ตอนที่ 2 ทนายที่ไม่เข้าข้างใคร
ห้องประชุมชั้นยี่สิบเงียบจนได้ยินเสียงแอร์
กระจกใสรอบด้านสะท้อนภาพเมือง…และสีหน้าคนในห้อง
ลลินนั่งไขว่ห้าง
แขนกอดอก
สายตาจับจ้องชายตรงข้ามไม่กะพริบ
ธีร์นั่งหลังตรง
แฟ้มเอกสารวางเรียงเป็นระเบียบ
เหมือนเจ้าของห้อง ทั้งที่ไม่ใช่
มินตรา เป็นคนเปิดประเด็น
“เราว่าจ้างคุณมา เพื่อดูแลผลประโยชน์ของลลินนะคะ”
ธีร์พยักหน้า
“ผมรับทราบครับ”
ลลินเลิกคิ้ว
“งั้นเริ่มจากบอกฉันหน่อย”
“คุณจะเอาผิดเขายังไง”
ธีร์เปิดแฟ้ม
ไม่เงยหน้าทันที
“ผมต้องบอกก่อนว่า—”
เขาหยุดเล็กน้อย
“คดีนี้ ไม่ได้ชนะง่าย”
ลลินหัวเราะ
เสียงนั้นมีทั้งความไม่เชื่อและไม่พอใจ
“คุณยังไม่เริ่ม
ก็สรุปว่าฉันแพ้แล้ว?”
ธีร์เงยหน้าขึ้น
สายตานิ่งเหมือนเดิม
“ผมสรุปว่า สัญญาฉบับนี้มีช่อง
และช่องนั้น…ไม่ใช่ฝั่งคุณ”
มินตราหน้าเคร่ง
“แต่เขาไม่แจ้งการแก้ไข”
“ตามกฎหมาย”
ธีร์ตอบทันที
“ภาคผนวกมีผลเท่ากับสัญญาหลัก หากมีลายเซ็นรับรอง”
ลลินตบโต๊ะเบา ๆ
ปึก
แต่ดังพอให้ทุกคนสะดุ้ง
“คุณพูดเหมือนเป็นทนายของเขา”
ธีร์ไม่สะดุ้ง
“ผมพูดเหมือนเป็นทนายของข้อเท็จจริง”
ลลินเอนตัวไปข้างหน้า
ดวงตาคมกริบ
“ฉันจ้างคุณ
ไม่ใช่จ้างความจริง”
ห้องประชุมเงียบอีกครั้ง
มินตรารีบแทรก
“ลลิน ใจเย็น—”
“ไม่”
ลลินยกมือห้าม
สายตายังไม่ละจากธีร์
“ฉันแค่อยากรู้”
เธอพูดช้า ๆ
“ว่าถ้าฉันไม่ใช่คนดัง
คุณจะพูดแบบนี้ไหม”
ธีร์นิ่งไปครู่หนึ่ง
ก่อนตอบ
“ถ้าคุณไม่ใช่คนดัง
ผมก็จะพูดเหมือนเดิม”
ประโยคนั้น
ทำให้ลลินยิ้ม
แต่เป็นรอยยิ้มที่ไม่มีความพอใจเลย
“คุณไม่กลัวเสียลูกความ?”
“ผมกลัวเสียมาตรฐานมากกว่า”
มินตราถอนหายใจ
“แล้วทางออกคืออะไรคะ”
ธีร์เลื่อนเอกสารไปตรงกลางโต๊ะ
“ต่อรอง ไม่ใช่ฟ้อง”
“ใช้แรงกดดันจากภาพลักษณ์ ไม่ใช่ศาล”
ลลินมองเอกสาร
แล้วเงยหน้าขึ้นช้า ๆ
“สรุปคือ
ฉันต้องยอม?”
“สรุปคือ”
ธีร์สบตาเธอ
“คุณต้องเลือกว่าจะชนะเร็ว
หรือชนะจริง”
คำว่า ชนะจริง
ทำให้ลลินเงียบ
ไม่ใช่เพราะเห็นด้วย
แต่เพราะรู้ว่าอีกฝ่ายคิดมาแล้ว
เธอลุกขึ้น
ก้มมองเขาจากมุมสูง
“คุณนี่มัน…”
เธอเว้นวรรค
“…น่าหงุดหงิดเป็นบ้า”
ธีร์ยืนขึ้นเช่นกัน
สูงกว่าเล็กน้อย
แต่ท่าทางยังเรียบ
“ผมได้ยินแบบนี้บ่อยครับ”
ลลินคว้ากระเป๋า
เดินไปที่ประตู
ก่อนหยุด
“อย่าคิดว่าฉันพอใจนะ”
“ฉันแค่ยังไม่ไล่คุณออก”
ธีร์พยักหน้า
“เท่านั้นก็พอสำหรับวันนี้ครับ”
ประตูปิดลง
มินตรามองธีร์
ส่ายหัวเบา ๆ
“คุณรู้ใช่ไหม ว่าคุณทำให้เธอโกรธมาก”
ธีร์เก็บแฟ้ม
ตอบเรียบ ๆ
“ผมรู้ครับ”
“แต่ถ้าเธอไม่โกรธ
แปลว่าผมทำงานพลาด”
และในวินาทีนั้นเอง
ลลินยืนอยู่หน้าลิฟต์
กำมือแน่น
ไม่ใช่เพราะเกลียด
แต่เพราะเป็นครั้งแรก
ที่มีคน ไม่เข้าข้างเธอ
และเธอ…ยังไล่เขาไม่ออก
