บท
ตั้งค่า

บทที่ 2 ถอนหมั้นและมูฟออน (2)

"หนูมินว่าอย่างนั้นเหรอ"

เสียงมีอายุของชายเลยวัยกลางคนไปมากโขดังขึ้น เมื่อได้ยินเพื่อนรักอย่างเจ้าสัวศิชัยเล่าเหตุการณ์เมื่อตอนบ่ายให้ตนฟัง เจ้าสัวคณิณถึงกลับขมวดคิ้วเข้มหน้าเคร่งเครียด

"อืม....แล้วแกว่าไงกร ฉันหน่ะตามใจลูกอยู่แล้ว พอได้เห็นน้ำตาของลูกแล้ว ฉันก็ไม่อยากจะบังคับ ตอนนั้นที่ฉันให้ยัยมินหมั้นกับตาคิม ก็เห็นว่าลูกนั้นชอบพอตาคิมอยู่ แต่พอเห็นลูกเป็นทุกข์แล้วนั้น ฉันก็คิดนะว่าส่วนหนึ่งเป็นความผิดของฉันด้วย"

เจ้าสัวคณิณตบไหล่ผู้เป็นเพื่อนอย่างเข้าใจ เนื่องจากตนก็เป็นคนรักลูกเหมือนกัน

"ฉันก็เหมือนกัน เจ้าคิมพอรู้ว่าตัวเองหมั้นกับหนูมิน ก็โมโหฉันเป็นฟืนเป็นไฟ ประท้วงไม่ยอมกลับบ้านกลับช่อง แต่ฉันก็รักและเอ็นดูหนูมินเหมือนลูกสาวแท้ ๆ แล้วก็อยากได้หนูมินมาเป็นลูกสะใภ้ แต่พอเห็นหนูมินเป็นทุกข์กับเจ้าคิมอย่างนี้แล้ว ฉันว่าฉันสนับสนุนให้ทั้งคู่ถอนหมั้นก้นดีกว่า ให้เขาเลือกกันเองดีกว่า"

เจ้าสัวคณิณเอ่ยปรับทุกข์บ้าง ซึ่งหากมองดูทั้งคู่ตอนนี้เหมือนกับตาแก่ที่นั่งปรับทุกข์เรื่องครอบครัวกันอยู่ โดยมีเบื้องหลังเป็นวิวกลางคืนของกรุงเทพยามค่ำคืน ของสกายบาร์หรูย่านใจกลางเมือง

ทั้งคู่ยกไวน์แดงแบบพรีเมี่ยมดื่มกันเงียบ ๆ ต่างคนต่างจมจ่อมอยู่ในความคิดของแต่ละคน โดยมีดนตรีคลาสสิคบรรเลงเป็นแบล็คกราวน์ตลอดคืน

---------------------------------------------------------

เกือบเที่ยงคืน รถแวนหรูของเจ้าสัวศิชัยถึงเลี้ยวเข้าสู่ประตูคฤหาสน์หรู เมื่อมาถึงหน้าประตูบ้านอิทธิจึงเปิดประตูรถลงมาก่อน ตามมาด้วยเจ้าสัวศิชัยที่ใบหน้าแดงก่ำด้วยแอลกอฮอล์เล็กน้อย แต่ก็ไม่ถึงกลับเมา เมื่อทั้งคู่เดินเข้าคฤหาสน์มาก็ต้องแปลกใจ เมื่อเห็นร่างบางในชุดนอนแบบกางเกงผ้าซาตินสีเหลืองอ่อนห่มด้วยผ้าคลุมไหล่สีน้ำเงินเข้ม นอนผลอยหลับบนโซฟารับแขก

ทั้งคู่เดินไปที่โซฟาตัวที่มัลลิกานอนอยู่ อิทธิจึงเดินไปคุกเข่าตรงหน้ามัลลิกาพลางเขย่าตัวหญิงสาวเล็กน้อย พลางเรียกชื่อหญิงสาวเสียงนุ่มว่า

"มิน มินคะ....ตื่นได้แล้ว"

มัลลิกาที่รู้สึกเหมือนใครเรียกจึงสลืมสลือลุกขึ้นนั่ง ขยี้ตาพลางมองไปทางผู้เรียก

"อืม....อ้าว- พี่อิทเหรอ กลับมาแล้วเหรอคะ ป๊ะป๋ากลับมาแล้วเหรอคะ"

มัลลิกาหันไปทางอิทธิ แล้วกวาดตาหันไปทางพ่อของตนแล้วจึงโผเข้ากอดผู้เป็นพ่อ

"แล้วทำไมไม่ขึ้นไปนอนข้างบน มานอนตรงนี้ทำไม เดี๋ยวก็ไม่สบายหรอก"

เจ้าสัวศิชัยเอ่ยขณะที่กอดลูกสาวสุดที่รักของตัวเองไปพลาง ลูบหัวไปพลาง

"ก็มินอยากจะรู้นี่หน่าว่าป๊ะป๋าไปคุยกับคุณลุงเป็นไงบ้าง"

เจ้าสัวศิชัยยิ้มเอ่ยออกมาพลางลูบหัวและตบหลังมัลลิกาเบา ๆ ว่า

"ป๊ะป๋าคุยกับลุงกรแล้ว เราทั้งคู่เห็นด้วย ป๊ะป๋าขอโทษนะลูกที่ตัดสินใจโดยพลการ ให้ลูกหมั้นกับตาคิม โดยที่ไม่ได้ถามความคิดเห็นของลูกเลย"

มัลลิกาที่ได้ยินดังนั้นก็ส่ายหัวเบา ๆ พลางเอ่ยตอบผู้เป็นพ่อเสียงอู้อี้ว่า

"ไม่ใช่ความผิดของป๊ะป๋าหรอกค่ะ เป็นความผิดของมินเอง ต่อไปนี้มินจะขยันทำงาน จะคอยช่วยป๊ะป๋ากับพี่อิททำงาน ดีมั้ยคะ"

มัลลิกาเงยหน้าขึ้นพูดกับผู้เป็นพ่อ ด้วยใบหน้ายิ้มแต่แววตาดูเศร้า ซึ่งพอเจ้าสัวศิชัยเห็นดังนั้น ก็พาลให้น้ำตาคลอ อิทธิเองพอเห็นน้องน้อยของตัวเองยังคงมีความเศร้าเจืออยู่ ก็ให้ตั้งปณิธานในใจว่า ต่อจากนี้เขาเองนี่แหละจะเป็นคนดูแลและปกป้องน้องน้อยของเขาเอง

"นี่ก็ดึกแล้วลูกไปนอนเถอะ"

เจ้าสัวศิชัยผละออกพลางลูบหัวแล้วตีเบา ๆ ที่หัวของมัลลิกาไปสองสามที ทำให้แหวนที่ผู้เป็นพ่อสวมอยู่โดนหัวเธอเบา ๆ เพื่อเป็นการตอกย้ำให้มัลลิกาต้องเข้มแข็งขึ้น

"งั้น มินไปนอนก่อนนะคะ ฝันดีค่ะป๊ะป๋า ฝันดีค่ะพี่อิท"

ว่าแล้วก็กอดเจ้าสัวอีกครั้ง พลางหันไปโบกมือทางอิทธิแล้ววิ่งขึ้นห้อง พลางคิดในใจ และมองไปข้างหน้าด้วยสายตาแน่วแน่ว่า พรุ่งนี้จะเป็นวันที่มัลลิกาจะหลุดจากโซ่ตรวนต่าง ๆ ที่คอยยึดเธอเอาไว้ พอกันที!!!

----------------------------------------------------

หลังจากที่พูดกับเจ้าสัวเสร็จ วันรุ่งขึ้นมัลลิกาก็เตรียมตัวตั้งแต่เช้าเพื่อที่จะไปหาคู่หมั้นของเธอที่จะกลายเป็น 'อดีต' ในอีกไม่ช้านี้ ก่อนจะออกจากห้องก็ยืนยิ้มให้กับตัวเองในกระจก พลางจ้องหน้าตัวเองในกระจก ภาพของหญิงสาวที่ถูกแต่งแต้มอย่างลงตัว ชุดที่เลือกอย่างประณีตยิ่งขับให้หญิงสาวดูสง่าเหมือนนางพญามากขึ้น

มัลลิกายิ้มให้กับตัวเองในกระจกเป็นครั้งสุดท้าย จากนั้นก็ออกจากห้องไปยังโรงจอดรถ แล้วขับออกไปโดยมีจุดมุ่งหมายคือบริษัทที่ ‘ว่าที่อดีตคู่หมั้น’ ของเธอทำงานอยู่ ซึ่งจะเป็นที่ที่เป็นดั่งสมรภูมิรบของมัลลิกาในวันนี้

ทันทีที่รถหรูสีขาวของมัลลิกาเลี้ยวเข้ามาในบริษัทของคิรากร รปภ. ตอนแรกที่ชะงักไปบ้าง แต่พอหญิงสาวลดกระจกลงก็ยินยอมให้เข้ามาโดยง่าย เพราะคุ้นเคยกับหญิงสาวเป็นอย่างดี เนื่องจากเห็นหญิงสาวมาบ่อย ๆ อีกทั้งได้รู้กิตติศัพท์ของหญิงสาวพร้อมทั้งฐานะพอสมควรจึงไม่อยากที่จะมีเรื่องด้วย เขาเป็นแค่ รปภ. เงินเดือนไม่ถึงสองหมื่น จะไปสู้ทายาทของเศรษฐีหมื่นล้านเจ้าหล่อนได้อย่างไร

