บทที่ 13.
นายหัวเถื่อน
บทที่ 13.
"ดูสิ...เลอะหมดเลย.."
เสียงหวานบ่นพึมพำเบาๆ
"ชุดนั้นเลอะแล้วป้าเปลี่ยนใหเใหม่ก็ได้นะหนู"
เสียงของแม่ค้าดังขึ้น นางเองก็เสียดายอยู่เหมือนกันที่ชุดราคาแพงแถมกำลังเป็นที่นิยมของคนมนเมืองอยู่ในขณะนี้กลายเป็นผ้าขี้ริ้วทั้งที่ไม่จำเป็นเลยสักนิดเดียว
"ไม่เป็นไรหรอกค่ะป้า หนูชอบชุดนี้เลอะแค่นิดเดียวเองซักก็สะอาดเหมือนเดิมแล้วค่ะ"
หทัยชนกบอกอย่างไม่ใส่ใจ และหันไปส่งยิ้มน้อยๆให้เเม่ค้าเป็นการยืนยันว่าเธอชอบชุดนี้จริงๆ
"ของทั้งหมดเท่าไหร่คะป้า รวมชุดนี้ด้วย"
เสียงหวานเอ่ยถามอีกครั้งเมื่อได้ของที่ต้องการครบแล้ว
"ทั้งหมดหนึ่งพันสองร้อยบาทจ้ะหนู ป้าลดให้แล้วนะ"
ใบหน้าหวานก้มลงมองแหวนที่นิ้วก่อนจะถอดมันออกมาทันทีอย่างไม่ลังเลและยื่นมันให้กับแม่ค้า
"หนูไม่มีเงินสดหรอกค่ะ มีแค่แหวนวงนี้เท่านั้นที่มีค่า หนูขอใช้มันแลกกับของพวกนี้ได้ไหมคะ?"
แม่ค้าตาโตขึ้นมาทันที เสื้อผ้าแค่ไม่กี่ชุดของนางแลกกับแหวนเพชรเม็ดโตน้ำงามขนาดนั้นใครปฏิเสธไม่บ้าก็คงโง่เต็มที แต่ถึงอย่างนั้นก็อดไม่ได้ที่จะพูดทักท้วง ทั้งที่ในใจนั้นสุดแสนจะอยากได้
"มันจะดีเรอะหนู แหวนราคาตั้งแพงนะ คิดดีแล้วเรอะ?"
"นั่นสินายหญิง แหวนวงนี้ราคาไม่ใช่น้อยๆเลยนะจ๊ะ"
กระต่ายพูดขึ้นมาอีกคน เธอไม่เห็นด้วยตั้งแต่แรกแล้ว พยายามพูดทักท้วงแต่หทัยชนกก็ยังยืนยันคำเดิมจนเธอคร้านที่จะพูด
"กระต่าย..."
หทัยชนกปรามกระต่ายเสียงเข้ม ถึงแหวนวงนี้มันจะมีค่ามากมายในสายตาของใครต่อใครแต่สำหรับเธอตัวเพชรมันก็เหมือนกับก้อนกรวดและตัวเรือนเเหวนก็ไม่ต่างอะไรกับเศษเหล็กเท่านั้น
"รับไปเถอะค่ะป้า อยู่ที่นี่มันไม่มีราคาค่างวดอะไรหรอก แต่ถ้าป้าคิดว่ามันมากเกินไป ก็แล้วแต่ป้าจะกรุณาหนูเถอะ"
หทัยชนกยังยืนยันคำเดิม เธอตัดสินใจแล้วและไม่มีอะไรที่จะมาเปลี่ยนใจเธอได้
มือบางยื่นแหวนให้กับแม่ค้าอีกครั้ง แต่ยังไม่ทันที่แม่ค้าจะยื่นมือมารับแหวนไป มือหนาของราเมศน์ก็ดึงแหวนในมือบางไปถือไว้ซะเองเพราะยืนดูอยู่นานแล้ว
"นายหัวราม นั่นแหวนของฉันนะ ขอคืนด้วยค่ะ"
น้ำเสียงหวานพูดห้วนสั้น คิ้วเรียวสวยขมวดเข้าหากันยุ่ง ยิ่งเห็นแววตาคมที่มองมาที่เธอดูเฉยเมยไม่นำพากับคำพูดของเธอ อารมณ์กรุ่นโกรธที่ยังไม่จางหายไปดีนักจากการปะทะกับสองคนเมื่อครู่นี้ก็เหมือนจะกลับมาอีกครั้ง
ราเมศน์หันไปทางแม่ค้า ไม่สนใจอาการหน้างอของหญิงสาวแม้แต่น้อย ก่อนจะเอ่ยถามแม่ค้าเสียงเรียบ
"ของผู้หญิงคนนี้มีอะไรบ้าง?"
