บท
ตั้งค่า

#####บทที่ 3

นางเพิ่งตระหนักคิดได้เมื่อครู่ว่าที่เขารู้สึกขุ่นเคืองใจด้วยเพียงทัศนคติตามประสาบุรุษในยุคสมัยโบราณ ซ้ำยังเป็นถึงตัวร้ายของเรื่องที่ขึ้นชื่อด้านความโหดเหี้ยมอำมหิต แม้นฮ่องเต้ยังคงต้องยำเกรง แต่ทว่าเมื่อครู่นางกลับเมินเฉยต่อคำพูดข่มขู่ หาได้หวาดกลัวตัวสั่นงันงกอย่างที่ควรจะเป็นยามเผชิญหน้ากับเขาไม่

จึงรีบกลับลำ แสดงอาการออกมาให้บุรุษประจักษ์แจ้งแก่สองสายตาว่านางหวาดกลัวในความเหี้ยมโหดของเขามากมายถึงเพียงใดจนต้องกอดเข่าอ้อนวอนขอความเมตตาให้เขาอย่าถือโทษโกรธเคืองนางเช่นนี้ เพราะหากมัวแต่ชักช้าลีลา ไม่เร็วนางอาจต้องไปนอนกองอยู่ใต้โคนรากมะม่วงอย่างแท้จริงเป็นแน่

“เหอะ! เจ้าคิดได้เช่นนี้ก็ดีแล้วแม่นาง” เล่อหยางหลงได้ยินไป๋หลานกล่าวออกมาเช่นนั้นก็กระตุกยิ้มมุมปากอย่างพึงพอใจ ก่อนจะยกแขนแกร่งกำยำขึ้นมาใช้ฝ่ามือลูบปลายคางเบา ๆ "เพราะหากเจ้ายังถือดี เพียงคิดว่ามีศักดิ์เป็นน้องสะใภ้ของข้า ข้าอาจอดใจไม่ไหวที่จะห่ำหั่นเจ้าเป็นชิ้นเล็ก ๆ แล้วส่งเศษเนื้อให้สามีเจ้ากระอักเลือดตายก็เป็นได้”

"มิใช่เจ้าค่ะ ข้าหาได้ถือดีเพียงคิดว่าข้าคือน้องสะใภ้ท่านไม่เจ้าค่ะ ข้าทราบดีว่าตัวข้าต่ำต้อยด้อยค่า ซ้ำยังเป็นสตรีที่อ่อนแอนัก แล้วข้าจะหาญกล้าทำตัวเช่นนั้นต่อท่านแม่ทัพที่ขนาดฮ่องเต้ยังทรงเกรงกลัวได้อย่างไรกันเล่าเจ้าคะ" เมื่อสบโอกาสนางจึงรีบประจบสอพลอเลียแข้งเลียขาบุรุษที่ตอนนี้เชิดหน้า บ่าตั้งตระหง่านแบกศักดิ์ศรีเอาไว้จนลำคอเกร็งเห็นเส้นเลือดทันที เพื่อหวังว่าจะช่วยลดทอนสิ่งที่ทำให้เขาขุ่นเคืองใจเมื่อครู่ลงได้บ้าง

หากเรื่องราวดำเนินไปตามพล็อตคร่าว ๆ จากคำโปรยที่นางเคยพลิกอ่านด้านหลังหนังสือจีนโบราณจริงไม่มีสิ่งใดผิดเพี้ยน เห็นทีอย่างไรนางก็คงต้องอยู่ในจวนแห่งนี้อีกนานจนกระทั่งพ่อพระเอกหูเบาจะตาสว่างแล้วบุกเข้ามาช่วยเหลือช่วงวินาทีที่นางแทบสิ้นใจตายเพราะโดนใช้งานหนักอยู่รอมร่อนู้น ฉะนั้นการประจบสอพลอผูกมิตรกับท่านตัวร้ายที่มีอำนาจมากที่สุดเห็นทีจะเป็นการดีต่อตัวนางในภายภาคหน้าไม่น้อย

“คิดได้เช่นนั้นก็ย่อมดี แต่เจ้าอย่าได้หวังว่าข้าจะปรานี เพราะข้าชังนำหน้าสามีเจ้ายิ่งกว่ากระไรดี” เล่อหยางหลงเลื่อนฝ่ามือลงไปบีบปลายคางของกุ้ยไป๋หลานให้เชิดใบหน้ารั้นขึ้นในองศาพอดีจนพวงแก้มทั้งสองข้างลุ่มยุบไปตามแรงกดของนิ้วที่แลดูไม่ได้ทะนุถนอมนางประหนึ่งนางเป็นเพียงสตรีบอบบางร่างอ่อนแอผู้หนึ่งเลยสักนิดเพราะในสายตาของเขาแล้วมันผู้ใดที่มีส่วนเกี่ยวข้องหรือเป็นคนที่เล่อเยี่ยนเฉินรักใคร่ ย่อมถือว่าเป็นศัตรูของเขาไปโดยปริยาย

