บท
ตั้งค่า

ตอนที่ 5 โถงโอสถเทียนอันเหมิน3

ตอนที่ 5 โถงโอสถเทียนอันเหมิน3

อำเภอหัวเป็นหนึ่งในสิบอำเภอของเมืองฉางชุน อำเภอหัวนับเป็นอำเภอที่เล็กที่สุดแต่การค้าก็ไม่ยิ่งหย่อนไปกว่าอำเภออื่นๆ อาจจะด้วยอำเภอหัวมีเหมืองแร่อยู่เหมืองหนึ่งจึงสามารถเชิดหน้าชูตาได้ เหมืองแร่ของอำเภอหัว แม้จะไม่ใช่แร่เหล็ก แร่ทองคำ แต่ก็เป็นแร่อัญมณีที่ล้ำค่า โดยเฉพาะหยกที่มีค่าควรเมืองซึ่งหาพบได้ในเมืองแร่อำเภอหัว

สินค้าจำพวกเครื่องประจำจึงได้รับความนิยมอย่างมาก และสามารถดึงดูดบรรดาพ่อค้าต่างถิ่นเข้ามาหากำไรได้

เจียงหว่านหนิงลงจากเกวียนวัวก็รีบพาเสี่ยวเป่าเข้าไปในตัวอำเภอผ่านร้านรวงต่างๆ ร้านที่พบมากก็คือร้านเครื่องประดับ แต่จากที่นางเห็น...เครื่องประดับแต่ละร้านล้วนแต่เป็นแบบที่ซ้ำกัน ไร้ความแตกต่างหลากหลาย มิหนำซ้ำยังไม่สวยเท่าที่ควร

“มีเหมืองอัญมณีแท้ๆ แต่สินค้าเครื่องประดับกลับส่งออกไปต่างแคว้นได้น้อยและราคายังถูกกดจนต่ำอีก เสียของจริงๆ” นางบ่นพึมพำไปตลอดทาง แต่ก็ยังไม่พบร้านรับซื้อสมุนไพรที่สอบถามมาจากโรงพักม้าด้านหน้าประตูอำเภอ

“ท่านแม่พูดอะไรนะขอรับ” เสี่ยวเป่าได้ยินเสียงมารดาก็ถามขึ้น

“เปล่าจ้ะ แม่แค่บ่นไปเรื่อย” เจียงหว่านหนิงยิ้มแหย และไม่พูดสิ่งใดอีกจนกระทั่งมาถึงร้านรับซื้อสมุนไพรที่ใหญ่ที่สุดในอำเภอหัว

“โถงโอสถเทียนอันเหมิน ชื่ออลังการจริงๆ” นางมองป้ายชื่อร้านที่ตัวอักษรนั้นแข็งแรงดุดันแต่ก็ยังแฝงไปด้วยความสูงศักดิ์ แต่ก็ว่าไม่ได้ในเมื่อร้านนี้เจ้าของมีตำแหน่งขุนนางที่ไม่อาจล่วงเกิน ซ้ำยังมีเอี่ยวกับราชสำนักอีกด้วย

เพียงเดินเข้ามาในร้านก็ได้กลิ่นสมุนไพรโชยออกมา นางมองตู้ไม้จัดเก็บสมุนไพรที่มีมากมายหลักร้อยตู้ และมีคนดูแลนับสิบคนในชุดสีขาวคอยวนเวียนดูแลลูกค้าที่นำเทียบยามาซื้อโอสถ อาจจะเพราะนางดูท่าทางแปลกประหลาดมองซ้ายมองขวา ไม่นานก็มีผู้ดูแลคนหนึ่งเดินตรงเข้ามา

“ไม่ทราบว่าฮูหยินต้องการมาซื้อหรือมาขายขอรับ” ผู้ดูแลเห็นด้านหลังมีตะกร้าสานจึงถามออกไปอย่างสุภาพ

