บท
ตั้งค่า

บทที่ 3 ผ้าพันคอ (2)

ทางด้านคิรากรที่คิดว่าพออาบน้ำแล้วนั้น จิตใจคงจะเย็นลงบ้าง. แต่เปล่าเลย มันกลับยิ่งทำให้ร้อนรุ่ม อึดอัด หงุดหงิดใจ และสับสนมากกว่าเดิม เมื่อออกจากห้องน้ำมาแล้วหันไปเห็น ผ้าพันคอสีน้ำเงินเนวี่ที่มัลลิกาเคยถักให้ก่อนไปเรียนต่อโทที่อเมริกาแขวนอยู่

เจ้าตัวอยากจะหยิบผ้าพันคอผืนนั้นแล้วทิ้งไปซะ แต่อีกใจก็ทิ้งไม่ลง ซึ่งไอ้ความขัดแย้งนี่เองที่ทำให้เขายิ่งหงุดหงิด สุดท้ายก็ได้แต่แขวนผ้าพันคอนั้นไว้ตามเดิม แล้วรีบใส่เสื้อผ้าเพื่อลงไปทานข้าวเย็น

--------------------------------------

หลังจากสมาชิกตระกูลปัจจรักษ์โภคินร่วมกันทานข้าวเย็นพร้อมหน้าพร้อมตากันครั้งแรกในรอบหลายเดือน ทว่าบรรยากาศกลับไม่ได้ชื่นมื่นอย่างที่คิด กลับเป็นบรรยากาศที่สุดแสนจะอึมครึมแทน ซึ่งต้นเหตุของความอึมครึมนั้นไม่ใช่ใครอื่นเลย นั่นคือลูกชายคนโตของประมุขของบ้านนั่นเอง

"ว่าแต่คิมมีอะไรจะถามพ่อเหรอ"

เจ้าสัวคณิณเอ่ยถามคิรากร หลังจากที่ทั้งคู่เดินเข้ามาในห้องทำงานของเจ้าสัวคณิณเรียบร้อยแล้ว

“คุณพ่อรู้รึเปล่าครับ ว่ามินเขาถอนหมั้นผม”

คิรากรไม่รีรอ เขารีบเอ่ยปากถามผู้เป็นพ่อด้วยความอัดอั้นทันที เจ้าสัวคณิณเมื่อได้ยินดังนั้นก็ตกใจเล็กน้อย ทว่าในที่สุดก็ถอนหายใจเฮือกใหญ่ออกมาแทน

“อืม— พ่อพอจะรู้ ๆ มาบ้าง ว่าหนูมินเขาจะถอนหมั้นกับแก แต่พ่อไม่คิดว่ามันจะเร็วขนาดนี้ เพราะพ่อเพิ่งคุยกับชัยไปเมื่อคืนวานเอง”

ทันทีที่คิรากรได้ยินดังนั้นเขาก็ขมวดคิ้วสงสัย

“คุณพ่อไปคุยกับคุณลุงมาเหรอครับ”

“ใช่— เขามาปรึกษากับพ่อว่า อยู่ ๆ หนูมินก็เอ่ยปากอยากถอนหมั้นกับคิม และพ่อเองก็เห็นด้วยกับชัยเขา เพราะตอนแรกเราเองก็ไม่ได้ชอบกับหนูมินเขาไม่ใช่เหรอ พ่อก็เลยคิดว่าการถอนหมั้นอาจจะดีกับทั้งสองฝ่ายก็ได้”

คิรากรขมวดคิ้ว ที่พ่อของเขาพูดมามันก็ถูกต้อง แต่ว่าทำไมเขาถึงได้รู้สึกราวกับว่าทั้งหมดนี้มันเป็นเรื่องที่ไม่ถูกต้อง

“คุณพ่อเห็นด้วยเหรอครับที่ผมกับมินจะถอนหมั้นกัน”

ไม่ทันที่เจ้าสัวคณิณจะเอ่ยตอบคิรากรไป ฉับพลันเสียงแหวของคุณหญิงประไพพรก็ดังขึ้นมาเสียก่อน

“แต่ฉันไม่เห็นด้วย!!!”

ทั้งเจ้าสัวคณิณและคิรากรต่างก็หันไปทางต้นเสียง ก็พบกับคุณหญิงประไพพร คุณากร และคณิดาที่ยืนออกันหน้าประตูห้องทำงานของเจ้าสัวคณิณด้วยสีหน้าต่างกัน แต่คนที่เขาจะต้องใส่ใจมากที่สุด คงหนีไม่พ้นผู้มีอำนาจสูงสุดของบ้านอย่างคุณหญิงประไพพร

“เอ่อ— คุณยังไม่นอนอีกเหรอ”

เจ้าสัวคณิณพยายามพูดเกลี้ยกล่อมเปลี่ยนเรื่อง เพื่อหวังจะให้อารมณ์ของคุณหญิงประไพพรเย็นลง แต่ทว่าคุณหญิงประไพพรนั้นหาได้สนใจไม่ เธอเดินฉับ ๆ มาหาสามีด้วยสีหน้าถมึงทึง พร้อมกับตวัดสายตาคมปลาบมาทางลูกชายคนโตอย่างไม่พอใจ

“แม่ไม่เห็นด้วย!!!”

คุณหญิงประไพพรเอ่ยเสียงหนักแน่นกับคิรากร

“คุณ...ใจเย็น ๆ ก่อนนะ ตอนนี้มันสายไปแล้ว หนูมินเขาเพิ่งมาถอนหมั้นกับตาคิมไปแล้วเมื่อเช้านี้เอง ดังนั้นเราต้องเคารพการตัดสินใจของลูก ๆ สิคุณ”

เจ้าสัวคณิณพยายามอธิบายให้คุณหญิงประไพพรเย็นลง แต่ทว่ากลับได้ผลตรงกันข้าม ทันทีที่คุณหญิงได้ยินดังนั้นเธอก็หันมาที่คิรากรทันที

“แล้วคิมก็ยอมงั้นเหรอ...คิมก็รู้ว่าแม่รักและเอ็นดูหนูมินมากขนาดไหน แม่อยากได้หนูมินมาเป็นสะใภ้ใหญ่ของปัญจรักษ์โภคินนะ”

“แต่คุณแม่ครับผมไม่ได้คิดกับมินแบบนั้น ผมคิดกับมินเป็นแค่น้องสาว...อีกอย่างผมว่าผมกับมินคงไปกันไม่รอดหรอกครับ เราต่างกันเกินไป มินเขาชอบใช้แต่อารมณ์ ผมไม่ชอบ”

คิรากรเอ่ยกับผู้เป็นแม่

“ลูกรู้ได้ยังไง...ลูกรู้จักหนูมินเขาดีแล้วเหรอ ลูกยังไม่เคยเปิดใจศึกษาหนูมินเขาเลยไม่ใช่เหรอไง ลูกเอาแต่มองด้านลบ แต่ลูกยังไม่เคยมองด้านดีของน้อง แล้วตัดสินน้องไปแล้วเนี่ยนะ”

คุณหญิงประไพพรเอ่ยกับคิรากรเสียงแข็ง

"ก็ดีนี่คะคุณแม่ เคลียร์ไม่เห็นชอบยัยมินเลย ขี้วีน ขี้เหวี่ยง เอาแต่ใจ หยิ่งอีก วัน ๆ เอาแต่คอยตามผู้ชายอยู่ได้ ทำอะไรก็ไม่เป็นสักอย่าง สู้พี่พิมพ์ก็ไม่ได้น่ารักกว่าเป็นไหน ๆ อีกอย่างพี่คิมก็ไม่ได้ชอบ ไม่ได้รักยัยมินด้วย ถอนหมั้นกันไปหน่ะดีแล้ว"

คณิดาเอ่ยขึ้น คุณหญิงประไพพรเมื่อได้ยินคณิดา ลูกสาวคนเดียวของบ้านเอ่ยดังนี้ ก็หันขวับตาเขียวใส่ลูกสาวตัวเองทันที

"ยัยเคลียร์!!"

"รึไม่จริงคะ!"

คณิดาเมื่อเห็นคุณหญิงประไพพรหันมานั้นก็ถามสวนกลับ ทำให้คุณหญิงหันหน้ากลับมามองตรง พร้อมเอ่ยเสียงเย็นให้ได้ยินกันถ้วนหน้า

"ลูกยังไม่เคยเห็นอีกด้านของหนูมิน ยังไม่รู้จักเขาดีพอ อย่าเพิ่งตัดสินคนหากยังมองแค่ด้านเดียว ยังไม่รู้จักเขาดีพอ ลูกบอกว่าหนูมินเอาแต่ใจ จุดนี้แม่ก็รู้ แต่ลูกลืมมองตัวเองไปรึเปล่า ลูกก็เอาแต่ใจไม่ต่างจากหนูมินเขาเท่าไหร่หรอก ลูกบอกว่าหนูมินวันวันไม่ทำอะไร เอาแต่ตามผู้ชาย แต่ลูกไม่เคยเห็นหนูมินเขาช่วยพ่อเขาทำงาน ช่วยคิดแผนงานหลาย ๆ อย่าง แล้วลูกรู้ได้ไงว่าหนูมินเขาทำอะไรไม่เป็น ลูกรู้จักเขาดีพอแล้วหรือ"

คณิดาสะอึกกับคำของคุณหญิงประไพพร พร้อมกับหน้าซีดกลับคำสอนของผู้เป็นแม่ ไม่เพียงแค่คณิดาเท่านั้น คิรากรที่นั่งฟังอยู่ก็รู้สึกไม่ต่างกัน

“เอาเถอะ...ในเมื่อหนูมินเขาอยากถอนหมั้น แม่ก็จะยอมรับในการตัดสินใจของหนูมินเขา แต่แม่ขอบอกคิมไว้เลยนะ...สักวันคิมจะเสียใจ”

คุณหญิงประไพพรพูดจบกับหันขวับเดินออกจากห้องไปทันที

“โห— นาน ๆ ทีได้เห็นคุณแม่ฟิวส์ขาดนะครับเนี่ย”

คุณากรเอ่ยขึ้น พร้อมกับเดินไปตบไหล่คิรากรผู้เป็นพี่ชายที่มีสีหน้าเคร่งเครียด

“เอาน่าพี่...ก็ดีแล้วไม่ใช่เหรอ พี่เองก็ไม่ได้ชอบน้องมินเขา ถอนหมั้นกันไปก็ดีแล้ว พี่กับน้องมินจะได้ไม่มีอะไรผูกพันธ์กัน ต่างคนก็ตามหาคู่ของตัวเอง คนที่ตัวเองรัก ผมว่าก็ดีออกนะ”

“ใช่ค่ะพี่คิม พี่คิมไม่ต้องไปสนใจยัยมินหรอกค่ะ เคลียร์คนหนึ่งหล่ะที่ไม่ชอบยัยมินเอาเสียเลย เจ้าอารมณ์ ขี้วีนขี้เหวี่ยงจะตาย”

คณิดาเอ่ยขึ้น

“แหม— เคลียร์เองก็ไม่ต่างจากน้องมินนักหรอกนะ เรื่องเจ้าอารมณ์หน่ะ”

คุณากรเอ่ยขึ้นมา แม้จะดูเหมือนกับกำลังหยอกเย้าน้องสาวของเขา ทว่าสิ่งที่เขาพูดนั้นเขาต้องการที่จะให้คณิดาสำรวจตัวเองก่อนที่จะวิจารย์คนอื่นถ้ายังไม่รู้จักคนนั้นดีพอ

“แต่ผมชอบน้องเขานะครับ....น่ารักดี”

สิ้นคำพูดของคุณากร คิรากรก็หันขวับถลึงตาใส่คุณากรทันที ซึ่งคุณากรก็ทำลอยหน้าลอยตา ทำทีเป็นไม่เห็นสีหน้าถมึงทึงของผู้เป็นพี่ชาย

ทางด้านเจ้าสัวคณิณที่ได้ยินดังนั้นก็เอ่ยขึ้น

“งั้นคุณก็ลองจีบน้องสิ เผื่อจะทำให้แม่แกอารมณ์ดีขึ้นมาได้บ้าง...แม้ไม่ได้เป็นสะใภ้ใหญ่ของตระกูลปัญจรักษ์โภคิน แต่อย่างน้อย ๆ ก็ได้ชื่อว่าเป็นสะใภ้รองของตระกูล พ่อว่าก็เข้าท่านะ”

“แต่เคลียร์ว่า.....”

ไม่ทันที่คณิดาจะเอ่ยขึ้น น้ำเสียงห้วนแข็งคิรากรก็เอ่ยขัดขึ้นมาเสียก่อน

“ผมขอตัวก่อนละกันครับ”

จากนั้นคิรากรก็เดินออกจากห้องไปด้วยสีหน้าที่ไม่สบอารมณ์อย่างแรง ซึ่งทำเอาเจ้าสัวคณิณ คุณากร และคณิดาถึงกับแปลกใจกับท่าทีนั้น

“พี่คิมเขา...เป็นอะไรของเขากัน อันที่จริงมันต้องดีใจไม่ใช่เหรอไง”

คุณากรเอ่ยขึ้นท่ามกลางความสงสัยของบุคคลที่เหลือในห้อง เจ้าสัวคณิณมองไปที่ประตูที่คิรากรเพิ่งจะออกไปด้วยสีหน้าครุ่นคิด

-----------------------------------

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel