บทที่ 2 คนทั้งตระกูลได้ยินเสียงความคิดของนาง
ปลา... เค็มหรือ ปลาเค็มอะไร...เหตุใดนางจึงอยากเป็นปลาเค็ม
กู้ชิงอวิ๋นไม่เข้าใจว่าปลาเค็มคือสิ่งใด แต่เขากลับจับใจความสำคัญของสตรีตรงหน้าได้ว่า... นางน่าจะล่วงรู้อนาคตและล่วงรู้จุดจบของตระกูลกู้ ไม่ว่าความคิดของนางจะเป็นเรื่องจริงหรือไม่แต่เขาก็ไม่กล้าละเลยความคิดของนาง
ยังไม่ทันที่เขาจะเอ่ยถามถึงเรื่องที่นางกำลังคิดอยู่ ประตูห้องก็ถูกผลักเปิดออกอย่างแรง
ปัง!
“ชิงอวิ๋น!”
เสียงทรงอำนาจของชายชราดังลั่น ตามมาด้วยฮูหยินผู้เฒ่า เหล่าผู้อาวุโส และบ่าวรับใช้จำนวนมาก
ทุกสายตาหยุดอยู่ที่บุรุษและสตรีภายในห้อง บรรยากาศพลันเงียบงัน กู้ชิงเหิงที่ยืนอยู่ด้านหลังสุดแอบยกยิ้มมุมปาก
ทุกอย่าง... เป็นไปตามแผนของเขา ทว่าในขณะเดียวกันนั้น คนในตระกูลกู้ทุกคนกลับได้ยินเสียงหนึ่งดังขึ้นพร้อมกันในหัว
'มาแล้ว... ตัวร้ายที่แท้จริงของเรื่อง ไอ้ชั่วกู้ชิงเหิง พระเอกธงแดงผู้ทำให้ตระกูลกู้ของตนเองต้องล่มสลายภายในห้าปี เขาแค้นเคืองตระกูลกู้ที่ปล่อยให้พ่อกับแม่ของเขาต้องตายภายใต้โทสะของฮ่องเต้ แต่เขากลับไม่เคยคิดถึงบุญคุณของตระกูลกู้ที่อบรมเลี้ยงดูเขาในฐานะคุณชายใหญ่มาตั้งสิบกว่าปี คนเนรคุณคนนี้...คุณหนูใหญ่จวนอัครเสนาบดีที่มีทุกอย่างเช่นข้าเคยไปหลงใหลได้ปลื้มจนโงหัวไม่ขึ้นได้อย่างไรกันนะ'
รอยยิ้มของกู้ชิงเหิงยังคงอยู่ แต่รอยยิ้มของคนทั้งตระกูลกู้... กลับเลือนหายไปในพริบตา
บรรยากาศภายในห้องเงียบงันเสียจนได้ยินแม้กระทั่งเสียงลมหายใจ นายท่านผู้เฒ่าและฮูหยินผู้เฒ่ากู้ยืนอยู่หน้าประตู จ้องมองซ่งอวี้หรูด้วยสีหน้าที่ทั้งตกตะลึง ทั้งโกรธเกรี้ยว สายตากวาดมองหลานชายคนรองของตระกูลที่ยืนอยู่ข้างเตียง ก่อนจะหันไปมองซ่งอวี้หรูซึ่งนั่งกอดผ้าห่มคลุมร่างอยู่บนเตียงอีกครั้ง
ส่วนกู้ชิงเหิงที่ยืนอยู่ด้านหลังนั้น แม้มุมปากจะลดเลือนรอยยิ้มลงไปแล้ว แต่ภายในใจกลับมั่นใจว่าทุกอย่างกำลังดำเนินไปตามแผน
วันนี้... ซ่งอวี้หรูจะหมดโอกาสไล่ตามเขาเสียที และกู้ชิงอวิ๋นก็จะต้องแต่งงานกับสตรีที่ไม่ได้รักเช่นนาง
เพียงแต่... ยังไม่ทันที่ผู้ใดจะเอ่ยวาจา เสียงหนึ่งก็ดังขึ้นในหัวของทุกคนพร้อมกัน
'เงียบกันทำไม รีบโวยวายสิ! ตามบทแล้วตอนนี้ต้องเริ่มใส่ร้ายข้าแล้วนี่'
'อีกเดี๋ยวไอ้พระเอกธงแดงก็จะแสร้งทำเป็นตกใจ พูดว่าตนเองเป็นห่วงญาติผู้น้อง รีบพาบรรดาคนในตระกูลมาดูว่าเกิดอะไรขึ้นกับเขา'
'แล้วเขาก็จะกล่าววาจาให้ร้ายข้ากับกู้ชิงอวิ๋น หาว่าพวกเราลักลอบมีความสัมพันธ์ทางกายต่อกัน ทั้งที่คนวางยาข้าและกู้ชิงอวิ๋นก็คือตัวเขาเอง'
“...”