เมื่อมัลลิกาเอารถไปจอดเรียบร้อย ก็ลงจากรถและเดินเข้าไปในตึกทันที ท่ามกลางสายตานับร้อยคู่ที่มองมาบ้างอิจฉาในความสมบูรณ์แบบ บ้างก็ยิ้มเยาะที่เป็นคู่หมั้นที่คิรากรไม่เคยสนใจ บ้างก็นินทากันให้สนุกปาก ซึ่งมัลลิกาก็ได้ยินทุกคำ เพราะดูเหมือนว่าคนที่นินทานั้น ไม่ได้นินทาเสียงเบาเลยแม้แต่น้อยเหมือนจงใจให้หญิงสาวได้ยินมากกว่า

แล้วใครสน มัลลิกาคิด อันที่จริงเรื่องพวกนี้เธอได้ยิน ได้ฟัง ได้รับรู้ มาจนชินแล้ว ตลอดหลายปีมานี้ แต่วันนี้จะเป็นวันสุดท้ายที่มัลลิกาจะยอมปล่อยผ่าน ตั้งแต่วันพรุ่งนี้ไป ใครหน้าไหนที่ร้ายมากับเธอ เธอก็จะไม่ไว้หน้าเช่นกัน!

เมื่อเดินเข้าไปถึง กำลังจะกดลิฟต์เพื่อขึ้นไปยังชั้นห้องทำงานของชายหนุ่ม ธีทัศน์ที่เป็นผู้ช่วยส่วนตัวของคิรากรก็เข้ามาขวางทันที

"เอ่อ...คุณมัลลิกาครับ ไม่ทราบว่าจะมาพบใครครับ"

ธีทัศน์เอ่ยถามมัลลิกาอย่างสุภาพ มัลลิกาที่ได้ยินดังนั้นก็เบะปาก มองบนอย่างเซ็งจิต

'ให้ตายเถอะ! นายเป็นด่าน ตม. ตรวจคนเข้าเมืองรึไงย่ะ'

"ฉันมาพบคุณคิรากร และต้องการพบเดี๋ยวนี้!"

ธีทัศน์อึกอักทำสีหน้าลำบากใจ แต่เมื่อฟังจากน้ำเสียงของมัลลิกาแล้ว เขารู้สึกว่าถ้าหากขัดใจเธอคนนี้ ไม่แน่ว่าบริษัทอาจจะลุกเป็นไฟเลยก็ได้ แม้ว่าจะแปลกใจอยู่หน่อยที่วันนี้มัลลิกาเอ่ยชื่อเต็มของเจ้านายตนแต่ก็ไม่ได้ติดใจอะไรมากจึงรีบเอ่ยอาสาพาหญิงสาวขึ้นไปรอยังห้องรับรองแขกทันที ก่อนที่เธอคนนี้จะอาละวาด

"เอ่อ...ตอนนี้ท่านประธานกำลังประชุมอยู่ ต้องรบกวนคุณมัลลิกาไปรอที่ห้องรับรองแขกก่อนนะครับ"

"ฉันจะไปรอข้างบน" มัลลิกาเอ่ยน้ำเสียงเด็ดขาด พลางจ้องไปที่ธีทัศน์ เนื่องจากมัลลิกาใส่แว่นกันแดดอยู่ ธีทัศน์จึงไม่สังเกตเห็นแววตานึกสนุก เหมือนกับกำลังแกล้งคนของมัลลิกา ซึ่งมัลลิการู้สึกสนุกไม่น้อยที่เห็นธีทัศน์ทำสีหน้าลำบากใจ

"เอ่อ...คือ..." ธีทัศน์ตะกุกตะกัก อีกฝ่ายก็เจ้านาย อีกคนก็คู่หมั้นของเจ้านาย

"ฉันเป็นคู่หมั้นของคุณคิรากร ทำไมจะขึ้นไปไม่ได้" มัลลิกายืนกอดอกดูสีหน้ากระอักกระอ่วนของธีทัศน์อย่างนึกสนุก

'แกล้งคนนี่มันรู้สึกดีจังแฮะ'

"ถ้างั้น เชิญเลยครับ"

ธีทัศน์เอื้อมมือไปกดลิฟต์ด้วยอาการกลืนไม่เข้าคายไม่ออก พร้อมกับผายมือให้มัลลิกาเดินเข้าไป

'ก็แค่เนี้ย'

จากนั้นมือที่เต็มไปด้วยเหงื่อของธีทัศน์ก็รีบกดตัวเลขลิฟต์ชั้นบนสุด ซึ่งเป็นจุดหมายปลายทาง นั่นก็คือห้องทำงานของเจ้านายของเขาเอง ซึ่งได้ชื่อว่าหวงพื้นที่ส่วนตัวสุด ๆ โดยเฉพาะห้องทำงาน!

---------------------------------------------

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel