บทที่ 12.
นายหัวเถื่อน
บทที่ 12.
พลั่ก!
"อ๊ะ!"
หทัยชนกร้องอุทานด้วยความตกใจเมื่อร่างบางถูกกระแทกเเรงๆจากผู้หญิงคนหนึ่งจนเสื้อผ้าที่เธอถืออยู่นั้นหลุดร่วงจากมือ
ภาพที่เห็นจากไกลๆทำให้เจ้าของสายตาคมอีกคู่ที่มองอยู่ถึงกับขยับตัวทันที แต่อีกใจก็อยากรู้ว่าคนที่ตัวเองหมายใจไว้จะทำยังไง ร่างสูงจึงเปลี่ยนใจยืนกอดอกพิงต้นไม้มองดูอย่างเงียบๆอีกครั้ง
หทัยชนกรีบก้มลงจะเก็บเสื้อผ้าขึ้นมาจากพื้น แต่ยังไม่ได้ได้เอื้อมหยิบเท้าของผู้หญิงคนเดิมที่ชนเธอเมื่อครู่นี้ก็ตามมาเหยียบย่ำลงบนเสื้อผ้าทันที
หทัยชนกเงยหน้าขึ้นมองคนทำอย่างไม่พอใจ เธอเดาได้เลยว่านี่ไม่ใช่อุบัติเหตุ แต่คนทำตั้งใจทำซะมากกว่า ยิ่งได้เห็นแววตาสะใจของผู้หญิงคนนี้หทัยชนกก็ยิ่งแน่ใจ
"ที่เธอเหยียบอยู่มันเป็นเสื้อผ้าของฉันนะ"
หทัยชนกพูดเสียงห้วน บอกให้รู้ว่าเธอไม่พอใจมาก แต่คนต้นเหตุที่ตั้งใจมาหาเรื่องโดยเฉพาะอย่างรำพึงกลับไม่รู้สึกรู้สาใดๆทั้งสิ้น
"ของเธอเหรอ? ฉันนึกว่าผ้าขี้ริ้วซะอีก"
รำพึงพูดอย่างเหยียดๆ แค่นั้นยังไม่พอ เธอยังใช้เท้าขยี้เสื้อผ้าบนพื้นจนเปื้อนไปด้วยรอยเท้าของเธออย่างสะใจ ทั้งปากทั้งตาส่งยิ้มเหยียดให้หทัยชนกอย่างเย้ยหยัน
"เกินไปแล้วนะ!"
หทัยชนกตวาดเสียงดังก่อนจะลุกขึ้นผลักรำพึงออกห่างจากเสื้อผ้าแรงๆ สร้างความเกลียดชังให้กับรำพึงมากยิ่งขึ้นแต่หทัยชนกไม่คิดจะใส่ใจ หญิงสาวรู้แค่ว่าเธอไม่ใช่แม่พระที่จะยอมให้ใครมารังแกอยู่ฝ่ายเดียว
"พี่รำพึงทำอะไรน่ะ อยู่ๆมาหาเรื่องนายหญิงหทัยชนกทำไม?"
กระต่ายที่ตอนแรกยืนมองอยู่เฉยๆเข้ามายืนขวางตรงกลางระหว่างหทัยชนกกับรำพึงไว้เพราะไม่อยากให้เป็นเรื่องเป็นราวใหญ่โต เเต่เธอกลับถูกรำพึงตวาดกลับมาเสียงดังลั่น
"มึงหุบปากเดี๋ยวนี้นะอีกระต่าย! เมื่อกี้มึงเรียกใครว่านายหญิง!?"
รำพึงถามกระต่ายอย่างเอาเรื่อง จ้องหน้าอย่างกับจะกินเลือดกินเนื้อ คำว่านายหญิงที่เด็กสาวเรียกขานผู้หญิงนอกเกาะคนนี้ทำให้เปลวไฟแห่งความอิจฉาริษยาในอกของเธอลุกโชนขึ้นมาและยากที่จะดับมันได้
เธอต่างหากที่คู่ควรกับคำๆนี้ ไม่ใช่ผู้หญิงที่มาจากที่อื่นอย่างนังคนนอกเกาะนี่!
"กระต่ายอยากเรียก กระต่ายก็เรียก ใครที่กระต่ายคิดว่าเหมาะสมกับตำแหน่งนี้กระต่ายก็จะเรียก"
กระต่ายประกาศก้อง เรียกเสียงฮือฮาจากชาวบ้านที่พากันหยุดมองได้เป็นอย่างดี เธอจ้องหน้ารำพึงตอบอย่างไม่ลดละ เธอไม่เคยกลัวรำพึงเหมือนที่ผู้หญิงทุกคนบนเกาะมืดเกรงกลัว ถ้ารำพึงเป็นลูกสาวของหัวหน้าคนงาน กระต่ายเองก็เป็นลูกสาวหัวหน้าคนงานเหมือนกัน
"อย่ามาหาเรื่องระรานคนอื่นดีกว่า ถ้านายหัวรามรู้เข้าคนที่จะลำบากก็เป็นตัวเองอยู่ดี"
"อย่าสะเออะมาสอนกู มึงเห็นอีคนนอกเกาะดีกว่าคนในเกาะอย่างกูเหรออีกระต่าย กูจะดูซิว่าเด็กกะโปโลอย่างมึงจะปกป้องอะไรมันได้...อีแขก!"
รำพึงพูดอย่างคนที่คิดว่าตัวเองเหนือกว่า ก่อนจะหันไปเรียกแขกคนสนิท
"ขาคุณแม่ จะให้แขกทำอะไรบอกมาได้เลยค่ะ"
"มึงกันอีกระต่ายไว้ กูจะสั่งสอนอีคนนอกให้มันรู้ว่าอะไรเป็นอะไร"
"รับทราบค่ะคุณแม่"
เเขกรับคำอย่างกระหนิ่มยิ้มย่องในใจ มันไม่กลัวใครอยู่แล้วเพราะมีรำพึงคอยถือหางอยู่ ร่างอวบตรงเข้าไปหากระต่ายทันทีและพยายามกันกระต่ายเอาไว้สุดฤิทธิ์ และเมื่อเห็นว่าแค่กันเอาไว้อย่างเดียวคงเอากระต่ายไว้ไม่อยู่แขกก็ตัดสินใจกอดกระต่ายไว้ทั้งตัวจากท่างด้านหลัง
"ปล่อยสิ! ปล่อย! ปล่อยกระต่ายนะโว้ยพี่แขก"
กระต่ายพยามดิ้น แต่ยิ่งดิ้นแขนอวบๆของแขกก็เหมือนจะยิ่งรัดแน่นมากขึ้นทุกทีจนเธอแทบจะหายใจไม่ออก
"ปล่อยแน่แต่ต้องหลังจากคุณแม่รำพึงจัดการกับนังคนนั้นแล้ว มึงอยู่เฉยๆอย่าดิ้น"
รำพึงมองผลงานของแขกแล้วยิ้มออกมาอย่างถูกใจก่อนจะหันกลับมามองหทัยชนกที่ยืนรอตั้งรับอยู่เงียบๆ
ลองยื่นหน้าเข้ามาสิ เจอตอกกลับคืนแน่
"อยากเป็นนายหญิงชองเกาะนี้เหรอ มันไม่ง่ายขนาดนั้นหรอก"
รำพึงพูดเสียงเหี้ยม แล้วฟาดฝ่ามือใส่หน้าของหทัยชนกทันที แค่หทัยชนกกลับรับเอาไว้ได้ และซัดกลับด้วยกำปั้นหนักๆไปที่ปากครึ่งจมูกครึ่งของรำพึงทันที
สม...ถ้าตบมาเธอจะต่อย จะเอาคืนกลับเป็นอีกเท่าหนึ่งเลย! หทัยชนกคิดอย่างสะใจ ในขณะที่รำพึงเอาแต่ร้องกรี๊ดด้วยความเจ็บปวด เลือดสดๆไหลออกมาทางจมูกไม่หยุดหย่อน
"ตายแล้ว...คุณแม่!"
แขกอุทานอย่างตกใจเมื่อทุกอย่างไม่ได้เป็นอย่างที่ตัวเองคิด แถมตอนนี้นายของตัวเองยังเป็นฝ่ายเสียเปรียบอีกต่างหาก
"มึงจะเรียกกูให้ได้อะไรอีแขก จัดการมันสิอีโง่!"
รำพึงตวาดแขกเสียงดังทั้งที่มือยังกุมอยู่ที่ปาก
"ค่ะ...คุณแม่"
แขกรับคำแข็งขัน มืออวบปล่อยร่างเล็กๆของกระต่ายออกและพุ่งเข้าไปหาหทัยชนกทันที แต่ยังไม่ทันที่แขกจะได้ไปถึงตัวหทัยชนกร่างอวบก็ล้มลงไปนั่งกับพื้นเพราะถูกกระต่ายยื่นขามาขัดไว้
"สมน้ำหน้า...แบร่..."
กระต่ายหัวเราะชอบใจพร้อมกับแลบลิ้นปลิ้นตาให้แขกก่อนจะเดินไปหยุดยืนข้างๆหทัยชนกที่กำลังยิ้มขันให้กับสภาพของสองคนนั้นเหมือนกัน
"หายบ้ารึยัง ถ้ายัง จะเอาอีกไหม?"
หทัยชนกเอ่ยถาม ในขณะที่รำพึงมองมาอย่างเคียดแค้น และเมื่อได้ยินคำท้าทายจากศัตรูรำพึงก็ทำท่าจะพุ่งเข้าหาหทัยชนกอีกครั้ง
"หยุด!"
ทุกคนบริเวรนี้พากันชะงักทันทีที่เสียงทรงอำนาจดังขึ้น ก่อนที่ร่างสูงของราเมศน์จะก้าวเข้ามา ส่ยตาคมกวาดมองทุกคนก่อนจะหยุดนิ่งที่หทัยชนก และแน่นอนว่าไม่มีใครกล้าสบตากับเขา แม้แต่รำพึงเองก็ยังก้มหน้านิ่งเพราะเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเธอเป็นคนผิดเพราะเป็นฝ่ายเริ่มก่อน มีเพียงหทัยชนกเท่านั้นที่มองสบสายตาคมอย่างไม่เกรงกลัว
"เกิดอะไรขึ้น?"
ราเมศน์ถามเสียงเรียบทั้งที่รู้ทุกอย่างดีอยู่แล้ว แต่คำตอบที่ชายหนุ่มได้รับมีเพียงความเงียบเท่านั้น
"จะพูดเองหรือจะให้กระต่ายพูดให้ล่ะพี่รำพึง"
กระต่ายเป็นฝ่ายพูดขึ้นมาเอง เมื่อไม่มีใครยอมเปิดปากพูดจนแล้วจนรอด
รำพึงตวัดสายตาไปมองค้อนกระต่ายทันทีพร้อมกับทำปากขมุบขมิบกร่นด่ากระต่ายเบาๆ
"ไม่มีอะไรค่ะนายหัว เข้าใจผิดกันนิดหน่อย ตอนนี้ไม่มีอะไรแล้ว"
รำพึงจำใจพูดขึ้นมา เพราะถ้าเธอไม่พูดเรื่องกฌคงไม่จบ
"รำพึงขอตัวนะนายหัว"
รำพึงเอ่ยลาแล้วเดินออกไปจากบริเวรนั้นไป โดยมีแขกเดินตามไปติดๆ
"ไม่มีอะไร ก็แยกย้ายกันไปได้แล้ว"
คำสั่งของนายหัวทำให้ชาวบ้านต่างแยกย้ายกันไปทันที มีเพียงหทัยชนกกับกระต่ายเท่านั้นที่ยังอยู่นั่นเพราะหทัยชนกยังไม่ได้จ่ายเงินค่าเสื้อผ้าที่เธอเลือกไว้
มือบางก้มลงไปเก็บชุดที่ถูกรำพึงใช้เท้าเช็ดขยี้ขึ้นมาจากพื้นพร้อมกับทำหน้าเสียดาย
"ดูสิ...เลอะหมดเลย.."
เสียงหวานบ่นพึมพำเบาๆ
