บทที่ 4
งานเลี้ยงต้อนรับนายอำเภอคนใหม่
เย็นวันนั้นลานหน้าที่ว่าการอำเภอพรรณานิคมคึกคักเป็นพิเศษ ไฟส่องสว่างไฟแสงสีส่องไปทั่วลานหน้าอำเภอ เสียงลำโพงเก่า ๆ เปิดเพลงหมอลำคลอเบา ๆ สลับกับเสียงไมค์หอนเป็นระยะ แต่ไม่มีใครถือสา เพราะวันนี้คือวันสำคัญ งานเลี้ยงต้อนรับนายอำเภอคนใหม่ นายอำเภอโยมีเหล่ากำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ผู้ช่วยผู้ใหญ่และเจ้าหน้าที่กรมการปกครองประจำอำเภอพรรณนาต่างก็มารวมงานกันมากมาย
โต๊ะจีนสิบกว่าโต๊ะเรียงยาวเต็มลาน พ่อค้าแม่ค้าทั่วตลาดต่างช่วยกันออกแรงตั้งแต่บ่าย ทั้งต้มแกง ทำกับข้าว หั่นผัก ตกแต่งเวทีจนเสร็จเรียบร้อย กลิ่นอาหารคละคลุ้งทั้งลาบหมู ยำเนื้อย่าง ต้มแซ่บกระดูกอ่อน และไก่ทอดสมุนไพรหอมกรุ่นไปทั่วเด็ก ๆ วิ่งเล่นกันเสียงดัง นางรำจากโรงเรียนก็กำลังซ้อมท่ารำเบา ๆ หลังเวที เสียงพิธีกรในไมค์ดังขึ้นพร้อมไฟเวทีเปิดสว่าง
“ขอต้อนรับท่านนายอำเภอคนใหม่ของเรา ยศภัค บุญมาลา ด้วยเสียงปรบมือดัง ๆ ด้วยครับ!”
เสียงปรบมือกึกก้องไปทั่วลาน นายอำเภอโยในชุดสูทสีเทาเรียบ ก้าวขึ้นเวทีด้วยรอยยิ้มสุภาพ สายตาอบอุ่นและนอบน้อมเมื่อมองผู้คนตรงหน้า
“ผมมาที่นี่ด้วยความตั้งใจที่จะพัฒนาให้อำเภอพรรณนาเจริญขึ้นไปอีก ตั้งใจจะทำงานร่วมกับพี่น้องทุกคนให้ดีที่สุดครับ” โย
คำพูดเรียบง่ายแต่จริงใจนั้น ทำให้คนในงานปรบมืออีกครั้ง คราวนี้ยาวนานกว่าเดิม กำนันโขงยืนอยู่ด้านหน้าโต๊ะกลม เขาสวมเสื้อเชิ้ตแขนยาวพับศอกกับกางเกงสแล็คเรียบ รอยยิ้มบาง ๆ ปรากฏขึ้นบนใบหน้าคมเข้มเมื่อมองขึ้นไปบนเวที แม้จะเคยพบโยธินมาแล้วครั้งหนึ่งตอนพาเข้มไปขอขมา แต่คืนนี้ในแสงไฟอุ่นและเสียงหัวเราะของผู้คน เขากลับรู้สึกเหมือนหัวใจตัวเองสั่นอีกครั้ง
“หล่อแท้เด้ กำนัน”
ผู้ใหญ่คำเพื่อนกำนันโขง หัวเราะพลางตบไหล่ โขงเพียงยิ้มไม่ตอบอะไร สายตายังคงจับอยู่ที่ชายบนเวที นายอำเภอหนุ่มที่พูดจาเรียบง่ายแต่เปี่ยมความจริงใจ ไม่นานหลังจากนั้นเสียงดนตรีหมอลำดังขึ้นจากวงประจำอำเภอ ชาวบ้านเริ่มออกมาเต้นรำกันอย่างสนุกสนาน แสงไฟกะพริบจากเวทีสะท้อนแก้วเบียร์ที่ชาวบ้านยกชนกันเสียงกรุ๊งกริ๊งนายอำเภอโยเดินลงมาทักทายทุกโต๊ะอย่างเป็นกันเอง ยิ้ม พูดคุย จับมือกับคนในพื้นที่ทีละคนจนมาหยุดที่โต๊ะของกำนันโขง สองสายตาประสานกันอีกครั้ง คราวนี้ใกล้กว่าเดิม แสงไฟบนเวทีสะท้อนดวงตาของโยให้สว่างนุ่มเหมือนพระจันทร์ต้นฤดูหนาว
“ขอบคุณมากนะครับกำนัน ที่ช่วยดูแลลูกบ้านทุกคนเป็นอย่างดี” โย
“ไม่เป็นไรครับท่านนายอำเภอ อำเภอนี้ก็ของพวกเราเหมือนกัน” โขง
คำพูดธรรมดาแต่เสียงของโขงกลับแผ่วลงเล็กน้อยอย่างที่เจ้าตัวไม่รู้ตัว โยพยายามยิ้มบางแล้วเอ่ยต่อ
“ผมฝากตัวด้วยนะครับ” โย
กำนันโขงพยักหน้าช้า ๆ
“ยินดีครับท่าน... ฝากผมไว้ได้เลย ฝากหัวใจไว้ด้วยก็ได้ครับ” โขง
เสียงหมอลำดังแทรกขึ้นอีกครั้งลมยามค่ำพัดกลิ่นอาหารและหอมไม้จันทน์จากเวทีเข้ามาระหว่างเสียงหัวเราะและความสุขของชาวบ้าน มีเพียงคนสองคนที่เงียบอยู่กลางงาน แต่หัวใจกลับดังชัดกว่าทุกเสียงรอบตัว
