พบเจอโดยบังเอิญ 1.1
พบเจอโดยบังเอิญ
หลินเม่ยเม่ยและซูผิงเนี่ยน เมื่อเดินมาถึงตลาดก็มองหาที่เพื่อจะวางขายสินค้า เมื่อได้ที่ถูกใจแล้วจึงรีบนั่งลงและวางของขาย ก่อนจะส่งเสียงเรียกลูกค้าเหมือนร้านอื่น
“ไข่ไก่และของป่าสดใหม่ ราคาถูกอยู่ทางนี้ค่ะ เชิญมาเลือกซื้อหาได้นะคะ” ซูผิงเนี่ยนตะโกนเรียกลูกค้าและชูไข่ไก่ขึ้นด้วย
ไม่นานก็มีหญิงวัยกลางคนแต่งตัวดีเดินเข้ามา แล้วซื้อหน่อไม้ไปสามหัว รวมกับไข่อีกห้าฟอง
จากนั้นการค้าของทั้งคู่ก็ดีมาก มีลูกค้าเข้ามาไม่กี่คน สินค้าก็หมดแล้ว ซูเผิงเนี่ยนจึงพาสหายไปกินบะหมี่ที่เปิดขายอยู่ไม่ไกลจากตรงนี้ แต่ระหว่างเดินอยู่นั้น กลับพบหญิงสูงวัยคนหนึ่ง ซึ่งยืนตัวโอนเอนคล้ายกำลังจะเป็นลม ทั้งสองจึงรีบเข้าไปดู
“เป็นอะไรหรือเปล่าคะคุณป้า” หลินเม่ยเม่ยถามอย่างเป็นห่วง และตอนนี้ก็มีเสียงของเสี่ยวฟางดังเข้ามาในหัว
‘ผู้หญิงคนนี้น้ำตาลตก เจ้านายแค่เอาลูกอมมาให้กินสักหน่อย เดี๋ยวเธอก็ฟื้นแล้วค่อยพาเธอไปโรงพยาบาล’
‘อืม ขอบใจมากนะ’ หลินเม่ยเม่ยตอบรับในใจ ก่อนจะแสร้งหยิบลูกอมออกมาจากกระเป๋าเสื้อ แล้วแกะเปลือกออกใส่ในปากของหญิงสูงวัยคนนี้ทันที
ไม่นานอาการของเธอก็ดีขึ้น แล้วรีบเอ่ยขอบคุณคนที่ช่วยไว้
“เธอช่วยฉันไว้เหรอ ขอบใจมากนะ”
เธอจับมือของหลินเม่ยเม่ยไว้แล้วพูดอย่างซาบซึ้ง
“ไม่เป็นไรค่ะคุณป้า แต่ตอนนี้ฉันคิดว่าคุณป้าควรจะไปโรงพยาบาลก่อนดีกว่า หากเกิดหน้ามืดขึ้นมาอีกจะอันตรายนะคะ เดี๋ยวฉันพาเองไปค่ะ” หลินเม่ยเม่ยพูดด้วยรอยยิ้มและรับอาสาจะพาไปโรงพยาบาล ต่อให้เสี่ยวฟางไม่บอก เธอก็จะพาป้าคนนี้ไปหาหมอเหมือนกัน
“ขอบใจมากนะ” หญิงสูงวัยเอ่ยออกมาเบา ๆ
“เนี่ยนเนี่ยน เธอจะกลับบ้านก่อนก็ได้นะ ฉันขอพาป้าคนนี้ไปโรงพยาบาลก่อน” หลินเม่ยเม่ยหันมาบอกกับสหายให้กลับบ้านไปก่อน เพราะไม่รู้ว่าจะต้องใช้เวลานานแค่ไหนที่โรงพยาบาล เลยไม่อยากให้อีกฝ่ายเสียเวลา
“อืม อย่างไรฉันกลับบ้านก่อนนะ ใจจริงฉันก็อยากไปกับเธอแต่ก็กลัวย่าด่าน่ะ ขอโทษด้วยนะเม่ยเม่ย คุณป้า” ซูเผิงเนี่ยนพยักหน้ารับที่จะกลับบ้านก่อน เพราะกลัวว่าย่าจะตำหนิที่กลับบ้านช้า แต่ใจก็อยากไปด้วยเพราะห่วงสหาย
“ไม่เป็นไร เธอไปเถอะ” หลินเม่ยเม่ยบอกอย่างเข้าใจ
และเมื่อเห็นสหายเดินแยกไปแล้ว หลินเม่ยเม่ยจึงพาคุณป้าคนนี้เดินไปขึ้นรถรับจ้าง เพื่อพาไปโรงพยาบาล
ระหว่างทางก็ได้แนะนำตัว จนทำให้หญิงสาวรู้ว่าหญิงคนนี้ชื่อว่ากู้อี้หนิง และแนะนำตัวไปว่าเธอชื่อหลินเม่ยเม่ย
“เม่ยเม่ย ป้ารบกวนติดต่อลูกชายให้ป้าหน่อยนะ นี่คือชื่อและเบอร์โทรของเขา” พอมาถึงโรงพยาบาล หญิงสูงวัยก็พูดขอให้เธอติดต่อลูกชาย โดยส่งกระดาษแผ่นหนึ่งให้กับเธอ
เมื่อรับมาและพอดูชื่อในกระดาษ หญิงสาวก็นิ่งเงียบเล็กน้อย เพราะชายคนนั้นคือ เมิ่งเฟยเทียน
‘ดูเหมือนว่าผู้หญิงคนนี้ น่าจะเป็นแม่ของเขาสินะ แต่รับปากแล้วก็ต้องช่วยให้ถึงที่สุด’ หลินเม่ยเม่ยคิดอยู่ในใจ
“ได้ค่ะคุณป้า” หญิงสาวตอบรับอย่างยินดี
“ขอบใจนะ” หญิงสูงวัยพูดด้วยรอยยิ้ม
จากนั้นหลินเม่ยเม่ยจึงเดินมาที่จุดที่มีเจ้าหน้าที่ให้บริการอยู่ แล้วขอใช้โทรศัพท์เพื่อติดต่อหาลูกชายของคนป่วย ซึ่งเจ้าหน้าที่ก็ยินยอมให้ใช้เพราะถือว่าเป็นเรื่องจำเป็น
“สวัสดีครับ ผมเมิ่งเฟยเทียน ไม่ทราบว่าใครโทรมาและโทรมาเรื่องอะไรครับ” ชายหนุ่มแนะนำตัวและถามอย่างเป็นทางการเมื่อรับสาย
“สวัสดีค่ะ ฉันชื่อหลินเม่ยเม่ย ฉันติดต่อมาจากโรงพยาบาลประจำเมืองนะคะ พอดีแม่ของคุณให้ฉันโทรมาแจ้งว่า ตอนนี้ท่านเข้ามารักษาตัวอยู่ที่นี่ค่ะ คุณรีบมานะคะ” หลินเม่ยเม่ยเองก็รีบบอกออกไปทันที
“ครับ ๆ ผมจะรีบไปเดี๋ยวนี้ ขอบคุณมากนะครับ”
เมิ่งเฟยเทียนได้ยินอย่างนั้นก็ตกใจไม่น้อย เขารีบรับคำและขอบคุณทันที ก่อนจะวางสายแล้วรีบออกมาจากค่ายทหาร เพื่อตรงมาที่โรงพยาบาลประจำเมือง