ผู้คนที่อยู่นอกห้องแต่กลับมองเห็นสภาพด้านในห้องได้อย่างชัดเจน ต่างหันไปมองหน้ากันอย่างพร้อมเพรียง สายตาของทุกคนจับจ้องใบหน้าของซ่งอวี้หรูที่ยังคงกอดผ้าห่มแน่นบนเตียงแล้วก็หันไปมองหน้ากันอีกครั้ง ความกังขาในแววตาของแต่ละคนทำให้ทุกคนต่างก็รู้ว่า ต่างคนก็ต่างได้ยินเสียงของซ่งอวี้หรู แต่ทุกคนกลับมั่นใจว่าสาวน้อยที่อยู่บนเตียงไม่ได้ขยับปากพูด ดังนั้นเสียงที่พวกเขาได้ยินคือเสียงของผู้ใด…
ทั้งนายท่านผู้เฒ่าและฮูหยินผู้เฒ่าขมวดคิ้วแน่น คนทั้งคู่ต่างคิดตรงกันว่าซ่งอวี้หรูไม่ได้อ้าปากพูด แต่เหตุใดจึงได้ยินเสียงของนางอย่างชัดเจนราวกับนางยืนพูดอยู่ตรงหน้า
สีหน้าของกู้ชิงเหิงแข็งค้างไปชั่วขณะ เขาไม่เข้าใจว่าเหตุใดทุกคนจึงหันมามองหน้ากันด้วยสีหน้าที่เต็มไปด้วยความประหลาดใจเช่นนี้
“ท่านย่า...”
เขารีบก้าวออกมาหนึ่งก้าว พลางแสร้งถอนหายใจ
“หลานเองก็เพิ่งทราบข่าวว่าคุณหนูซ่งหายตัวไป เกรงว่าจะเกิดเรื่องไม่ดีขึ้นกับนางและน้องรอง จึงรีบพาทุกคนมาดู คิดไม่ถึงว่าสองคนนี้จะนัดกันมาทำเรื่องเสื่อมเสียที่นี่”
ยังไม่ทันพูดจบ... เสียงในใจของซ่งอวี้หรูก็ดังขึ้นอีกครั้ง
'โอ้โห... แสดงเก่งจริง ๆ ถ้าตอนนี้มีโล่รางวัลนักแสดงยอดเยี่ยม ข้าจะขโมยเงินของตาแก่ที่บ้านไปซื้อโล่รางวัลให้เขาเลย'
'แผนทั้งหมดเริ่มจากเขาสั่งให้คนลอบวางยาข้า แล้วส่งคนมาหลอกกู้ชิงอวิ๋นว่าฮูหยินผู้เฒ่าเรียกพบ พอกู้ชิงอวิ๋นออกจากงานเลี้ยงก็โดนทำให้หมดสติ ก่อนจะโยนขึ้นมาบนเตียงเดียวกันกับข้า แล้วหลังจากนั้นข้าก็ถูกกู้ชิงอวิ๋น…'
ซ่งอวี้หรูยังไม่ทันคิดต่อกู้ชิงอวิ๋นก็กระแอมขึ้นมา
“ท่านย่ามีคนจงใจใส่ร้ายหลานและคุณหนูซ่งขอรับ”
'ใช่! นอกจากจะถูกไอ้ชั่วกู้ชิงเหิงนั่นใส่ร้ายแล้ว มันก็แสร้งเป็นคนดี พาคนมาจับชู้ด้วยตัวเอง ช่างน่ารังเกียจที่สุด'
คราวนี้... แม้แต่ผู้อาวุโสทั้งหลายก็เริ่มมีสีหน้าไม่น่าดู ทุกคนหันไปมองกู้ชิงเหิงโดยไม่รู้ตัว
“...”
กู้ชิงเหิงรู้สึกประหลาดใจ เหตุใดสายตาของทุกคนจึงเปลี่ยนไป... หรือเขาทำผิดพลาดตรงจุดไหน
กู้ชิงอวิ๋นมองกู้ชิงเหิงครู่หนึ่งก่อนจะเอ่ยขึ้นอย่างสงบนิ่ง
“ท่านปู่ ท่านย่า ข้าถูกคนลอบวางยาขอรับ”
คำพูดสั้น ๆ ของกู้ชิงอวิ๋นทำให้ทุกคนสะดุ้ง กู้ชิงเหิงรีบหันไปมอง
“น้องรอง เจ้าอย่าพูดเหลวไหลจะมีใครกล้าวางยาพวกเจ้าในเขตจวนตระกูลกู้ของพวกเรา”
“ข้าไม่ได้พูดเหลวไหล”
กู้ชิงอวิ๋นสบตาญาติผู้พี่ของตนเองอย่างตรงไปตรงมา
“ข้าถูกบ่าวรับใช้ของจวนเรียกออกจากงานเลี้ยง บอกว่าท่านย่าต้องการให้ข้าไปพบ ระหว่างทางข้าก็ถูกทำให้หมดสติ พอตื่นขึ้นมาก็ครองสติตนเองไม่ได้เพราะฤทธิ์ยาที่ได้รับจึงได้ลงมือทำเรื่องเสื่อมเสียลงไป”
เมื่อได้ยินเช่นนั้น ฮูหยินผู้เฒ่าก็หันไปมองบ่าวข้างกายทันที
“ข้าไม่เคยเรียกพบเขา ข้าต้องต้อนรับแขกฝั่งสตรีอยู่ในเขตเรือนชั้นใน ไม่มีความจำเป็นที่จะต้องเรียกพบเขาในขณะที่อยู่ในงานเลี้ยง”
“แต่มีบ่าวมาตามข้าจริงๆ ขอรับท่านย่า ท่านพ่อ ท่านแม่ ข้ากับคุณหนูซ่งไม่มีทางนัดแนะกันมาทำเรื่องไม่ดีเช่นนี้แน่ๆ วันนี้มีคนจงใจใส่ร้ายข้ากับนาง ขอพวกท่านได้โปรดมอบความเป็นธรรมให้แก่ข้าและคุณหนูซ่งด้วย”
คำพูดของกู้ชิงอวิ๋นทำให้บรรยากาศพลันเย็นยะเยือก
'โอ๊ะ...'
ซ่งอวี้หรูกะพริบตาปริบ ๆ
'พระรองอย่างกู้ชิงอวิ๋นเปลี่ยนบทแล้วหรือ ตามนิยายเขาต้องยอมรับผิดเงียบ ๆ ไม่ใช่หรือ สงสัยเขาจะโดนข้าด่าในใจจนสมองเริ่มทำงานแล้วกระมัง'
กู้ชิงอวิ๋น “...”
เขาไม่รู้ว่าควรดีใจหรือเสียใจที่ถูกชมเช่นนี้ ฮูหยินผู้เฒ่ากลับไม่มีเวลาสนใจเรื่องนั้นเพราะเสียงความคิดของซ่งอวี้หรูยังคงดังต่อไป
'แต่ต่อให้เขาพูดแก้ตัวไปก็ไม่มีประโยชน์หรอก ถึงวันนี้จะจับตัวคนวางยาไม่ได้ แต่ข้าที่ถูกพบว่ามีความสัมพันธ์กับกู้ชิงอวิ๋นแล้วเช่นนี้ หลังจากนี้เขาก็ต้องถูกตาแก่ที่บ้านข้ายัดเยียดภรรยาเช่นข้าให้แต่งเข้าตระกูลกู้ของเขาอยู่ดี’
‘ข้าจำได้ว่าอีกสามเดือนก็จะเกิดคดีโกงเสบียงทหาร นายท่านผู้เฒ่าจะถูกใส่ความจนต้องเข้าคุก’
'หกเดือนต่อมา นายท่านสามจะถูกใส่ร้ายว่าคิดกบฏ'
'หนึ่งปีหลังจากนั้น นายท่านรองของตระกูลกู้จะตายในสนามรบ'
'สองปีต่อมา ฮูหยินผู้เฒ่าจะล้มป่วย'
'สี่ปีต่อมา กู้ชิงอวิ๋นจะยอมตายแทนกู้ชิงเหิง'
'ส่วนปีที่ห้า...'
ซ่งอวี้หรูถอนหายใจในใจ
'คนทั้งตระกูลกู้... ถูกประหารหมดทั้งตระกูล'
ครืน... แม้ท้องฟ้าภายนอกจะสดใส แต่คนตระกูลกู้ทั้งหมดยกเว้นกู้ชิงเหิงกลับรู้สึกราวกับมีสายฟ้าฟาดลงมากลางศีรษะ
นายท่านผู้เฒ่าและนายท่านรองที่ยืนอยู่หน้าสุดต่างก็มีสีหน้าซีดเผือด นายท่านสามถึงกับกำหมัดแน่น ส่วนฮูหยินผู้เฒ่าก็ยืนนิ่งราวกับถูกสกัดจุด
เรื่องเหล่านี้... เป็นแค่ความคิดเหลวไหลของสตรีนางหนึ่ง หรือแท้จริงแล้วนางจะล่วงรู้อนาคตจริงๆ แต่ไม่ว่าจะเป็นไปอย่างที่ซ่งอวี้หรูคิดหรือไม่ แต่ก็ไม่มีใครกล้าเอาชีวิตของคนทั้งตระกูลเข้าไปเสี่ยง
ซ่งอวี้หรูไม่ทันสังเกตสีหน้าของทุกคน นางถอนหายใจยาว พลางคิดอย่างปลงตก
'แต่ก็ไม่เกี่ยวกับข้าหรอก ข้าเองก็อยู่ไม่ถึงตอนนั้น อีกสามปีพระเอกอย่างกู้ชิงเหิงก็จะฆ่าข้าทิ้ง เพราะเขาเข้าใจว่าข้ารังแกนางเอกของเขา ที่น่าเศร้าก็คือข้าต้องตายก่อนคนตระกูลกู้ตั้งสองปี'
'ดังนั้นหลังแต่งงาน ข้าขอนั่งกินนอนกิน ใช้เงินสามี เที่ยวชมทิวทัศน์ กินของอร่อยทุกวันก็พอ ไม่ว่าดิ้นรนไปยังไงก็ยากจะรอด หากไม่ถูกกู้ชิงเหิงฆ่าตาย สามปีให้หลังก็คงต้องตายพร้อมคนสกุลกู้อยู่ดี มิสู้เสพสุขให้เต็มที่รอให้ถึงวันตายเพียงอย่างเดียวก็พอ'
ทันทีที่เสียงความคิดนั้นสิ้นสุดลง คนทั้งตระกูลกู้ต่างหันมองหน้ากันอีกครั้ง ไม่มีผู้ใดเอ่ยคำใดออกมา แต่ความคิดของทุกคนกลับเป็นสิ่งเดียวกัน
ไม่ได้! สตรีผู้นี้... จะปล่อยให้ตายไม่ได้อย่างเด็ดขาด!
