บท
ตั้งค่า

ข้าถูกใจคนนี้

“แล้ว…คุณหนูปฏิเสธหรือเจ้าคะ” ไม่นานสาวใช้นางก็กลับมาพร้อมอาหารและเครื่องปรุงหลายอย่าง รีบสำรวจเนื้อตัวเจ้านายสาวเมื่อเห็นว่าปลอดภัยดีจึงวางใจ ก่อนที่นางจะเล่าทุกอย่างให้ฟังรวมถึงเรื่องใต้เท้าอวี๋

“ข้าแบ่งรับแบ่งสู้ ถิงถิง ใต้เท้าอวี๋เป็นใคร แล้วข้าเป็นใคร ข้าไม่เหลือผู้ใหญ่ในบ้านให้ชี้แนะ เจ้าเห็นหรือไม่” นางหยิบหมั่นโถวขึ้นมากัดกินอย่างกลัดกลุ้ม

“แต่ว่า การที่ท่านแต่งงานเข้าสกุลใหญ่จะทำให้คุณหนูรอดพ้นจากคนพวกนั้นนะเจ้าคะ” นางพยักหน้าเห็นด้วย

“วันนี้คนคุ้มกันหนาแน่น นางยังเลือกเวลาตอนเปลี่ยนเวรเข้ามาหาเรื่องถึงในเรือน คราวหน้าหากนางพาคนอื่นมารุมทำร้ายท่านจะทำอย่างไรเจ้าคะ” ใบหน้างุ้มงอของถิงถิงแสดงออกให้เห็นว่า อย่างไรต้องมีครั้งต่อไปแน่นอน

“ก็ถูกของเจ้า แต่การจะพิชิตใจให้เขามาแต่งงานกับข้าเป็นเรื่องที่ยากนัก คนเย็นชาเช่นนั้นเจ้าคิดว่าเขาจะเปิดโอกาสให้ข้าหรือ” ไม่ใช่นางไม่คิด แต่เอาตัวเองให้รอดจากคนบ้านใหญ่นางก็เลือดตาแทบกระเด็นแล้ว

“ต้องมีสักทางเจ้าค่ะ”

ทางฝั่งคนที่ถูกท่านย่าและมารดาเรียกมากินข้าวที่จวน กำลังกวาดตาดูอาหารมากมายตรงหน้าพร้อมฟังคำตัดพ้อของฮูหยินใหญ่สกุลอวี๋ด้วยท่าทางนิ่งงัน

”นางเองอดอยากมาไม่น้อย สมบัติมากมายทั้งย่าและญาติๆยกออกไปไม่มีเหลือ เห็นอาหารมากมายเช่นนี้อดจะเป็นห่วงนางไม่ได้จริงๆ“ เขายังคงคีบอาหารกินต่อโดยไม่เอ่ยสิ่งใดออกมา แม้มารดากับผู้เป็นย่าจะเหลือบมองเขาเป็นระยะก็ตาม

”ความสัมพันธ์อันดีกับพ่อค้าเซี่ยเรามีมานาน ไหนจะซูหยวนมารดานางก็ค้าขายกับสกุลเรามาตั้งแต่บรรพบุรุษ เจ้าคิดเช่นนั้นหรือไม่…ว่าเราควรดูแลนางให้ดีกว่านี้หน่อย“ คราวนี้มารดาดึงเขาเข้าไปในบทสนทนาด้วย

”เรื่องคดีในบ้านนางไม่ซับซ้อน อย่างไรนางก็ชนะคดีขอรับ ท่านแม่และท่านย่าอย่าเป็นกังวลไป คนของข้าตรวจสอบตามลำดับและเที่ยงธรรมที่สุด“ คำตอบของคนหน้านิ่งทำให้มารดาเข็นเคี้ยว จนอวี๋เหวินหยางผู้เป็นบิดายกยิ้ม

“เจ้าเด็กคนนี้หนิ!! ที่ข้าพูดเพราะข้าอยากให้เจ้าดูแลนางเป็นพิเศษ หรือเจ้ารังเกียจกันที่นางถูกถอนหมั้น!!” คราวนี้มารดาเขาเข้าตรงประเด็น

“เพ่ยฮัว เจ้าเองก็ตรงไปตรงมาหน่อย อยากได้แม่นางน้อยเซี่ยมาเป็นสะใภ้เจ้าก็บอกเจ้าสามไป โยกโย้ไปมา เจ้าสามสมองทึบเรื่องนี้คิดสิ่งใดได้กัน” เป็นประมุขของบ้านเอ่ยปากบอก รอให้เข้าเรื่องอยู่นาน เมียเขาดันพูดหว่านล้อมอยู่ได้

“ที่ข้าโยกโย้ไปมาเพราะหลายครั้ง บุตรชายคนนี้ของท่านมักลุกหนี” ครานี้นางค้อนให้ทั้งพ่อทั้งลูก

“ลูกยังไม่ประสงค์จะแต่งงานกับสตรีใด หากท่านแม่ห่วงนางข้าจะดูแลเรื่องคดีให้อย่างเที่ยงธรรม” เขาวางตะเกียบลงและเตรียมลุกออกจากโต๊ะกินข้าว

“ข้าอยากได้นางเป็นสะใภ้!!” อารามกลัวบุตรชายเดินหนีอวี๋เพ่ยฮัวรีบตะโกนทันที

“งานข้ายุ่งนัก และนางเด็กกว่าข้าถึงสิบห้าหนาว ท่านแม่คิดว่า…นางอยากมีสามีแก่เช่นข้าหรือ” พูดจบเขาเดินออกไปทันที ไม่สนใจว่าตอนนี้มารดาและท่านย่าของเขาค้อนตาควัก

“สตรีใดบ้างที่อายุสามสิบกว่าหนาวเท่าเขาแล้วยังโสดอยู่ มีเพียงแม่หม้ายเท่านั้นแหละ!!” ฮูหยินผู้เฒ่าจับถั่วเม็ดเล็กปาตามหลังหลานชายพร้อมบ่นออกมาอย่างไม่ถูกใจนักที่หลานชายเอาแต่ปฏิเสธ

“ถูกใจนางมากหรือขอรับ” คราวนี้อวี๋เหวินหยางออกปากเอง ไม่เคยเห็นมารดาเขาอยากได้หลานสะใภ้เท่านี้มาก่อน

“นางเป็นสตรีที่ฉลาด เมื่อวานก่อนนางและสาวใช้มาร้องทุกข์หน้าศาลไทฟง เพื่อไม่ต้องพึ่งพาขอให้ใครพานางไปร้องทุกข์ นางเลือกที่จะให้สถานการณ์รุนแรง เพื่อที่ลี่หัวออกมาฟังปัญหาด้วยตัวเอง นางไม่ตีงูให้ตื่นโดยเปล่าประกาศว่าในมือนางมีสิ่งใดบ้าง นางรวบหัวรวบหางต่อหน้าชาวบ้านให้เห็นถึงความทุกข์ที่นางผจญ” เหตุการณ์ทุกอย่างในวันนั้น นางและลูกสะใภ้ได้ยินตั้งแต่ต้นจนจบ รวมถึงเรื่องหลักฐานที่ศาลาร้องทุกข์นางก็รู้

“สตรีเช่นนี้แม้เจ้าเล่ห์ไปบ้าง แต่นางรู้จักคิด ทั้งยังไม่ดึงคนที่ไม่เกี่ยวข้องมาเจอเรื่องนี้ด้วย ทั้งๆที่ หากคนของบิดานางที่ชื่อซือหานปรากฏตัว แน่นอนว่าคนบ้านใหญ่ต้องปิดปาก นางเลือกให้เขาอยู่ภายใต้การคุ้มครองของกรมอาญา ทั้งยังยกหลักฐานทั้งหมดให้ลี่หัวเพราะนางมั่นใจว่าจะปลอดภัย เจ้าคิดว่าคนแบบนี้จะส่งเสริมการงานของสามีได้หรือไม่” ท่าทางภูมิอกภูมิใจของมารดาทำเหวินหยางไม่กล้าขัด

“แต่ตอนนี้นางอาจไม่ร่ำรวยเหมือนตอนมีบิดาอยู่ด้วย ท่านแม่ไม่กลัวคำครหาหรือขอรับ” เขาถามหยั่งเชิง แม้จะมั่นใจพอควรว่าบ้านเขาไม่คิดเช่นนั้นก็ตาม

“ไว้รอดูว่านางจะผลิกชะตาของตระกูลขึ้นมาอย่างไร”

“หากทุกข์ใจเรื่องพี่สาม ท่านย่าและท่านป้าไว้ใจให้ข้าคิดหาทางแก้ไขหรือไม่ขอรับ” คนมาใหม่ทำคนในจวนยกยิ้ม

“วางใจได้แล้วนะขอรับ คนมากแผนการอยู่ตรงนั้นแล้ว” อวี๋เหวินหยางเอ่ยเย้ามารดา หลานชายเขาคนนี้หน้าที่การงานดี เจ้าเล่ห์นิดหน่อยแต่เป็นที่วางใจขององค์รัชทายาททีเดียว หากได้ร่วมมือกัน อย่างน้อย…อวี๋ลี่หัวคงหนีไม่พ้น!!

หลังจากนั้นสามวันนางถูกเชิญให้ไปฟังการสืบพยานหลักฐาน เรื่องครอบครัวเป็นเรื่องละเอียดอ่อน เช่นนั้นจึงใช้เวลารวบรวมถึงสามวันด้วยกัน ทั้งยังมีคดีอื่นที่เขาต้องจัดการ นางจึงต้องรอตามลำดับ

“หยางกุยเจ้าคนหน้าด้าน!! เจ้าปล่อยให้คนที่ฆ่าลูกข้าลอยหน้าลอยตาอยู่ในจวน แล้วยังไม่ยอมหย่ากับข้าอีก!!” ระหว่างที่นั่งรอนางได้ยินเสียงสตรีผู้นึงด่าทอสามีต่อหน้าเหล่าใต้เท้าที่พิพากษาคดีนี้

“ฉู่หวังเจ้าไม่มีหลักฐานว่านางฆ่าลูกเรา บางทีลูกเราอาจตกลงไปเอง” ชายที่อายุพอประมานแก้ตัวต่อหน้าคนร้องทุกข์

“หึ!! ทั้งๆที่ก่อนหน้านางเคยเอากำยานกลิ่นท้อมาไว้ในห้องทั้งๆที่ลูกข้าแพ้ คราก่อนนางนำปลาเนื้อแดงมาต้มน้ำแกงจนลูกข้าหายใจไม่ออก อาฉีว่ายน้ำเป็น หากไม่ใช่นางใช้กลอุบาย ลูกข้าจะจมน้ำได้อย่างไรต้องเป็นฝีมือนางแน่นอน!!” คนเป็นแม่ยังร้องไห้อย่างน่าสงสารก่อนจะตรงเข้าไปทุบตีคนเป็นสามี

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel