บท
ตั้งค่า

#####บทที่ 5

แต่บุรุษผู้นี้ไร้หัวใจ! รักใครไม่เป็น เขาไม่เคยชายตาหรือผูกสัมพันธ์กับผู้ใดเลยสักครั้งแม้นสตรีนางนั้นจะเป็นถึงองค์หญิง พระราชธิดาของเจ้าเมืองที่หากเป็นชายอื่นคงรีบตะครุบคว้าเอาไว้ ต่างจากเล่อหยางหลงที่ปฏิเสธค้านหัวชนฝาแล้วขับไล่ไสส่งพวกนางเยี่ยงหมูเยี่ยงหมา

จนมีบางช่วงคนเขาร่ำลือกันว่า เขาอาจเป็นพวก 'ชายตัดแขนเสื้อ' (พวกรักร่วมเพศชายรักชาย มาจากสำนวนจีนที่ว่า "ต้วนซิ่วจือผี่” แปลว่า "พิศวาสจนตัดแขนเสื้อ”) หรือไม่

ท้ายสุดข่าวลือก็ต้องเงียบหายไป ด้วยเหตุการณ์ในวันนั้น คณิกาหญิงนางโลมที่งามที่สุดเปรียบเสมือนนางฟ้าประจำโรงเตี้ยมซึ่งเหล่าบุรุษต้องทุ่มเงินหลายตำลึงเพื่อยื้อแย่งชิงตัวนางมาปรนเปรอกาม ทว่านางดันต้องตาเล่อหยางหลงที่เข้ามานั่งร่ำสุรากับสหายคนสนิทเข้า จึงพยายามยวนยั่วให้ท่าพร้อมเสนอราคาที่ค่อนข้างต่ำเตี้ยเรี่ยดิน เขาปฏิเสธไปหลายครา ทว่านางหาได้ฟังภาษาคนรู้ความไม่! ถือดีว่ามารยาสตรีออดอ้อนสักนิด บุรุษใดเล่าจะจิตใจแข็งทื่อได้!

ผิดคาด นั่นกลับทำให้เล่อหยางหลงทั้งรำคาญ ทั้งหงุดหงิด จึงด่าทอนางไปสารพัด ซ้ำยังสั่งปิดโรงเตี้ยมเป็นเวลาร่วมเดือนอีกด้วย ทำให้มีชายหนุ่มเจ้าสำราญบางคนรู้สึกขุ่นเคืองไม่น้อย เพราะในย่านนี้ โรงเตี้ยมที่นี่ถือว่าใหญ่และมีสตรีสาว ๆ เนื้อแน่นให้เลือกสรรบำเรอกามมากที่สุด

กระทั่งชายหนุ่มที่ร่ำสุราจนเมามายขาดสติซ้ำยังปากไม่มีหูรูด พร่ำเพ้อพูดในวงเหล้าว่าเล่อหยางหลงนั้นเป็นอีพวก ตัดแขนเสื้อ ชายรักชาย! ชะตาคนกำลังจะถึงฆาต เขาบังเอิญเดินผ่านมาได้ยินพอดี จึงใช้คมดาบตะบันลิ้นขาดวิ่นต่อหน้าผู้คนนับหลายชีวิตอย่างเลือดเย็น ทำให้ข่าวลือนั้นจำต้องเงียบสงบไปในที่สุด

"ซือเหย่ แล้วซืออิ๋งพี่สาวเจ้าเล่า ข้าให้จินเกอ จินเฉอไปตามเจ้ามาทั้งสองคนพี่น้องมิใช่หรือ เหตุใดเจ้าถึงมาเพียงผู้เดียว" เล่อหยางหลงปรายแลมองสตรีบอบบางข้างดายที่มีอายุน้อยกว่าตนเกือบครึ่งค่อนรอบอย่างไม่ใส่เท่าใดนัก ก่อนจะยกแขนขึ้นไขว้หลังแล้วเบือนหน้าไปทางหน้าต่าง คล้ายกับต้องการเน้นย้ำให้รู้ชัดอีกกลาย ๆ ว่าเขาหาได้สนใจนางเป็นพิเศษไปกว่าสตรีนางอื่นไม่

“ไยต้องถามถึงสตรีนางอื่นด้วยเล่าเจ้าคะ ท่านพี่หยางก็ทราบดีว่าเหย่เหย่คนนี้ทำให้ท่านพี่ได้ทุกอย่าง หาได้มีความจำเป็นต้องเรียกใช้คนอื่นด้วยไม่” ซือเหย่ใช้ใบหน้าน้อย ๆ ของนางถูไถแผงอกแกร่งกำยำที่อัดแน่นไปด้วยกล้ามเนื้อทุกสัดส่วนของบุรุษรูปงามผ่านอาภรณ์ราคาแพงอย่างนึกออดอ้อนแสดงความสนิทสนมเต็มที่หมายให้สตรีน่าสมเพชผู้นั้นทราบว่าตนกับแม่ทัพใหญ่เล่อหยางหลงมีความสัมพันธ์อันดีที่ลึกซึ้งต่อกันมากเพียงใด

“ซือเหย่” แม้เป็นเพียงคำเรียกขานชื่อธรรมดาทั่วไป ทว่าสุ้มเสียงที่ถูกกดข่มลงจนทุ้มต่ำกลับแผ่รังสีความน่าเกรงขามชวนหัวลุกไปรอบ ๆ พลอยทำให้กุ้ยไป๋หลานรู้สึกร้อน ๆ หนาว ๆ เสียวสันหลังวาบแทนสตรีนางนั้นไปด้วย

“เจ้าค่ะ ๆ” ซือเหย่เบะปากเล็กน้อยคล้ายกับเด็กน้อยโดนขัดใจ ทว่าไม่กล้าแสดงกิริยาอาการพูดจาเย้าหยอกไปมากกว่านี้ เพราะทราบดีว่ายามที่แม่ทัพเล่อหยางหลงขุ่นเคืองใจหรือหงุดหงิดขึ้นมามันน่ากลัวมากเพียงใด แม้นนางที่เป็นบุตรสาวของแม่นมซือเหยาที่เขาให้ความเคารพก็เกรงว่าอาจไม่ไว้หน้าด้วยเช่นกัน “พี่สาวข้า ซืออิ๋งนางเป็นไข้ทับระดูเจ้าค่ะ”

“อืม” เขาพยักหน้า “ที่ข้าเรียกเจ้ามา เพราะอยากจะไหว้วานเจ้าคอยจับตาดูสตรีผู้นี้หาบน้ำจนเต็มโอ่งและเตรียมต้มให้ข้าแช่ภายในระเวลาหนึ่งชั่วก้านธูปอย่าให้คลาดสายตาเชียว เข้าใจหรือไม่”

“เหย่เหย่เข้าใจเจ้าค่ะ”

"ส่วนเจ้ารีบไปเสียสิ! จะมายืนให้ข้ารำคาญใจอีกนานหรือไม่" น้ำเสียงที่เขาใช้กับกุ้ยไป๋หลานและซือเหย่สตรีร่างน้อยผู้นั้นช่างแตกต่าง บ่งบอกถึงความลำเอียงยิ่งนัก แม้นจะแฝงไปด้วยความน่าเกรงขาม วางมาดบุรุษผู้เย่อหยิ่งสมบทบาทพ่อตัวร้ายในนิยายไม่น้อยกว่ากัน ทว่ายามถึงคราวนางกลับใส่ทั้งอารมณ์ฉุนเฉียว ตะคอกตะเบ็งเสียงจนลำคอขึ้นเอ็น ซ้ำยังเขม็งสายตาแทบหลุดออกจากเบ้าเต็มที

"เจ้าค่ะ"

…

กุ้ยไป๋หลานยืนเบิกตาโพลงอยู่ด้านหน้าโอ่งที่มีขนาดใหญ่กว่าตัวนางเกือบสองเท่าด้วยความตกตะลึง ซ้ำระยะทางจากบริเวณนี้ไปถึงต้นน้ำลำธารกว่าหนึ่งลี้ (1 ลี้ เท่ากับ 150 จั้ง หรือ 500 เมตร) บุรุษผู้นั้นบ้าไปแล้วหรืออย่างไรเล่า นางอยากรู้เสียจริงว่าเขาใช้มันสมองส่วนใดคิดหรือเหตุใดจึงออกคำสั่งที่ตนเองก็คงรู้ทั้งรู้ว่าหาได้มีผู้ใดสามารถทำได้ไม่

“จะยืนโอ้เอ้อยู่นานหรือไม่?” ซือเหย่ยกสองแขนเรียวบางขึ้นกอดอกพร้อมเชิดคอตั้งตรงลอยหน้าลอยตา กุ้ยไป๋หลานกล้าสารภาพเลยว่าการกระทำของนางนั้นไซร้น่าหมั่นไส้เหลือทน “ที่นี่หาใช่จวนของสามีเจ้าไม่ มิมีผู้ใดมารองมือรองตีนให้เจ้าเรียกใช้ตามสบายหรอกนะ หึ” ว่าแล้วก็ขยับตัวเข้าไปใกล้ประจันหน้าในระยะประชิด “ฐานะที่เจ้าได้รับในจวนแห่งนี้ มีเพียงแค่ สาวรับใช้เท่านั้น เข้าใจหรือไม่!!”