"นี่จ๊ะนายหัว"
แม่ค้ารีบบอกก่อนจะส่งของที่นางพึ่งจะเอาใส่ถุงไปเมื่อครู่ให้ราเมศน์ดู
มือหนาหยิบของออกจากถุงทีละชิ้นออกดู และปรายตามองใบหน้าหวานของหทัยชนกที่ตอนนี้งอง้ำมากขึ้นกว่าเดิม จนกระทั่งถึงถุงสุดท้ายที่แม่ค้าแยกชุดชั้นในไว้ หทัยชนกก็ปราดเข้ามาแย่งไปถือไว้และซุกมันไว้ข้างหลังของตนทันที ก่อนจะแหวใส่ราเมศน์เสียงเขียว
"นายหัวราม นายคนเถื่อน นี่มันของส่วนตัวของเค้านะ"
"ทำไม? อายเหรอ อายอะไรมากกว่านั้นฉันก็เคยเห็นมาแล้ว"
หทัยชนกอ้าปากพะงาบๆใบหน้าหวานแดงก่ำกับคำพูดกำกวมที่ทำให้เธออับอาย
"คนบ้า!"
หทัยชนกพูดได้แค่นั้น เพราะสายตาคมกริบที่มองมาบอกเป็นนัยๆให้รู้ว่าถ้าเธอพูดอะไรออกไปแล้วไม่เข้าหูเขาล่ะก็เธอคงได้อับอายมากกว่านี้แน่
"เสื้อผ้าพวกนี้ไม่เอา เปลี่ยนเป็นเสื้อเชิ้ตลายดอกสีสดใสคละสีสักโหลหนึ่ง ผ้าถุงก็เหมือนกันเอาโหลหนึ่ง ส่วนชุดชั้นในจัดมาเพิ่มอีกเจ็ดชุด"
"ทำอะไรน่ะนายหัว คุณมีสิทธิ์อะไรมาสั่งยกเลิกของที่ฉันเลือกแบบนี้"
หทัยชนกขึ้นเสียงถามอย่างไม่ยอม ชุดพวกนี้เธอเลือกมาเพราะถูกใจและอยากจะได้มาไว้ใช้ แล้วดูเขาสิสั่งยกเลิกง่ายๆแถมยังสั่งเสื้อเชิ้ตลายดอกกับผ้าถุงมาแทนอีก บ้าที่สุด แล้วร่างบางก็ทำท่าจะเข้าไปเอาสิ่งของที่ตัวเองเลือกมาถือไว้ แต่ถูกมือหนารั้งต้นแขนเอาไว้ซะก่อน
"ใครว่าฉันไม่มีสิทธิ์ ลืมรึไงว่าที่นี่ใครเป็นใหญ่"
ราเมศน์พูดเสียงเข้มเพื่อเตือนสติร่างบางตรงหน้า ก่อนจะหันไปสั่งแม่ค้าอีกครั้ง
"จัดของตามที่ฉันสั่ง ทำบิลรวมกับของในเกาะ และห้ามไม่ให้มีอะไรเกินจากนั้น ถ้ารู้ทีหลังจะสั่งปิดเกาะไม่ให้เข้ามาขายอีก"
จบคำพูดก็หันกลับมามองใบหน้าหวานที่ตอนนี้มองเขาอย่างกับจะกินเลือดกินเนื้ออย่างท้าทาย
"ฉลาดหน่อยหทัยชนก เธอคงไม่คิดจะทำอะไรให้ใครต้องเดือดร้อนหรอก...ใช่ไหม?"
ราเมศน์ปรามด้วยคำพูด และหทัยชนกก็เข้าใจในความหมายดี หากเธอดื้อดึงขัดคำสั่งของเขา คนที่เดือดร้อนไม่ใช่เธอแต่เป็นแม่ค้าคนนี้ต่างหาก
"กระต่าย"
"จ้ะนายหัว"
"ดูท่านายหญิงของกระต่ายจะหายดีแล้ว ถ้าอย่างนั้นวันนี้ก็ให้เธอย้ายไปอยู่เรือนริมน้ำได้ ฉันขอห้องนอนของฉันคืน"
โดยไม่รอให้กระต่ายตบปากรับคำ ร่างสูงก็เดินตัวปลิวห่างออกไปทันที ปล่อยให้หทัยชนกหงุดหงิดหัวเสียอยู่เพียงลำพัง
'ผู้ชายบ้า! ทั้งบ้า! ทั้งเถื่อน! ทั้งเผด็จการ! เสียแรงที่...!'
หทัยชนกหยุดความคิดของเธอไว้แค่นั้น เมื่อรู้สึกตัวเองว่าเธอกำลังคิดในสิ่งที่ไร้สาระและไม่เป็นความจริง
'เธอกำลังจะบอกว่าเสียแรงที่คิดถึงอย่างนั้นเหรอ...เพ้อเจ้อแล้วหทัยชนก เธอรู้จักเขาได้ไม่นานเองนะ!'
"ได้ของครบแล้วจ้ะ จะให้ป้ารวมไปกับของในเกาะเลยไหมหนู?"
เสียงของแม่ค้าปลุกให้หทัยชนกรู้สึกตัว เธอรีบหันไปตอบแม่ค้าทันที
"ไม่ต้องค่ะ เดี๋ยวหนูเอาไปเอง"
ร่างบางเดินเข้าไปรับของตากมือแม่ค้าโดยมีกระต่ายคอยช่วยถืออยู่ข้างๆ ในขณะที่หทัยชนกกำลังจะหมุนตัวกลับสายตาของเธอก็เหลือบไปเห็นร่างสูงคุ้นตาที่สวมแว่นตาดำสะพายกระเป๋าเป้กำลังก้าวขึ้นมาจากเรือ เหมือนกับกระต่ายที่เผลอยิ้มออกมาอย่างดีใจที่เห็นเขาคนนั้น
"พี่หิน"
เสียงหวานร้องเรียกชายหนุ่มอย่างดีใจ ในขณะที่รอยยิ้มของกระต่ายค่อยๆจางหายไปจากใบหน้าเนียนเพราะสะดุดใจกับสรรพนามที่หทัยชนกเรียกขานศิลา...
"นายหญิงรู้จักนายหินด้วยเหรอจ๊ะ?"
กระต่ายอดไม่ได้ที่จะถาม ไม่รู้ทำไมหัวใจของเด็กสาวในยามนี้ถึงได้รู้สึกโหวงๆแปลกๆ และคำตอบของหทัยชนกก็ทำให้ใบหน้าเนียนใสหมองลงไปทันที
"รู้จักสิจ๊ะ รู้จักดีเลยล่ะ"
หทัยชนกตอบอย่างไม่คิดอะไร เพราะในใจของเธอศิลาเปรียบเหมือนพี่ชายของเธอคนหนึ่งเลยก็ว่าได้ แต่ในใจของกระต่ายคิดเลยเถิดไปไกลแล้วกับคำว่ารู้จักดีของเธอ
"พี่หิน หทัยนึกว่าจะไม่ตามมาซะแล้ว"
หทัยชนกทักทายร่างสูงตรงหน้าอย่างตัดพ้อ ในขณะที่ศิลาเพียงแค่ส่งยิ้มทักทายน้อยๆให้เท่านั้น และรอยยิ้มนั้นก็ไม่ได้เผื่อแผ่ส่งไปให้คนตัวเล็กที่กำลังจ้องมองคนทั้งคู่เลยแม้แต่น้อย มีเพียงหางตาเท่านั้นที่ปรายมามองแค่เพียงแวบเดียวบ่งบอกแค่ว่าเขารับรู้ว่ามีเธอยืนอยู่ตรงนี้อีกคน
"คุณหนูสบายดีนะครับ?"
ศิลาถามและพากันเดินไปทางช้าๆ โดยมีกระต่ายเดินตามไปเงียบๆ
"ไม่ค่อยสบายเท่าไหร่ค่ะ มาถึงวันแรกหทัยก็เจ็บตัวขาเเพงเลย พึ่งจะหายเนี่ยแหล่ะ"
หทัยชนกทำปากยื่นเหมือนเด็กสามขวบก็ไม่ปาน ทำให้ศิลาอดที่จะหลุดขำออกมาไม่ได้ และนั่นก็ยิ่งทำให้กระต่ายเเปลกใจเพราะน้อยครั้งนักที่เธอจะได้เห็นรอยยิ้มจากชายหนุ่ม
"พูดแบบนี้แสดงว่านายหัวรามดูแลคุณหนูไม่ดีน่ะสิ?"
"อย่าพูดถึงเขาเลยค่ะ ดูแลอะไรกัน พามาทิ้งไว้แล้วตัวเองก็หายหน้าไปเลย มีแต่กระต่ายนี่แหล่ะที่คอยดูแลหทัย"
ใจจริงหทัยชนกก็อยากจะทำตัวเป็นเด็กขี้ฟ้องไปซะเลยว่าส่วนหนึ่งที่เธอต้องเจ็บตัวนั่นก็เป็นเพราะนายหัวรามคนดีของศิลานั่นแหล่ะ
"ว่าแต่...ทำไมพี่หินถึงมาที่เกาะแล้วมาขึ้นตรงนั้นล่ะคะ?"
หทัยชนกถามในสิ่งที่เธอสงสัย เพราะตอนที่เธอมาถึงที่เกาะราเมศน์พาเธอเดินป่าเข้ามาตั้งหลายกิโล แต่ทำไมศิลาถึงได้นั่งเรือมาลงตรงนี้ เรือสินค้าอีกเหมือนกันทำไมถึงมาจอดเทียบท่าขายของได้
"ท่าเรือหลักของเกาะอยู่ตรงนี้ ถ้าไม่มาขึ้นตรงนี้แล้วจะให้ไปขึ้นตรงไหน?"
"หมายความว่าตรงนี้เป็นท่าเรือของเกาะหรือพี่หิน? แล้วชายป่าทางด้านโน้นล่ะคืออะไร!?"
