ตอนที่ 5 โถงโอสถเทียนอันเหมิน2
ตอนที่ 5 โถงโอสถเทียนอันเหมิน2
“อ่อ...เช่นนี้นี่เอง” ท่านป้าผู้นั้นพยักหน้ารับมีท่าทางคล้ายโล่งใจ
“จะจริงเร้อ...สตรีชั่วเช่นนางจะเก็บอะไรไปขายได้ คงเอาลูกตัวเองไปเร่ขายมากกว่า” เสียงเย้ยหยันดังขึ้นจากมุมหนึ่ง ทำให้คนทั้งเกวียนหันไปมอง ซึ่งไม่ใช่ใครที่ไหนแต่เป็นสหายข้างบ้านของบ้านใหญ่สกุลหนาน
“ป้าหวัง...ของกินส่งเดชได้ แต่คำพูดจะพูดส่งเดชไม่ได้นะ” เจียงหว่านหนิงยิ้มเย็นให้กับหวังซุนหนี่หรือป้าหวัง มนุษย์ป้าเห็นแก่ได้ไม่แตกต่างจากพวกบ้านใหญ่สกุลหนานเท่าไหร่ สตรีวัยกลางคนผู้นี้กับเจ้าของร่างมีปากเสียงกันทุกครั้งที่เจอหน้า
“ทำมาสำบัดสำนวนกับข้า ถุย! สตรีอย่างเจ้าหากไม่ใช้อุบายชั่ว ไม่มีทางได้แต่งกับเจ้ารองบ้านหนานหรอก แล้วไอ้เด็กนี่ก็ไม่รู้ว่า...ลูกใคร” หวังซุนหนี่ยังคงบิดปากพูดจาร้ายๆใส่เจียงหว่านหนิง แต่เหมือนว่าคราวนี้จะพูดเกินเลยไปมาก
“เสี่ยวเป่าเป็นลูกท่านพ่อ ท่านยายหวังอย่ามาทำร้ายท่านแม่ของข้านะ” เสี่ยวเป่าที่นั่งอยู่นานแต่โดนมารดาปิดหูเอาไว้ เขาจึงทำเพียงนั่งมองคนโน้นคนนี้ที แต่คำพูดของท่านยายหวังข้างบ้านใหญ่กลับเข้าหูเขาอย่างจัง
“เด็กเหลือขอจริงๆ ก้าวร้าวผู้ใหญ่ ไม่เหมือนหนานเลี่ยงรุ่ยที่รู้ความแล้วก็เป็นเด็กดี หากไอ้เด็กนี่มีสายเลือดตระกูลหนานก็คงไม่เป็นเช่นนี้หรอก” สิ้นคำพูดของหวังซุนหนี่ก็มีเสียงซุบซิบเซ็งแซ่เกิดขึ้น
จางซูอวี้ที่เงียบไปเหลือบมองไปทางเจียงหว่านหนิงรู้สึกสาสมใจที่นางนั่นโดนด่าสาดเสียเทเสีย ซึ่งทำให้ความเกลียดชังขุ่นเคืองในใจเมื่อครู่บางเบาลงไปมาก
“ป้าหวังช่างสายตาเฉียบแหลม แต่ท่านคงมองพลาดไปอย่าง...เสี่ยวเป่าใบหน้าราวกับถอดมาจากหนิงเฉิง ผิวขาวหล่อเหลารูปงาม แต่จะมีสายเลือดสกุลหนานหรือไม่นั้นก็น่าคิด สามีของข้านั้นดูไปแล้วก็หน้าตาดีผิดพ่อผิดแม่ ยิ่งไม่คล้ายคลึงหนานซิ่วไฉ ยิ่งไม่ต้องพูดถึงหนานเลี่ยงรุ่ยกับเสี่ยวเป่า ไม่รู้เพราะเหตุใดถึงได้ต่างกันราวฟ้ากับเหว!”
ภายในเกวียนที่เคยเซ็งแซ่เงียบลงราวกับป่าช้า โดยเฉพาะหวังซุนหนี่ที่อ้าปากพะงาบและรีบหลบสายตาขวับ ท่าทางมีพิรุธของป้าหวังไม่อาจรอดพ้นสายตาของหลายคน เจียงหว่านหนิงก็สังเกตเห็นเช่นกัน ดังนั้นเรื่องที่นางคาดเดาก็มีโอกาสจะเป็นความจริงเกือบเต็มส่วน เพียงแต่ไม่มีหลักฐานพิสูจน์ได้
‘ข้าน่าจะอ่านนิยายให้ละเอียดกว่านี้ ไม่น่าอ่านข้ามเลย ชาติกำเนิดของพระเอกแท้จริงแล้วเป็นยังไงกันแน่ แต่ตามหลักแล้วก็คงจะเป็นทายาทตระกูลขุนนางชั้นสูงสักตระกูลหนึ่งในเมืองหลวง ไม่โดนสลับตัว ก็โดนลักพาตัว’
“หวังซุนหนี่...ข้าว่าเจ้าพูดพร่ำไปมั่วซั่วแล้ว เด็กยังเล็กเพียงนี้ เจ้าพูดอันใดออกมาไม่คิด เจ้าก็เห็นหนานหนิงเฉิงมาตั้งแต่เด็ก คนในหมู่บ้านก็ล้วนเคยเห็น เสี่ยวเป่าหน้าเหมือนบิดาราวกับคนเดียวกัน ไม่ใช่ลูกของเขาแล้วจะเป็นลูกใครได้อีก” สตรีวัยไล่เลี่ยกับหวังซุนหนี่พูดตำหนิขึ้น นางอดสงสารเด็กชายไม่ได้ ดวงตาทั้งสองคลอด้วยน้ำตาชวนให้คนใจเจ็บจริงๆ แม้แต่นางยังทนไม่ได้เลย
“เหอะ!” หวังซุนหนี่ไม่เพียงไม่สำนึกยังสะบัดหน้าหนีอีกด้วย
“เสี่ยวเป่า...ลูกกวาดนี่ยายให้ รับไปซิ” ท่านป้าผู้นั้นไม่เพียงตำหนิหวังซุนหนี่ยังก้มลงและมอบลูกกวาดให้กับเสี่ยวเป่าที่นั่งใบหน้าเศร้าตาแดงระเรื่อ
“ขอบคุณท่านยายเร็วเข้า” เจียงหว่านหนิงกระซิบบอกบุตรชายให้รับลูกกวาดเม็ดนั้นมา เพราะเดี๋ยวนางจะมอบของตอบแทนคืนให้ท่านป้าผู้นั้นหลายเท่า ส่วนคนที่คิดร้ายนางเองก็จะตอบแทนให้อย่างงาม
“ขอบคุณขอรับ” เด็กชายรับลูกกวาดเม็ดนั้นมาถือ มองมันอยู่นานก็ไม่ยอมกิน ก่อนจะเก็บเข้าอกเสื้อเอาไว้
“เสี่ยวเป่าเป็นลูกของพ่อกับแม่อย่างไรก็เปลี่ยนแปลงไม่ได้ ไม่ว่าใครจะพูดอย่างไรก็ตาม เข้าใจมั้ย” เจียงหว่านหนิงไม่รู้จะปลอบใจเด็กอย่างไร นางมีเพียงคำพูดแบบนี้เท่านั้น
นางหมุนตัวเด็กน้อยในตักให้หันมาก่อนจะค่อยๆเช็ดน้ำตาให้เขา มองสบตาคู่นั้นที่กำลังน้อยอกน้อยใจในคำพูดไม่น่าฟังของผู้ใหญ่ การกระทำเล็กๆน้อยกลับซึมซับลงสู่หัวใจของเด็กชาย ยิ่งได้รับความใส่ใจก็ยิ่งทำให้ใจดวงนั้นที่เคยแห้งแล้งฟูฟ่องมากขึ้น
“ท่านพ่อจะกลับมามั้ยขอรับ เสี่ยวเป่าไม่เคยเห็นท่านพ่อเลย” ทั้งท่านแม่และท่านยายคนอื่นต่างพูดว่าเขาเหมือนท่านพ่อ เขาก็อยากเห็นว่าท่านพ่อจะมีหน้าตาอย่างไรและเหมือนจริงๆมั้ย
“แน่นอน...ท่านพ่อของเสี่ยวเป่าต้องกลับมาแน่” อีกไม่นานแล้วหล่ะ
บนเกวียนเงียบเสียงลงเสียที หูของเจียงหว่านหนิงราวกับได้รับการเยียวยา นางไม่ต้องได้ยินเสียงนกเสียงกาเสียงหมาเสียงแมวอีกแล้ว แต่กว่าจะถึงตัวอำเภอก็นานเหมือนกัน ขากลับนางจ้างเกวียนวัวส่วนตัวกลับเองจะดีกว่า อย่างน้อยก็สบายหูกับสมองลงไปมาก