“ข้ามาขายเจ้าค่ะ” เจียงหว่านหนิงตอบ ก่อนที่อีกฝ่ายจะผายมือไปทางโต๊ะหนึ่งที่มีชาวบ้านสองสามคนกำลังยืนรออยู่ ซึ่งก็น่าจะนำสมุนไพรมาขายเช่นเดียวกันกับนาง

“ฮูหยินยืนรอตรงนี้สักครู่ หลังจากสองสามท่านด้านหน้าได้รับการประเมินเรียบร้อย ท่านก็สามารถเข้าไปได้เลย” ผู้ดูแลกล่าวเสียงเรียบเรื่อย เขายิ้มแย้มบางเบาอธิบายเพียงไม่นานก็โค้งตัวจากไปรับลูกค้าที่กำลังเดินเข้ามาอีก

“เสี่ยวเป่าอยู่ข้างแม่ ในนี้คนมากเกินไป” นางก้มลงพูดกับบุตรชายที่กำชายเสื้อของนางแน่น ดูเหมือนจะมีความประหม่าเวลามีคนหมู่มาก

“ขอรับ เสี่ยวเป่าจะอยู่ข้างกายท่านแม่ตลอดเวลาเลย” เด็กชายเงยหน้าขึ้นมองสบตามารดา ซึ่งดวงตาของมารดาสวยมากจนเขาไม่อาจละไปมองอย่างอื่นได้เลย

เจียงหว่านหนิงในฐานะแพทย์หญิงนักวิจัยยาระดับประเทศคนหนึ่ง การมาอยู่ในที่ที่มีแต่กลิ่นสมุนไพรก็ราวกับย้อนวันเวลาอีกครั้ง นางหลับตาลงจำแนกกลิ่นที่ลอยฟุ้งอยู่ในอากาศและเริ่มทบทวนชื่อสมุนไพรที่จำแนกได้ นางทำปากขมุบขมิบในระหว่างรอแต่ออกเสียงเพียงแผ่วเบาเท่านั้น

“เจ้ากำลังท่องชื่อสมุนไพรอยู่รึ” เสียงแหบจากข้างกายทำให้เจียงหว่านหนิงสะดุ้ง นางลืมตาผละตัวและหันไปมองต้นเสียงอย่างรวดเร็ว

“ท่าน...ท่านเป็นใครกันเจ้าคะ” เมื่อเห็นเต็มตาก็พบว่าเป็นชายชราหนวดเคราขาวคนหนึ่ง การแต่งกายค่อนข้างจะเรียบง่ายและเป็นสีขาวไม่ต่างจากผู้ดูแลของที่นี่

“ข้าเป็นผู้ดูแลที่นี่ เห็นเจ้าขยับปากพูดชื่อสมุนไพรก็รู้สึกสนใจขึ้นมา” ชายชราตรงหน้านางยิ้มกว้างจนตาหยี เขามองนางราวกับพบสมบัติล้ำค่า จนนางต้องก้าวถอยหนีอย่างระแวดระวัง

“ข้าเพียงพูดไปเรื่อย ผู้ดูแลอาวุโสอย่าได้ใส่ใจ” เจียงหว่านหนิงบอกปัด ด้วยไม่อยากข้องเกี่ยวกับผู้ใด นางเพียงอยากทำหน้าที่ดูแลเสี่ยวเป่าให้ดีในฐานะแม่ผู้ให้กำเนิด ก่อนจะส่งมอบเขาให้กับพระเอกนางเอก และจากไปใช้ชีวิตที่เหลืออย่างสง่างาม