“เจ้าค่ะ” กุ้ยไป๋หลานลอบกลืนน้ำลายก้อนเหนียวหนืดลงลำคอเฮือกใหญ่อย่างยากลำบากเมื่อเผลอสบกับดวงตาเฉี่ยวคมประหนึ่งเหยี่ยวร้ายที่บินโฉบเฉี่ยวอยู่บนท้องฟ้าแล้วจ้องมองเขม็งพร้อมจะเฉือดเฉือนเข่นฆ่าเหยื่อตัวน้อยไร้ซึ่งหนทางสู้เช่นนางได้ทุกเมื่อเชื่อวัน

"แล้วเจ้าคิดว่าการที่ข้าอุตส่าห์ลงทุนเข้าไปลักพาตัวเจ้าสาวในคืนวันแต่งงานออกมาจากห้องหอเพียงต้องการให้เจ้านอนหลับสบายกินบ้านกินเมืองเช่นนี้น่ะหรือ โง่เง่า สิ้นคิด มิผิดไปจากสามีเจ้าเลยแม้แต่น้อย เหอะ! ข้าหาแปลกใจไม่เหตุใดถึงได้ลงเอยกัน" เล่อหยางหลงปรายตามองปราดเดียวอย่างนึกสมเพช ก่อนจะสะบัดข้อมือออกจากปลายคางมน แล้วเหยียดกายแกร่งตั้งตรงพร้อมประสานแขนล่ำสั่นไขว้เอาไว้บริเวณบั้นสะโพกด้านหลัง

"..." ขณะนี้กุ้ยไป๋หลานแทบไม่กล้ากระดิกตัว ด้วยกลัวว่าหากเผลอทำสิ่งใดให้อีกฝ่ายขุ่นเคืองใจอีก มีหวังเขาคงได้ส่งนางไปนอนใต้โคนรากมะม่วงแน่แท้

แล้วฟังดูประโยคนั่นเถิด 'โง่เง่า สิ้นคิด มิผิดไปจากสามีเจ้าเลยแม้แต่น้อย ข้าหาแปลกใจไม่เหตุใดถึงได้ลงเอยกัน' เพียงนางนั่งนิ่งอยู่เฉย ๆ เขาก็สามารถหาเรื่องให้ต้องพูดจาส่อเสียด เหน็บแนมนางได้มิเว้นช่วงหายใจหายคอ แล้วจะนับประสาอะไรหากนางขยับเขยื้อนเคลื่อนไหวร่างกายแม้แต่นิดเดียว บุรุษผู้นี้มิพาลชักแม่น้ำทั้งห้าสรรหาความผิด ยัดเยียดข้อหาเพื่อลงโทษนางหรอกหรือ!

บุรุษตัวร้ายในนิยายจีนโบราณเห็นทีคงคีพลุกเช่นนี้เหมือนกันทุกเรื่องกระมัง!

"เจ้าจะนั่งหน้าสลอนอยู่อีกนานหรือไม่! หรือเจ้าตั้งใจยั่วยวนกวนประสาทข้าไป๋หลาน" พูดพลางเล่อหยางหลงก็หันขวับมาจ้องมองเรือนร่างแบบบางตาเขม็งอย่างเหลืออดเต็มที เมื่อครู่เพิ่งพูดไปหยก ๆ ว่านางเป็นเพียงสตรีอ่อนแอผู้นี้จะหาญกล้ากับแม่ทัพใหญ่เช่นเขาได้อย่างไร แต่การกระทำกลับย้อนแย้งยิ่งนัก!

นางนั่งทำหน้าไขสือราวกับคิดว่าที่เขาไปลักพาตัวนางมาจากห้องหอเพื่อให้นางใช้ชีวิตสุขสบาย นอนกินบ้านกินเมืองได้ตามใจชอบหรืออย่างไรกันเล่า!

"ข้าเปล่าเจ้าค่ะ" กุ้ยไป๋หลานรีบปฏิเสธทันควัน "หากท่านแม่ทัพต้องการให้ข้าทำสิ่งใดก็บอกข้ามาเถิดเจ้าค่ะ ตัวข้าเป็นเพียงสตรีไร้การศึกษาช่างโง่เขลานัก หาได้ตีความออกไม่หากท่านไม่เอื้อนเอ่ยกับข้าตามตรง"

รอยยิ้มที่ถูกแสยะโค้งขึ้นเมื่อครู่สื่อให้รู้ทันทีเลยว่าเล่อหยางหลงคงพึงพอใจในประโยคดูถูกดูหมิ่นตนเองของนางไม่น้อย ข้องใจเสียจริง เหตุใดบุรุษตัวร้ายในนิยายต้องมีลักษณะนิสัยชอบข่มกดให้ผู้อื่นต่ำต้อยอยู่ใต้อำนาจกันนักเล่า

"หึ! ข้าลืมสิ้นไปว่าเจ้าเป็นเพียงบุตรสาวพ่อค้าหาบเร่ที่หาได้มีทรัพย์สินเงินทองมากพอส่งเสียให้เรียนหนังสือเยี่ยงบุตรสาวขุนนางไม่" แม้นไม่ได้มีเรื่องราวบาดหมางใจกันมาก่อนทว่าในสายตาเล่อหยางหลงกลับเต็มไปด้วยรอยชิงชัง ดูถูกแคลน เพียงเพราะต้องการให้นางกล้ำกลืนข่มขืนโทษฐานที่นางเกี่ยวข้องกับบุรุษที่เขาชังน้ำหน้า "เห็นทีสติสัมปัญชัญญะเจ้าคงน้อยนิดเช่นเดียวกับความคิดความอ่านด้วยใช่หรือไม่แม่นางไป๋หลาน เจ้าถึงได้ข้องแวะกับคนพวกนั้น หาไม่เจ้าก็คงเสียสติไปแล้ว"

"..." กุ้ยไป๋หลานนิ่งเงียบ ปล่อยให้เขาพร่ำเพ้อพรรณนาตามสบายจนกว่าเขาจะพึงพอใจ

"เอาเถิด ข้าเข้าใจดีว่าความโง่เขลาไม่เข้าใครออกใคร วันใดหากข้าอารมณ์ดีนึกอยากเมตตาคนรักศัตรูขึ้นมาข้าจะไหว้วานท่านอาจารย์มาช่วยชี้แนะหนทางสว่างให้เจ้าบ้างก็แล้วกันไป๋หลานเอ๋ย" เล่อหยางหลงเบี่ยงตัวเดินไปนั่งบนเก้าอี้ "เจ้าจะยืนหน้าโง่อยู่อีกนานหรือไม่! เมื่อคืนข้าแบกเจ้าขึ้นหลังจนรู้สึกปวดเมื่อยไปหมด รีบมาทำหน้าที่คนรับใช้ของเจ้าเสียสิก่อนที่ข้าจะรู้สึกหงุดหงิดอยากเฉือดเฉือนเนื้อคนเล่นไปมากกว่านี้"

"จะ...เจ้าค่ะ" กุ้ยไป๋หลานลุกลี้ลุกลน รีบพุ่งหลาวเข้าไปใช้ฝ่ามือบอบบางบีบนวดไหล่แกร่งล่ำสั่นที่อัดแน่นด้วยกล้ามเนื้อเป็นมัดโต ๆ ทุกสัดส่วนอย่างเอาอกเอาใจ เพราะดูจากสายตา ท่าทาง ของบุรุษผู้นี้เมื่อครู่แล้วเห็นทีเขาเอาจริง

"เจ้ามีแรงเพียงเท่านี้หรอกหรือไป๋หลาน?"

"ขอโทษเจ้าค่ะ" ต่อให้นางจะออกแรงจนข้อแขนเกร็งเห็นเส้นเอ็นปูดโปน ก็ดูเหมือนว่าแทบไม่กระทบกระเทือนร่างกายแกร่งกำยำของเขาเลยสักนิด

นางลืมสิ้น บัดนี้นางหาใช่ หมูหวาน สาวอ้วนท้วนร่างสมบูรณ์ในปีพุทธศักราช2566 ไม่ ทว่านางคือ กุ้ยไป๋หลาน นางเอกนิยายจีนโบราณ สตรีที่ลือโฉมว่างดงามไร้ที่ติเตียนตั้งแต่หัวจรดเท้า จนบุรุษทั้งองค์รัชทายาท องค์ชาย ขุนนาง เหล่าชายฉกรรจ์หัวเมืองท้ายเมืองต่างหมายตาริอยากเด็ดบุปผาดอกนี้มาเชยชม

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel