#####บทที่ 4
"ออกไป!!! ขัดใจข้ายิ่งนัก" เล่อหยางหลงปัดมือเล็ก ๆ ของกุ้ยไป๋หลานออกห่างกาย สตรีหน้าตายผู้นี้เพียงย่างกรายเข้ามาอยู่ในจวนได้ไม่ถึงครึ่งค่อนวันกลับทำให้เขารู้สึกหงุดหงิดยิ่งนัก!
เขาตั้งใจจะเอนหลังให้นางบีบนวดผ่อนคลายความปวดเมื่อยแล้วผล็อยพริ้มตาหลับสักชั่วครู่ แต่นางนั้นอิดออด จับ ๆ นวด ๆ เบาหวิวเหมือนคนไร้เรี่ยวแรง คล้ายสุนัขใช้เท้าสะกิดจนเขานึกรำคาญใจเสียก่อน
กุ้ยไป๋หลานสะดุ้งตัวโยนด้วยความตกใจ เมื่อจู่ ๆ เขาก็เล่นตะเบ็งเสียงคำรามขึ้นมาอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย "เจ้าค่ะ"
"ไปเตรียมน้ำให้ข้า"
"เจ้าคะ?"
"โง่เขลาจนกระทั่งฟังภาษาคนที่ข้าพูดไม่รู้ความหรืออย่างไร!" เล่อหยางหลงพูดถึงเพียงนี้แล้ว แม้นนางหาได้เอื้อนเอ่ยถามไถ่ออกมาทว่านางกลับนั่งตาใส หัวคิ้วเรียวยาวขมวดมุ่นเข้าหากันเล็กน้อย "เหตุใดเจ้าถึงได้ทำให้ข้ารู้สึกหงุดหงิดอยู่เรื่อยเล่าไป๋หลาน"
"..."
"ข้าต้องการแช่น้ำอุ่น ๆ รีบไปทำหน้าที่สาวรับใช้ของเจ้าเสีย" บุรุษกอดอกจ้องเขม็งมองใบหน้านางอย่างคาดโทษ "หากเจ้ายังไม่รู้ความ ข้าจะใช้ดาบเบะศีรษะเจ้าออกสองซีก แล้วดูว่าภายในสมองเจ้ายังมีเส้นหยักบ้างหรือไม่ เหตุใดถึงได้โง่เขลาเยี่ยงนี้"
วาจาที่ถูกพ่นออกมาจากริมฝีปากของเล่อหยางหลงแต่ละคำ ช่างสมบทบาทพ่อตัวร้ายในนิยายเสียจริง! หมาล้วน ๆ ไม่มีแมวผสม
"เจ้าค่ะ" นางรีบรับคำ ถึงแม้ไม่เคยทำ ทว่าโชคดีที่หมูหวานในชาติก่อนอ่านนิยายจีนโบราณมาแล้วนับสิบ ๆ เรื่อง จึงพอมีความรู้ จดจำขั้นตอนรายละเอียดมาได้บ้างสักหยิบมือ "โอ่งอยู่ที่ใดเจ้าคะ?"
ไม่ว่าเรือนใหญ่หรือเรือนอนุก็จะมีบ่าวผู้ชายที่คอยทำหน้าที่หาบน้ำจากลำธารมาใส่ไว้ในโอ่งใบใหญ่เพื่อเตรียมไว้สำหรับใช้สอยทำกิจธุระต่าง ๆ ของเจ้านาย
"นี่เจ้าคิดว่าข้าจะเมตตาเจ้าถึงเพียงนั้นเลยหรือไป๋หลาน เหอะ สิ้นคิดยิ่งนัก!" เล่อหยางหลงแทบอยากจะหัวเราะให้ฟันหลุดปากยามที่สตรีผู้นี้เอ่ยถามเขาหน้าตาใสว่าโอ่งใส่น้ำอยู่ที่ใด "แม่นาง...จดจำไว้เถิด ตราบใดที่เจ้ายังมีส่วนข้องเกี่ยวกับเยี่ยนเฉิน บุตรชายของสตรีอำมหิตผู้นั้น ข้าก็จะถือว่าเจ้าเป็นศัตรูหมายเลขหนึ่งด้วยเช่นเดียวกัน!"
ตรรกะเขาป่วยเป็นที่สุด! นางหาได้รู้ความหรือมีส่วนได้ส่วนเสียในเรื่องราวบาดหมางใจระหว่างพวกเขาทั้งสองฝ่ายไม่! แล้วเหตุใดนางต้องมาทนทุกข์ทรมานรับกรรมในสิ่งที่นางไม่ได้ก่อด้วยเล่า โง่เง่า
รับประกันได้เลยว่าหากเป็นกุ้ยไป๋หลานเจ้าของร่างนี้ นางก็คงจะยินยอมให้อีกฝ่ายข่มเหงรังแกอยู่ฝ่ายเดียวโดยไม่คิดโต้ตอบแล้วรอจนกว่าคนรักของนางจะโผล่หัวมาช่วยเหลือซึ่งผ่านไปร่วมแรมเดือนที่นางต้องทนทุกข์ทรมานให้ทั้งสาวใช้และบุรุษหน้ายักษ์ใจมารโขกสับจนร่างกายซูบผอมล้มป่วยไปในที่สุดตามประสาคงคอนเซ็ปท์นางเอกในนิยายผู้แสนดี (เกินไป) เป็นแน่ ทว่าใช้ไม่ได้กับอีหมูหวานคนนี้อันขาด!
อีหมูหวาน คนนี้นี่แหละจะกอบกู้ศักดิ์ศรี ชื่อเสียง และพลิกแพลงบทบาทของกุ้ยไป๋หลานนางเอกนิยายจีนโบราณในเวอร์ชันใหม่ที่น่าติดตามมากกว่าเก่า
พอเสียที! นางเอกนิยายน้ำเน่าขั้นสุดที่โคตรอ่อนแอ ปล่อยให้คนอื่นเขาโขกสับรังแกอยู่ฝ่ายเดียวโดยไม่มีแม้แต่จะปริปากพูดจนกระทั่งพลอยทำให้ตนเองเดือดร้อนอยู่เรื่อย...
'กุ้ยไป๋หลาน' เวอร์ชั่นใหม่กำลังจะเริ่มต้น นางจะทำให้ทุกคนรวมถึงพ่อตัวร้ายรูปหล่อผู้นี้จดจำนางขึ้นใจจนลืมไม่ลงเลยทีเดียว
"แล้วท่านจะให้ข้าทำเช่นไรหรือเจ้าคะ"
"ข้าเหลืออดกับความโง่เขลาของเจ้าเต็มทีแล้ว เรื่องเล็กน้อยเพียงเท่านี้เหตุใดจึงขบคิดด้วยตนเองไม่ได้เล่า!!" เล่อหยางหลงปวดขมับ สตรีผู้นี้เติบโตมาอย่างไรกันไยไร้สมองนัก! คงต้องถามเยี่ยนเฉินกระมังว่าไปเสาะขุดนางมาจากซอกมุมหลุมใดไฉนถึงได้โง่ดักดานยากเกินจะบรรยาย "เอาเถิด หน้าที่ของเจ้าในฐานะสาวรับใช้คือไปหาบน้ำจากลำธารใส่ให้เต็มโอ่ง จากนั้นก็ต้มอุ่น ๆ เตรียมอ่างให้ข้าลงไปแช่"
"เจ้าคะ?" กุ้ยไป๋หลานเบิกตาโพลงด้วยความตกใจ คาดไม่ถึงว่าความโกรธแค้นที่มันฝังรากฝังโคนอยู่ในใจของเล่อหยางหลงจะเป็นได้ถึงเพียงนี้ เขาใช้สมองส่วนใดคิดหรือ เหตุใดจึงให้สตรีร่างบอบบางหาบน้ำจากลำธารมาใส่ให้เต็มโอ่ง! ทั้ง ๆ ที่หน้าที่เหล่านี้ควรเป็นของเหล่าชายฉกรรค์ร่างบึกบึนมากกว่า
“เจ้างุนงงสิ่งใดหรือไป๋หลาน?” เล่อหยางหลงเอียงคอเลิกคิ้วถามอย่างยียวนกวนประสาท พลางแสยะยิ้มมุมปากเล็กน้อยในช่วงที่ใบหน้างามค่อย ๆ แหงนขึ้นมาจงใจหมายให้นางซัดตามองพอดี “หรือสิ่งที่ข้าอธิบายขยายความมันยังน้อยเกินไป จนรอยหยักสมองอันน้อยนิดของเจ้าไม่สามารถทำความเข้าใจได้เช่นนั้นหรือ”
“ข้าเข้าใจแล้วเจ้าค่ะ” นางคร้านจะต่อปากต่อคำให้มากความ จึงยินยอมรับไปเสีย
“ดี ข้าให้เวลาเจ้าในการหาบน้ำจากลำธารใส่โอ่งจนเต็ม และเตรียมน้ำอุ่น ๆ ให้ข้าแช่ อืม…” เล่อหยางหลงยกฝ่ามือขึ้นมาทำท่านับนิ้วครุ่นคิด แม้นความจริงจะมีคำตอบรอในใจอยู่แล้วก็ตาม “ชั่วก้านธูป (ชั่วก้านธูป เท่ากับ 20-30 นาทีโดยประมาณ) เพียงพอหรือไม่?”
กุ้ยไป๋หลานชะงักไปชั่วครู่หนึ่ง ‘ชั่วก้านธูป เท่ากับ 20-30 นาทีโดยประมาณ’ เขาบ้าไปแล้วหรืออย่างไร! ให้สตรีตัวเล็ก ๆ เช่นนางหาบน้ำจากลำธารมาใส่ไว้ให้เต็มโอ่งใบใหญ่ยังมิสาแก่ใจอีกหรือ มิหนำซ้ำยังให้เวลาเพียงครึ่งค่อนชั่วโมง! ประสาทไปแล้วแน่แน่ มองจากดาวอังคารก็รู้ว่าเขากำลังกลั่นแกล้งนางอยู่
“มะ…” นางกำลังจะอ้าปากบอกว่าเวลาเท่านั้นหาได้เพียงพอไม่หากเทียบกับภาระงานที่ค่อนข้างหนักสำหรับสตรีร่างบอบบางเช่นกุ้ยไป๋หลาน ทว่ายังไม่ทันพูดจนจบประโยคเลยด้วยซ้ำ บุรุษหน้ายักษ์ร่างคิงคองผู้นี้ก็สวนขึ้นมาเสียก่อนราวกับมีญาณล่วงรู้ว่านางคิดสิ่งใดอยู่
“พอหรือไม่พอมันก็เรื่องของเจ้าที่ต้องจัดการให้ดี แต่หากภายในชั่วก้านธูปข้ายังไม่ได้แช่น้ำอุ่น ๆ วันนี้ทั้งวันเจ้าก็ห้ามกินข้าว!” แค่เห็นใบหน้าของนางซีดเผือก เล่อหยางหลงก็นึกสะใจยิ่งนัก อยากรู้เสียจริงหากเยี่ยนเฉินได้มาดูสภาพคนที่มันรักกำลังหาบน้ำจากลำธารมาใส่ให้เต็มโอ่งจนหลังขดหลังแข็งหรืออาจเป็นลมหมดสติไป มันจะทุกข์ทรมานสักเพียงใด
"เหย่เหย่มาแล้วเจ้าค่ะท่านพี่หยาง" จู่ ๆ ก็มีสตรีเรือนร่างบอบบาง ผิวพรรณขาวนวล สวมใส่อาภรณ์สีเทาแลดูสะสะอาดสะอ้านเดินรี่ตรงปรี่เข้ามาแอบอิงซบอกเล่อหยางหลงอย่างใกล้ชิดสนิทสนม ก่อนจะตวัดมองกุ้ยไป๋หลานตั้งแต่หัวจรดเท้าด้วยสายตาดูถูกเหยียดหยาม พร้อมทั้งเบะปากแบนคว่ำแล้วเชิดใส่อีกด้วย
หรือสตรีผู้นี้จะเป็นคนรักของท่านแม่ทัพตัวร้ายกันนะ? กุ้ยไป๋หลานเกิดคำถามเล็ก ๆ ในใจ แต่ก็ต้องสลัดมันทิ้งไปจากหัว เพราะหากนางจำไมฺ่ผิด ในนิยายเขียนเอาไว้ว่า เล่อหยางหลง แม้นโหดเหี้ยม อำมหิต ซ้ำยังฝากรอยคมดาบจากการสู้รบเพื่อบ้านเมืองเอาไว้บนแก้มข้างซ้าย ทว่าไม่อาจทำให้ความหล่อเหลาจนผู้คนที่เดินผ่านต้องเหลียวหลังแลสุดสายตาลดน้อยลงได้เลย ซ้ำหญิงงามทั้งองค์หญิง บุตรสาวอัครเสนาบดี ขุนนาง รวมถึงเหล่าสตรีทุกถิ่นแดนแคว้นเมืองต่างพร้อมอยากพลีกายถวายให้ ขอเพียงได้หลับนอนขึ้นชื่อว่าเป็นสตรีอุ่นเตียงของเขาก็ยังดี