“ข้าทราบดีแม่นางซือเหย่ หาได้ต้องย้ำไม่” กุ้ยไป๋หลานพยายามสงบสติอารมณ์สูดลมหายใจเข้าลึก ๆ แล้วแสร้งยิ้มตอบกลับไป เช่นไรการใช้ชีวิตอยู่ในจวนของท่านตัวร้ายเล่อหยางหลงที่ไม่รู้ว่าจะสามารถก้าวขาออกไปโบยบินอิสระได้เมื่อใด เห็นทีการผูกมิตรไมตรีกับสตรีและบุรุษคนอื่น ๆ เอาไว้ก็คือสิ่งแรกที่สมควรทำในตอนนี้เป็นอย่างยิ่ง “แต่ในฐานะสตรีด้วยกัน เจ้ามิเห็นใจสตรีเช่นกันอย่างข้าสักนิดหรือ ร่างกายข้าบอบบางถึงเพียงนี้ ซ้ำร้ายโอ่งก็ใบใหญ่ ระยะทางหากเทียบกับเวลาเพียงชั่วก้านธูปหากเป็นชายฉกรรจ์ก็คงมิมีผู้ใดทำได้ แล้วข้าเล่า เห็นทีข้าคงหมดแรง หมดสติไปเสียก่อนกระมัง”

“ช่างน่าสมเพชนัก” ซือเหย่เค้นเสียงหัวเราะในลำคอ ก่อนจะใช้สายตาเช่นเดิมเหยียดมองกุ้ยไป๋หลาน “แล้วเหตุใดข้าต้องเห็นอกเห็นใจสตรีที่เป็นเพียงสาวรับใช้ต่ำต้อยเช่นเจ้าด้วยเล่าไป๋หลาน เสียใจที่โดนพรากจากผัวในคืนวันเข้าหอจนเสียสติไปแล้วหรืออย่างไร ว่านั่นหาใช่ธุระกงการอันใดของข้าไม่”

“…”

“และที่สำคัญ ข้ากับเจ้าหาได้สนิทสนมหรืออยู่ในฐานะเดียวกันที่เจ้าสามารถเรียกขานชื่อข้าว่าแม่นางซือเหย่ตามใจชอบไม่" ปลายนิ้วเรียวยาวกดจิ้มลงบนหน้าผากมนของกุ้ยไป๋หลานพร้อมออกแรงผลักออกเล็กน้อย "เจ้าเป็นใคร ข้าเป็นใคร จงสำเหนียกตัวเองเถิดแม่นางไป๋หลานว่าตอนนี้ไอ้ศักดิ์ภรรยาเอกแม่ทัพเล่อเยี่ยนเฉินใช้ไม่ได้ผลในจวนหลังนี้หรอก อย่างมากเจ้าก็แค่...เชลยน่าสมเพชคนหนึ่งที่ไม่มีสิทธิ์ออกปากออกเสียง ทำได้เพียงก้มหน้ารองมือรองตีนเพื่อความอยู่รอดเท่านั้น"

ความอดทนของกุ้ยไป๋หลานขาดสะบั้น นางทิ้งตะกร้าหาบน้ำในมือ ก่อนจะยกแขนขึ้นท้าวสะเอวแล้วจ้องมองใบหน้าอีกฝ่ายด้วยสายตาเช่นเดียวกัน "ถ้าเป็นเช่นนั้นข้าก็วอนให้คุณหนูเมตตาบอกเชลยน่าสมเพชคนนี้ทีเถิดเจ้าค่ะ ว่าฐานะของคุณหนูในจวนหลังนี้เนี่ย มันสูงส่งสักเพียงใดกันหรือ เหตุใดข้าถึงต้องก้มหน้ารองมือรองตีนให้คุณหนูเพื่อความอยู่รอดของตนเองด้วยเล่าเจ้าคะ"

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel