไม่ใช่ว่าเพิ่งจัดไปเมื่อนี่หรอกหรือคะ"
เมื่อครึ่งปีที่แล้วนี่เองเธอจำได้แม่น เพราะวันเกิดย่าเดือนอายุครบเจ็ดสิบปีนี่แหละ ที่ทำให้เธอต้องแต่งงานกับหลานชายคนโตของท่าน ไวน์ที่ดื่มไปแค่สองแก้วกลับทำเธอเมาหัวทิ่มจนจำไม่ได้ว่าเดินขึ้นไปนอนอยู่บนห้องนอนของเขาได้อย่างไร
และอีกสองเดือนถัดมาเธอก็ถูกผู้ใหญ่ของทั้งสองฝ่ายจับแต่งงานกับเขา
"เวลาผ่านไปเร็วใช่ไหมล่ะ ครบปีอีกแล้ว...ดูพวกย่าสิ เผลอแป๊บเดียวก็อายุครบเจ็ดสิบแล้ว"
"ไม่ใช่เจ็ดสิบเอ็ดแล้วหรือคะ" เมื่อปีที่แล้วเพิ่งเจ็ดสิบนี่
"อายุแค่นี้ ความจำยังสู้คนแก่ไม่ได้นะเรา ครบเจ็ดสิบปีบริบูรณ์ นี่ย่าเดือนถึงกับจ้างคนทำอาหารมาจากโรงแรมเชียวนะ"
"เจ็ดสิบ?" น้ำเสียงแผ่วเบานั้นเหมือนถามย้ำกับตัวเองเสียมากกว่า "ไม่ใช่เจ็ดสิบเอ็ดหรือคะ" เธอจำอะไรผิดตรงไหนกันนะ
"เจ็ดสิบ" ย่ากิ่งก็ยังย้ำคำตอบเดิม พลางยิ้มน้อยๆ แล้วส่ายหน้าให้กับหลานสาว
"เอ่อ...แล้วคุณเหนือล่ะคะ"
"หือ นึกยังไงถึงถามหาพี่เขา ปกติไม่ค่อยเห็นเราอยากเจอเขานี่" ก็จริง ไม่อยากเจอ แต่ทำไมคำพูดของคุณย่ามันฟังดูเขาห่างเหินเหลือเกิน
"เอ่อ..." แต่แล้วเธอก็หาเหตุผลให้คุณย่าไม่ได้
"รีบไปอาบน้ำแต่งตัวเข้าเถอะ เดี๋ยวก็คงได้เจอพี่เขาที่งานนั่นแหละ"
"แต่งตัวหรือคะ"
"ก็ใช่น่ะสิไปแต่งตัว เดี๋ยวจะได้รีบไปงานวันเกิดย่าเดือน ร้านเขาเอาชุดมาส่งให้แล้วนะ ยายลินก็เอาขึ้นไปเก็บไว้บนห้องให้แล้ว"