“เจ้าพูดเรื่อยเหรอ ข้ายืนฟังอยู่นาน...เจ้าไล่รายชื่อจากตู้แรก แถวแรกลงมา วนไปแถวที่สอง ที่สาม ที่สี่ ก่อนจะขึ้นตู้ใหม่และวนเวียนเช่นนั้น ไม่มีรายชื่อใดผิดเพี้ยนไปเลย คงไม่ใช่เรื่องบังเอิญกระมัง” ผู้อาวุโสไป๋ลูบเครายาวที่ขาวพลางเลิกคิ้วมองหญิงสาวตรงหน้าที่อายุน่าจะยังไม่ถึงยี่สิบหนาว แต่กลับมีพรสวรรค์ที่น่าทึ่ง ไม่รู้ว่านางมีอาจารย์ใดเป็นผู้สั่งสอน

“ท่านผู้อาวุโสอย่าเสียงดังไป ข้าไม่ชอบความวุ่นวาย อีกอย่างข้าเพียงชื่นชอบศึกษาสมุนไพรเท่านั้น จึงเพลิดเพลินกับเหล่าสมุนไพรในโถงโอสถแห่งนี้ไปหน่อย” เจียงหว่านหนิงถูจมูกเบาๆ หันซ้ายมองขวากลัวว่าความสามารถของนางจะถูกใครรู้เข้า และเอ่ยกระซิบกระซาบกับชายชราตรงหน้า

“ข้าขอทราบชื่อเจ้าได้หรือไม่ ข้าชื่นชมผู้มีพระสวรรค์เช่นเจ้านัก หากวันหน้าพบเจอจะขอแลกเปลี่ยนความรู้กับเจ้า” ผู้อาวุโสไป๋ที่เดินทางมาจากเมืองหลวงตรวจเยี่ยมร้านสาขาในทุกเมืองทุกอำเภอ และอำเภอหัวก็เป็นอำเภอสุดท้ายของการเดินทาง แต่กลับมาพบบุคคลที่น่าสนใจ นับว่าการเดินทางนี้คุ้มค่าสำหรับเขา

“เจียงหว่านหนิงเจ้าค่ะ ขอบคุณผู้อาวุโสที่ชื่นชม” นางก้มศีรษะเล็กน้อยเพื่อเคารพชายชรา บางทีหลังจากหย่านางอาจจะมาสมัครทำงานเป็นผู้ดูแลโถงโอสถแห่งนี้ก็ไม่เลวเช่นกัน

“ข้าแซ่ไป๋ เรียกผู้อาวุโสไป๋ก็ได้ ใครๆก็เรียกข้าเช่นนี้” ชายชราเผยยิ้มกว้างมองหญิงสาวชาวบ้าน ที่แม้จะแต่งกายเรียบง่ายด้วยผ้าฝ้าย แต่กลับเป็นฝ้ายเนื้อดี รูปร่างหน้าตาสะอาดสะอ้าน กิริยามารยาทก็ล้วนดูสง่างาม แตกต่างจากหญิงสาวชาวบ้านทั่วไป

“ผู้อาวุโสไป๋...” เจียงหว่านหนิงเหม่อลอยไปชั่วขณะ เมื่อคุ้นเคยกับชื่อชายชราผู้นี้ แท้จริงแล้วเขาถึงกับเป็น...หมอหลวงใหญ่จากสำนักหมอหลวง!

ในนิยายเล่าเรื่องของผู้อาวุโสไป๋เอาไว้ว่าเขามีความสามารถเทียบเท่าหมอเทวดา สามารถรักษาฮ่องเต้ให้ฟื้นจากความตาย และยังช่วยเหลือพระเอกของเรื่องอย่างหนานหนิงเฉิงหลายครั้ง ส่วนเรื่องที่พระเอกได้เจอกับผู้อาวุโสไป๋ได้อย่างไรก็ต้องย้อนไปช่วงต้นเรื่องที่นางเอกกราบอาจารย์ท่านหนึ่ง อาจารย์ท่านนั้นก็คือ...ชายชราที่ยืนอยู่ตรงหน้านางตอนนี้

‘ท่านรีบไปรับศิษย์รักเดี๋ยวนี้ อย่ามายุ่งกับนางร้ายอย่างข้า!’

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel